ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 21

ปะทะนักเลงเจ้าถิ่น

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ไสหัวไปให้พ้น! ตลาดแห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่คนไร้ยางอายอย่างพวกเจ้าจะมาตั้งแผงขายของสกปรกได้!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเศษชามกระเบื้องที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น กลิ่นหอมเย้ายวนของ "เต้าหู้หม่าผ่อ" สูตรลับเฉพาะจากมิติฟาร์มที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จใหม่ๆ ยังไม่ทันได้ตักเสิร์ฟให้ลูกค้าในตลาดมืด ก็ถูกชายฉกรรจ์ร่างหนาในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีมอซอใช้เท้าเตะคว่ำจนไม่เหลือชิ้นดี หลินอิงก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธ ใบหน้างามนวลเนียนไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับจ้องมองชายหัวหน้าแก๊งอันธพาลที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า "ไอ้เต่า" ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก หญิงสาวปัดเศษฝุ่นที่กระเด็นโดนเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวขี้ม้าของตนออกช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ น้ำเสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชนที่ยืนมุงดู "ของก็ยังไม่ทันได้กิน เงินก็ยังไม่ได้ทวงคืน แต่วิธีต้อนรับลูกค้าของหัวหน้าแก๊งอย่างพวกท่านนี่ช่าง... ป่าเถื่อนไร้อารยะเสียจริงนะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึงป่าเถื่อนไร้อารยะเสียนี่กระไร" หลินอิงจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' ด้วยรอยยิ้มเยาะ "นังสารเลว! ปากดีนักนะ!" ไอ้เต่าคำรามลั่น มันเงื้อมือหนาขึ้นหมายจะตบลงบนใบหน้าของหญิงสาวให้หายแค้นฐานที่แผงค้าของนางแยบยลจนพวกมันขายของไม่ได้ติดต่อกันสามวัน ทว่า... มือหนานั้นไม่มีวันได้สัมผัสแม้แต่เส้นผมของหลินอิง *หมับ!* ฝ่ามือใหญ่อีกข้างหนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับอาวุธและฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ควσόข้อมือของไอ้เต่าไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบมหาศาลทำเอาชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงถึงกับหน้าซีดเผือด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาทันที "โอ๊ย! มือ... มือฉัน! ใครวะ ปล่อยนะโว้ย!" ไอ้เต่าแหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดราวกับกระดูกข้อมือจะแหลกละเอียดเป็นผุยผง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิทของนายทหารยศสูงก้าวเข้ามาบังร่างบางของหลินอิงไว้มิดชิด ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากตัวของจางเหว่ยจนผู้คนรอบข้างต้องรีบถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ร้ายจ้องมองเศษอาหารบนพื้นก่อนจะเลื่อนขึ้นมองหน้าอันธพาลเจ้าถิ่นด้วยแววตาดุจดั่งจะเชือดเฉือดเนื้อคนให้ขาดเป็นชิ้นๆ "ภรรยาผม... อนุญาตให้พวกแกแตะต้องตั้งแต่เมื่อไหร่?" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่น่าสะพรึงกลัวจนอากาศรอบบริเวณราวกับลดลงไปหลายองศา จางเหว่ยไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงนั้นกดดันจนทุกคนในตลาดมืดแทบไม่กล้าหายใจแรง หลินอิงช้อนตามองแผ่นหลังกว้างของสามี ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอก ชายหนุ่มคนนี้มักจะมาในเวลาที่เธอต้องการพอดีเสมอ แม้ปากเขาจะไม่ค่อยพูดจาหวานหู แต่การกระทำของจางเหว่ยในยามนี้นั้น ช่างเร้าใจและเปี่ยมไปด้วยความเป็นสุภาพบุรุษผู้ปกป้องคนที่เขารักอย่างแท้จริง "จ... จางเหว่ย! แก... แกคือนายทหารที่เพิ่งย้ายกลับมาใช่ไหมวะ!" ลูกน้องอีกสามคนที่ถือไม้กระบองวิ่งกรูเข้ามาหมายจะช่วยลูกพี่ แต่พอเห็นว่าเป็นใครที่ยืนอยู่ พวกมันก็ถึงกับชะงักฝีเท้า ชื่อเสียงเรียงนามของจางเหว่ยในกองทัพและค่ายทหารประจำอำเภอนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและฝีมือการต่อสู้ที่ไร้พ่าย จางเหว่ยแค่นเสียง "หึ" ในลำคออย่างดูแคลน เขาสลัดข้อมือของไอ้เต่าทิ้งราวกับรังเกียจที่จะสัมผัสสิ่งสกปรก ร่างหนาเซถอยหลังไปหลายก้าวล้มพับลงไปกองกับพื้นจนฝุ่นตลบ "จำใส่กะโหลกหนาๆ ของพวกแกเอาไว้" จางเหว่ยค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาพวกมันทีละก้าว เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบหัวใจคนฟัง "ภรรยาผมหาเงินด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่ได้ไปปล้นชิงวิ่งราวใคร ถ้าพวกแกกล้ามาหาเรื่อง ทำลายข้าวของ หรือแม้แต่ทำให้เสื้อผ้าของนางเปื้อนฝุ่นอีกแม้แต่นิดเดียว..." นายทหารหนุ่มหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพวกมัน ก้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของไอ้เต่า "...