"ถ้าคิดจะก้าวเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้เพื่อสูบเลือดสูบเนื้อพวกเราอีกแม้แต่หยดเดียว ประตูไม้ผุๆ บานนั้นก็พร้อมจะต้อนรับพวกท่านด้วยความว่างเปล่า... และต่อให้เป็นกฎของฟ้าดินหรือความกตัญญูก็จ้างให้อภัยไม่ได้ทั้งนั้นครับ"
เสียงกังวานใสแต่เฉียบคมราคมมีดผ่าตัดดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงคับแคบของบ้านพักรับรอง กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วดำและน้ำตาลกรวดที่เคี่ยวจนน้ำซุปงวดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับบรรยากาศตึงเครียดได้อย่างน่าประหลาด หลินอิงยืนถือทัพพีไม้ค้างไว้เหนือหม้อดินเผา ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววโรจน์จ้องมองร่างท้วมของจางหม่า แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องการรีดไถและญาติสนิทมิตรสหายหน้าหนาที่ยืนเรียงหน้ากระดานด้วยความตื่นตะลึง
จางหม่าอ้าปากค้าง ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทา นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสะใภ้รองที่เคยเงียบขรับและก้มหน้าให้รังแกมาตลอดหลายเดือนหลังแต่งเข้าบ้าน จะลุกขึ้นมาใช้สายตาดุจพญาเสือดาวมองตรงมาที่ตนได้อย่างไม่เกรงกลัว
"หลินอิง! นังเด็กไร้หัวนอนปลายเท้า แกกล้าดียังไงมาพูดจาต่ำทรามกับแม่ผู้ให้กำเนิดสามี! แกไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้วใช่ไหม!" จางหม่ากรีดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก มือเหี่ยวแห้งชี้หน้าสะใภ้ด้วยความโมโห
"แม่ครับ พอได้แล้ว"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง จางเหว่ย ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ดูองอาจและเต็มไปด้วยกลิ่นอายความน่าเกรงขาม ร่างสูงใหญ่ในแบบฉบับชายชาติทหารหยุดยืนเคียงข้างภรรยา สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองมารดาและบรรดาญาติห่างๆ ที่ทำตัวราวกับปลิงดูดเลือดอย่างเยียบเย็น ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนทุกคนในห้องต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เหว่ยซาน... แกดูเมียแกสิ มันกล้าปีนเกลียวแม่! มันบอกว่าจะไล่เราออกจากบ้าน แถมยังซ่อนเสบียงดีๆ ไว้กินกันเองสองคนโดยไม่แบ่งน้องชายแกที่กำลังจะสอบจอหงวน... ไม่สิ สอบเข้าโรงงานเลยนะ!" จางหม่าเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว บีบน้ำตาเรียกคะแนนความน่าสงสารตามวิสัยถนัด ทว่ามุกตลกนี้นับจากวันนี้ไปย่อมใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว
หลินอิงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางวางทัพพีลง ปัดมือที่เปื้อนแป้งทำอาหารเล็กน้อยก่อนจะก้าวออกมาเผชิญหน้าตรงๆ ร่างอรชรในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านดูโดดเด่นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ
"น้องสามจะสอบอะไรก็เรื่องของเขาครับ ไม่ใช่ภาระของบ้านเรา เงินเดือนสามีฉันส่งกลับมาแต่ละเดือนไม่เคยตกหล่น แต่พวกท่านกลับเอาไปปรนเปรอพี่ใหญ่ที่เอาแต่เล่นการพนันกับน้องสาวที่รอวันแต่งงานออกเรือนโดยไม่ทำงานทำ1การอะไร แบบนี้เขาไม่เรียกว่าความกตัญญูหรอกครับ... แบบนี้เขาเรียกว่า 'การปล้นกลางวันแสกๆ' ต่างหาก"
คำว่า 'ปล้นกลางวันแสกๆ' พุ่งชนความโลภในใจของทุกคนจนหน้าชา
หลินอิงไม่รอให้ใครได้ตั้งตัว นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนด้วยลายมือตวัดสวยงามและหนักแน่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อ นี่คือ "กฎเหล็กประจำบ้าน" ที่นางร่างขึ้นตลอดคืนที่ผ่านมาโดยใช้เวลาว่างในมิติฟาร์มช่วยคิดคำนวณอย่างรอบคอบ
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บ้านหลังนี้มีกฎอยู่ 4 ข้อหลักๆ ที่ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หากใครฝ่าฝืน... เชิญออกไปหาข้าววัดกินเองตามสบายครับ"
นางกวาดสายตามองหน้าทีละคนอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะเริ่มอ่านด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ
"ข้อแรก! ห้ามใครก็ตามเข้ามาในอาณาเขตบ้านหลังนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเห็นถือว่าบุกรุกทรัพย์สินทางราชการและส่วนบุคคล ซึ่งพี่เหว่ยในฐานะนายทหารผู้ดูแลคลังเสบียงมีอำนาจเด็ดขาดในการจัดการ"
จางหม่าหน้าซีดเผือดเมื่อหันไปมองหน้าลูกชายคนรองที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาของจางเหว่ยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขาสบตากับมารดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังสะสมมาหลายปี
"ข้อสอง ห้ามหยิบยืมเงินทองหรือเสบียงอาหารใดๆ ทั้งสิ้น บัญชีครัวเรือนของเราถูกปิดตายตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ใครหน้าไหนที่เคยมาขอข้าวสารหรือน้ำมันหมู กลับไปหาทำมาหากินเองเถอะครับ มือตีนมีเท่ากัน ไม่ควรเป็นภาระสังคม"
"นัง... นังสารเลว!" ญาติห่างๆ คนหนึ่งทนไม่ไหวพุ่งตัวจะเข้ามาคว้าแขนหลินอิงด้วยความโกรธ
แต่ทว่า... ช้าเกินไป!
