"ถ้ายื่นมือสกปรกนั่นเข้ามาหยิบตะเกียบในร้านฉันอีกครั้งเดียว เชื่อเถอะว่าฉันจะสับมันต้มรวมกับน้ำซุปกระดูกหมูให้หมาหลังร้านกินแทนเศษกระดูก!"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังราวกับคมมีดบาดลึกดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้สูตรโบราณที่ลอยอบอวลไปทั่วตรอกซอกซอยของเมือง หลินอิงยืนเท้าสะเอว ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นและท้าทาย ปลายตะหลิวในมือเคาะลงกับขอบกระทะเหล็กเสียงดัง *เคร้ง!* เรียกความตกตะลึงให้แก่ฝูงชนที่เบียดเสียดกันอยู่หน้าร้านได้เป็นอย่างดี
ร่างท้วมของจางหม่า แม่สามีผู้เคยมาอ้างสิทธิ์และหวังจะกินฟรีอยู่ดีถึงกับสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดขาตัวเองล้ม นางอ้าปากพะงาบๆ หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและอับอายขายหน้าต่อหน้าชาวบ้านนับสิบชีวิตที่ยืนมุงดู "นัง... นังตัวดี! นี่แกกล้าขู่แม่สามีตัวเองอย่างนั้นเรึย! อกตัญญู! ฟ้าผ่าไม่ตายจริงๆ!"
"ฟ้าจะผ่าใครฉันไม่รู้หรอกครับ แต่ถ้าใครกล้ามาป่วนร้านที่ฉันกับอาเหวยเหนื่อยยากร่วมกันสร้าง... คนๆ นั้นคงไม่ได้เดินออกจากตรอกนี้ดีๆ แน่"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง จางเหว่ยในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเขียวทหาร ร่างกายสูงใหญ่กำยำก้าวเข้ามาประชิดภรรยาอย่างปกป้อง สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองมารดาตนเองด้วยความเย็นชาไร้เยื่อใย ไร้ซึ่งร่องรอยของความเคารพรักอย่างที่บุตรควรมี เหลือเพียงความเด็ดขาดของบุรุษผู้พร้อมปกป้องครอบครัวของตนจากทุกอุปสรรค
จางหม่าเห็นบุตรชายแสดงท่าทีแข็งกร้าวเช่นนั้น ยิ่งกรีดร้องโวยวายหนักขึ้น ทว่าเมื่อกวาดสายตาไปเห็นใบหน้าถมึงทึงของชาวบ้านรอบข้างที่เริ่มส่งเสียงซุบซิบตำหนินางว่าหน้าหนาไร้ยางอาย คิดจะมาตักตวงผลประโยชน์จากลูกสะใภ้ที่กำลังค้าขายดิบดี นางจึงทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อด้วยความแค้นเคือง พึมพำคำสาปแช่งแล้วลากสังขารหนีหายไปจากฝูงชนอย่างน่าสมเพช
เสียงปรบมือเบาๆ และเสียงฮือฮาชื่นชมดังขึ้นจากลูกค้าที่ยืนรอคิว
"สะใภ้รองจางนี่เด็ดขาดจริงๆ สมแล้วที่เป็นเจ้าของฝีมือระดับเทพ!"
"ใช่ๆ ข้าอุตส่าห์ต่อคิวมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ก็เพื่อจะได้กินบะหมี่หมูตุ๋นน้ำใสถ้วยนี้แหละ กลิ่นมันยั่วยวนจนทนไม่ไหวแล้วนะเนี่ย"
หลินอิงปรับสีหน้าจากความดุดันกลับมาเป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจ ดวงตาพินิจพิจารณาความเหน็ดเหนื่อยของสามีที่เพิ่งปลีกตัวจากค่ายทหารมาช่วยเก็บกวาด นางยื่นผ้าสะอาดผืนเล็กให้เขาซับเหงื่อ พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แตกต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ "เหนื่อยหน่อยนะครับคุณสามี คนเยอะจนมือเป็นระวิงเลย"
จางเหว่ยรับผ้ามาเช็ดหน้า รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักหนา มือหนาเอื้อมไปจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยของภรรยาอย่างเบามือ "เพื่ออนาคตของเรา ต่อให้เหนื่อยกว่านี้สิบเท่าพี่ก็ยอมครับ ว่าแต่วัตถุดิบในมิติของคุณเพียงพอสำหรับรอบเย็นนี้ไหม?"