วันพรุ่งนี้ จะไม่มีพวกแกยืนหายใจอยู่บนถนนสายนี้อีกต่อไป เข้าใจที่ผมพูดไหมครับ?" "ค... เข้าใจแล้วๆๆ พวกเราจะไม่กล้าอีกแล้ว พี่ใหญ่มืด... เอ่อ ท่านผู้กองจาง โปรดไว้ชีวิตด้วย!" ไอ้เต่ารีบยกมือไหว้ปะหลกๆ ความเก่งกาจและอำนาจมืดในตลาดมืดมลายหายไปในพริบตาเมื่อเจอกับตอใหญ่อย่างจางเหว่ย "ไสหัวไป." สิ้นคำสั่งสั้นๆ กลุ่มอันธพาลก็พยุงกันลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีหายไปในความมืดของตรอกซอกซอยอย่างไม่คิดชีวิต ท่าמשมกลางเสียงปรบมือเบาๆ และเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของพ่อค้าแม่ขายรายอื่น หลินอิงย่อตัวลงมองหม้อเต้าหู้หม่าผ่อที่หกเรี่ยราดบนพื้น สีหน้าของเธอมองด้วยความเสียดายเล็กน้อยเพราะนั่นคือวัตถุดิบชั้นดีจากมิติฟาร์มที่เธอตั้งใจปรุงให้ลูกค้าประจำลิ้มลอง จางเหว่ยเห็นภรรยาแสดงสีหน้าเสียดาย เขาจึงรีบเดินเข้ามาคุกเข่าลงข้างกาย ยกมือหนาขึ้นโอบไหล่บางไว้เบื้องหน้าผู้คน พร้อมกับเอמהด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดกับเธอ "ไม่ต้องเสียดายนะอิงอิง กลับบ้านกันเดี๋ยวผมทำให้กินใหม่... หรือถ้าคุณอยากได้วัตถุดิบอะไรเพิ่ม ผมจะไปหามาให้ทั้งหมดเองครับ" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้า เธอใช้มือเรียวปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อให้เขาเบาๆ "คุณนี่นะ... มาถึงก็ใช้กำลังขู่คนอื่นก่อนเลย เดี๋ยวเขาก็หาว่าสามีฉันเป็นอันธพาลหรอกครับ" หลินอิงเอ่ยเย้าแหย่ "ผมก็แค่วิ่งมาปกป้องภรรยาของตัวเอง ใครกล้าทำร้ายคุณ มันต้องชดใช้ด้วยความหวาดกลัวมากกว่านี้ด้วยซ้ำ" จางเหว่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังจนหลินอิงอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเก็บข้าวของที่เหลือเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากมุมมืดของตรอกซอกซอยที่กลุ่มอันธพาลเพิ่งวิ่งหนีไป *กริ๊ง... กริ๊ง...* เสียงกระดิ่งทองเหลืองดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งที่สวมเสื้อโค้ทขนสัตว์ราคาแพงและสวมหมวกปีกกว้างบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง นางก้าวเดินออกมาจากเงาไม้อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะหยุดยืนอยู่ห่างจากทั้งสองคนเพียงไม่กี่ก้าว จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับดึงหลินอิงมาไว้ด้านหลังเพื่อเป็นการป้องกันตัวตามสัญชาตญาณทหาร "นั่นใคร?" จางเหว่ยเอ่ยถามเสียงเข้ม หญิงสาวปริศนาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มประหลาดที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยคู่นั้นจ้องมองมาที่หลินอิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและความลับบางอย่างที่ถูกปิดตาย "ไม่เจอกันนานเลยนะ... น้องสะใภ้รอง และ... ท่านพี่จางเหว่ย" น้ำเสียงหวานหยดแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้น "คิดไม่ถึงเลยว่า คนที่ตระกูลจางตามหาพลิกแผ่นดิน จะมาแอบซ่อนตัวทำตัวเป็นแม่ค้าเร่ขายของชั้นต่ำอยู่ที่ตลาดมืดแห่งนี้..." หลินอิงชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินสรรพนามและน้ำเสียงคุ้นหูที่แสนจะน่ารังเกียจนั้น ร่างบางค่อยๆ ก้าวพ้นจากด้านหลังของสามี ดวงตากลมโตหรี่ลงพิจารณาหญิงสาวตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้... ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้! "เจ้า... เป็นใครกันแน่?" หลินอิงถามเสียงเรียบ แต่กำมือแน่น หญิงสาวปริศนาหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งจางเหว่ยและหลินอิงต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "ฉันเหรอ? ฉันก็คือคนที่ถือ 'ตั๋วสัญญาหนี้' ชีวิตของแม่สามีคุณยังไงล่ะ... หลินอิง" [ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง และร่วมลุ้นไปกับก้าวสำคัญของหลินอิงในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ] กาแฟโบราณแก้วโต
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%