ร่างสูงของจางเหว่ยขยับตัวเพียงนิดเดียวราวกับภูเขาเคลื่อนไหว มือหนาคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่นจนเกิดเสียงดังกรอบ ราวกับกระดูกจะแหลกคามือ แรงกดดันจากสนามรบถูกปลดปล่อยออกมาจนชายคนนั้นหน้าเขียวคล้ำ
"อย่าแตะต้องภรรยาผม" จางเหว่ยเอמהเสียงต่ำลอดไรฟัน รังสีอำมหิตพุ่งทะลักจนอีกฝ่ายต้องรีบสะบัดมือออกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
หลินอิงยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ นางเอื้อมมือไปจับแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ผ่อนคลายลง ก่อนจะอ่านกฎข้อที่สามและสี่ต่อ
"ข้อสาม การช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวเดิม จะต้องผ่านการพิจารณาจากฉันและสามีเท่านั้น หากแอบซ่อนเงินส่งให้คนอื่นลับหลัง ฉันจะถือว่าเป็นการทรยศต่อพันธสัญญาครอบครัว และข้อสุดท้าย..."
หลินอิงเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ชวนมอง นางก้าวเข้าไปใกล้จางหม่าที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธผสมความกลัว
"หากใครยังกล้าเอาเรื่องไม่จริงไปเที่ยวปล่อยข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับฉันหรือสามีในหมู่บ้าน... เตรียมตัวรับคำฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทและทำลายชื่อเสียงข้าราชการได้เลยครับ รับรองว่าคราวนี้ได้ไปนอนสำนัก ةกคุกกักกันตัวยาวๆ แน่นอน"
ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก จางหม่ามองลูกสะไภ้ที่ตนเคยคิดว่าเป็นหมูในอต้ ةก ตอนนี้กลับกลายเป็นเสือสาวติดเขี้ยวเล็บที่พร้อมจะขย้ำทุกคนที่เข้ามาขวางทาง
"แก... แกจำไว้เลยนะหลินอิง! ลูกอกตัญญู! เมียจองหอง! แกจะต้องเสียใจที่ทำกับแม่แบบนี้!" จางหม่ากรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วจูงมือญาติพี่น้องถอยร่นออกไปจากประตูบ้านอย่างลนลาน ประหนึ่งหนีตายจากกองเพลิง
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบสงบที่กลับคืนมา
หลินอิงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก นางหันกลับมามองสามีรูปงามที่ยืนมองตนด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาที่ระคนไปด้วยความทึ่ง
"คุณทำเกินไปหรือเปล่าครับ แบบนี้แม่คงโกรธไปอีกนานเลย" จางเหว่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของภรรยาอย่างทะนุถนอม
"เกินไปตรงไหนกันครับ? ถ้าฉันไม่เด็ดขาดตั้งแต่ตอนนี้ วันหน้าพวกเขาก็จะสูบพวกเราจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก... อีกอย่างนะคุณทหาร..." หลินอิงยิ้มยั่วเย้า ดวงตาระยิบระยับชวนมอง นางขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดจากกายหนา "คืนนี้ฉันอุตส่าห์ตุ๋นหมูสามชั้นน้ำแดงสูตรพิเศษจากมิติฟาร์มให้คุณกินเป็นรางวัลที่คุณทำตัวเป็น 'สามีสายซัพ' ที่น่ารัก... สนใจจะชิมฝีมือฉันหน่อยไหมครับ?"
จางเหว่ยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มลุกโชนขึ้นด้วยประกายบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าสนามรบ มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น
"หมูสามชั้นน้ำแดงผมก็อยากชิมอยู่หรอกนะ... แต่ดูท่าทางแล้ว คืนนี้ผมคงต้อง 'ชิม' อย่างอื่นที่น่าอร่อยและหวานล้ำกว่านั้นเสียก่อน ถึงจะคุ้มค่ากับความเหนื่อยล้า"
พูดจบ วงแขนแข็งแกร่งก็รวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนหลินอิงอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากนุ่ม
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งเร้าใจจนหัวใจเต้นระส่ำ เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าบ้านก็ขัดจังหวะขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา
"หัวหน้าจาง! คุณหลิน! แย่แล้วครับ! สินค้าลอตแรกที่พวกคุณฝากไปขายในตลาดมืด... ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีคนแย่งกันซื้อจนแผงแทบพัง และตอนนี้... เจ้าหน้าที่ตรวจตลาดกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอมานะครับ
ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 8
อย่าเข้าใจผิดนะคุณทหาร
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!