"สบายมากครับ!" หลินอิงยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์และพึงพอใจ
ในมิติพิเศษของนางตอนนี้ ข้าวสารชั้นดี หมูสามชั้นคัดพิเศษ และเครื่องเทศหายากถูกเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวด้วยระบบอัตโนมัติจนล้นคลัง ยอดขายจากวันแรกที่ขายได้เพียงไม่กี่ชาม ตอนนี้ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดจนกลายเป็นร้านอาหารที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดในมณฑล
กลิ่นหอมของ 'ข้าวหน้าหมูตุ๋นพะโล้ยางมะตูม' สูตรลับเฉพาะที่ผสมผสานความกลมกล่อมของเครื่องเทศโบราณเข้ากับความนุ่มละมุนลิ้นของเนื้อหมูที่เคี่ยวจนเปื่อยยุ่ยในน้ำซุปเข้มข้น ส่งกลิ่นฟุ้งขจรขจายไปทั่วทั้งย่าน การันตีด้วยคิวที่ยาวเหยียดจนล้นทะลักออกไปนอกตรอก ผู้คนต่างแย่งชิงกันซื้อราวกับแจกฟรี แต่นางกลับตั้งราคาสูงลิ่วตามคุณภาพที่เหนือชั้น ซึ่งพวกเขาก็ยินยอมควักกระเป๋าจ่ายอย่างไร้ข้อกังขา
เงินสดปึกใหญ่และตั๋วแลกเงินที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักใต้เคาน์เตอร์คือหลักฐานยืนยันความสำเร็จ การพลิกชีวิตจากสะใภ้ตกอับถูกรังแก สู่เจ้าแม่วงการอาหารยุค 70 ที่แม้แต่คหบดีหรือข้าราชการระดับสูงยังต้องมาต่อคิวขอซื้อซาลาเปาและบะหมี่ของนางด้วยความนอบน้อม
เวลาล่วงเลยจนกระทั่งตะวันลับฟ้า ลูกค้ารายสุดท้ายเดินออกจากร้านด้วยความพึงพอใจพร้อมรอยยิ้ม หลินอิงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก นางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ด้วยความเหนื่อยล้าจากการยืนปรุงอาหารมาหลายชั่วโมง
ทันใดนั้นเอง จางเหว่ยก็เดินเข้ามาด้านหลัง วางมืออุ่นจัดลงบนบ่าทั้งสองข้างของนางแล้วนวดคลึงเบาๆ อย่างรู้ใจ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลังจนหลินอิงเผลอหลับตาพริ้มรับสัมผัสอันแสนเอาใจใส่นั้น
"วันนี้ได้กำไรเท่าไหร่ครับภรรยาคนเก่ง?" เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงเจือแววหยอกเย้า
หลินอิงลืมตาขึ้น ยิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจ นางเตรียมจะหันไปตอบสามี ทว่าจู่ๆ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านที่ปิดสนิทแล้วก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ทั้งสองชะงัก จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ เวลาวิกาลเช่นนี้ ร้านปิดทำการแล้ว เหตุใดจึงยังมีผู้มาเคาะประตู
หลินอิงลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยความสงสัย ทว่าเมื่อประตูไม้เปิดออก ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของนางสะดุดกึก ร่างของบุรุษสูงวัยในชุดสูทจีนสีเข้มสะอาดตา ยืนอยู่ท่ามกลางความมืด พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนประกบซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง
ชายชราผู้มีแววตาดุดันแต่เปี่ยมด้วยบารมี กวาดสายตามองภายในร้านที่สะอาดสะอ้าน ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่หลินอิง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวานที่สะท้อนอำนาจอันล้นพ้น
"ขอโทษที่รบกวนยามวิกาล... พอดีผมได้ยินชื่อเสียงของ 'เชฟหลิน' มานาน วันนี้ตั้งใจเดินทางข้ามมณฑลเพื่อมาพิสูจน์ฝีมือ แต่ดูเหมือนจะมาคลาดเคลื่อนเวลาไปเสียหน่อย" ชายชราเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะก้าวล้ำเข้ามาในร้านโดยไม่รอคำอนุญาต "ไม่ทราบว่า... พอจะมีเมนูเหลือให้คนแก่คนนี้สักชามไหมครับ?"
หลินอิงนิ่งค้างไปชั่วขณะ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ชายผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน และการมาเยือนของเขาในยามค่ำคืนนี้... อาจเปลี่ยนชะตากรรมของพวกนางไปตลอดกาล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง และร่วมลุ้นไปกับก้าวสำคัญของหลินอิงในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กาแฟโบราณแก้วโต
ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 22
ร้านอาหารเต็มจนล้น
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!