เสียงไม้คานกระแทกเข้ากับประตูไม้สนเก่าจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวรอบบริเวณ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ทำให้ความเงียบสงบยามวิกาลของบ้านตระกูลจางถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่น
หลินอิงวางตะหลิวเหล็กในมือลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่หนักแน่นพอดีกับเสียงทุบครั้งที่สาม รอยยิ้มเยдяเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของเชฟสาวมือหนึ่งจากโลกอนาคต ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรับอาหารบนเตา ซึ่งประกอบด้วยเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วเข้มข้นจนหนังนุ่มละมุนลิ้น และไก่ผัดพริกแห้งส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัว กลิ่นเครื่องเทศและน้ำตาลเคี่ยวไหม้เบาๆ นี้เองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ความร่ำรวยที่ซ่อนไม่มิดผ่านกลิ่นอายของอาหารชั้นเลิศ กำลังล่อตาล่อใจบรรดาเหลือบไรในหมู่บ้านให้คลานออกมาจากรู
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อีสะใภ้ตัวดี พวกแกแอบกินอะไรกันอยู่ข้างใน! กลิ่นหอมฟุ้งจนคนทั้งหมู่บ้านเขาได้กลิ่นกันหมดแล้ว ปิดบังซ่อนเร้นทรัพย์สินส่วนรวมสินะ!"
เสียงแหลมสูงของจางหม่า แม่สามีผู้เห็นแก่ตัวดังแผดทะลุประตูไม้เข้ามา พร้อมกับเสียงทุบถีบที่ไม่ยอมหยุดหย่อน นางไม่ได้มาคนเดียว เงาสะท้อนผ่านรอยแตกของประตูกราบกรานให้เห็นร่างของเพื่อนบ้านอีกสองสามคนและญาติห่างๆ ที่ถูกกลิ่นอาหารล่อลวงจนมารวมตัวกันราวกับฝูงแมลงวันตอมซากสัตว์
หลินอิงไม่แม้แต่จะขยับตัวไปเปิดประตู นางหันไปมองจางเหว่ย สามีหนุ่มนายทหารที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในครัวด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาดุดันราวกับพยัคฆ์ซุ่มซ่อน จางเหว่ยสวมเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นหนาตามวิถีชายชาติทหาร เขาเพิ่งกลับจากการตรวจเวรในหมู่บ้าน และกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบมีดอีโต้บนเขียง แต่หลินอิงกลับเอื้อมมือไปแตะแขนของเขาเบาๆ
"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะครับ... เอ๊ย... ให้ฉันจัดการเองค่ะ... เอ้ย... ให้ฉันจัดการเองครับ" หลินอิงเกือบเผลอหลุดปากสำนวนเดิมๆ ออกมา แต่ด้วยสัญชาตญาณความนิ่ง นางเปลี่ยนสรรพนามและปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติอย่างแนบเนียน พร้อมกับส่งรอยยิ้มพราวเสน่ห์ให้สามี "คนพวกนี้แค่อยากได้ส่วนแบ่งจากความสุขของเรา แต่พวกเขาคงลืมไปว่า ของทุกชิ้นในบ้านหลังนี้ ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงและมิติฟาร์มที่พวกเขาไม่มีวันเอื้อมถึง"
จางเหว่ยพยักหน้ารับช้าๆ แววตาของเขาอ่อนลงยามมองภรรยาตัวน้อยผู้ชาญฉลาด "ตามใจคุณ หากพวกมันกล้าทำลายข้าวของ ผมจะหักขาพวกมันทีละคน เริ่มจากคนที่อยู่หน้าสุดก่อนดีไหมครับ" น้ำเสียงทุบกระชากกระดูกของสามีหนุ่มไม่ได้ติดตlเล่นแม้แต่น้อย เขายกเก้าอี้ไม้มานั่งลงไขว่ห้าง รอชมการแสดงเดี่ยวของภรรยาด้วยท่าทีสปอร์ตและพร้อมเปย์ความสะใจให้สุดลิ่มทู่ประตูปะทะกันอีกครั้งจนบานพับแทบหลุด
*โครม!*
ประตูไม้ถูกถีบจนเปิดผางเข้าด้านใน ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่ว จางหม่าพุ่งพรวดเข้ามาเป็นคนแรก ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโลภและริษยา นางกวาดสายตาไปทั่วห้องครัว ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับหม้อดินเผาที่กำลังเดือดปุดๆ และคราบน้ำมันหมูบนเตา
"นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงแอบกินเนื้อสัตว์ดีๆ แบบนี้คนเดียว! ในขณะที่บ้านใหญ่ของเราแทบไม่มีอะไรจะใส่ท้อง พวกแกผัวเมียกลับกินดีอยู่ดีกันลับหลังเหรอ! เอาของพวกนี้ออกมาทั้งหมดเดี๋ยวนี้ นี่คือทรัพย์สินของตระกูลจาง!" จางหม่าแผדเสียงโวยวายพร้อมกับทำท่าจะพุ่งเข้าไปคว้าหม้ออาหารบนเตา
หลินอิงก้าวเท้าออกไปยืนขวางหน้าหม้อข้าวหม้อแกงด้วยท่าทีสง่างาม ราวกับพญาหงส์ที่กำลังมองดูไก่บ้านตัวกระจิ๋วหลิว นางไม่สะทกสะทองต่อสายตาโลภโม่งของคนกลุ่มนั้นแม้แต่น้อย
"ทรัพย์สินของตระกูลจางอย่างนั้นหรือครับ?" หลินอิงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกน "คุณแม่สามีโปรดจำให้ขึ้นใจ บ้านหลังนี้ ทางการได้แบ่งแยกทะเบียนครัวเรือนออกมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว สามีของฉันปลดประจำการด้วยบาดแผล และเงินชดเชยทุกหยดเป็นสิทธิ์ของเราสองคนผัวเมีย ส่วนท่าน... กินอยู่กับบ้านใหญ่ มีลูกชายคนโตคอยปรนนิบัติ ไฉนเลยจึงยังมีหน้ามาเที่ยวปล้นสะดมบ้านคนอื่นกลางดึกเช่นนี้?"
"อีสะใภ้อกตัญญู! แกกล้าเถียงฉันเรอะ!" จางหม่าหน้าดำคร่ำเครียด นางยกมือขึ้นทำท่าจะตบลงบนใบหน้าของหลินอิงด้วยความโกรธจัด
ทว่า ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะได้สัมผัสอากาศใกล้แก้มของหลินอิง ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของแม่แท้ๆ เอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบมหาศาลทำให้นางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
"ถ้ามือข้างนี้ตกลงบนหน้าภรรยาผมแม้แต่นิ้วเดียว ผมเกรงว่าท่านอาจจะไม่มีมือไว้หยิบจับอะไรกินไปตลอดชีวิตที่เหลือนะครับคุณแม่" จางเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาเย็นเยียบไร้ความรู้สึกแผ่รังสีอำมหิตจนเพื่อนบ้านที่ตามมาสมทบถึงกับถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
ความโกลาหลในห้องครัวดำเนินไปท่ามกลางกลิ่นหอมของอาหารที่ยังคงคุกรุ่น หลินอิงฉวยจังหวะนี้เดินไปหยิบถาดไม้ที่ใส่พายเนื้ออบร้อนๆ เพิ่งยกออกจากมิติฟาร์มขึ้นมา กลิ่นหอมหวานของเนยและเครื่องเทศลอยเตะจมูกผู้คนรอบข้างจนทุกคนต่างกลืนน้ำลายเอื้อมมือคว้าอากาศ นางตั้งใจจะใช้ "อาวุธลับ" ชิ้นนี้ตอกย้ำความพ่ายแพ้ของพวกขี้อิจฉาให้ราบคาบ
แต่ทว่า ในวินาทีที่หลินอิงกำลังจะเปิดฝาถาดไม้เพื่อโชว์ผลงานชิ้นเอก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าลานบ้าน พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบจนแสบตา
หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยคอมมูนก้าวเข้ามาพร้อมกับชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบสีกากีสะอาดตา ดวงตาของชายคนนั้นกวาดมองเข้ามาในบ้านด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หม้ออาหารและตัวของหลินอิง
"มีคนแจ้งว่าบ้านหลังนี้ลักลอบค้าขายของเถื่อนและกักตุนเสบียงผิดกฎหมาย... ขออนุญาตตรวจค้นครับ!"
หลินอิงชะงักมือที่กำลังเปิดฝาถาดไม้ หัวใจกระตุกวูบเมื่อสบตากับชายแปลกหน้าผู้มาใหม่ เพราะตราสัญลักษณ์บนอกเสื้อของเขาไม่ใช่คนท้องถิ่น... แต่เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากตัวเมืองหลวงที่ไม่มีทางติดสินบนได้ง่ายๆ
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง และร่วมลุ้นไปกับก้าวสำคัญของหลินอิงในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กาแฟโบราณแก้วโต
ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 23
วิกฤตความปลอดภัยจากพวกขี้อิจฉา
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!