ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 7

สามีทหารกลับมาถึงบ้าน

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าหล่อนยังกล้าเอาข้าวต้มก้นหม้อที่เจือจางจนเห็นเงาหัวตัวเองมาให้ฉันกินอีกแม้แต่มื้อเดียว ฉันจะเอาทัพพีเหล็กนี่เคาะหัวลูกสะใภ้อกตัญญูอย่างหล่อนให้กะโหลกยุบ คอยดู!" เสียงแหลมสูงของจางหม่าดังทะลุผนังดินเหนียวเก่าคร่ำครึเข้ามาในห้องครัว พร้อมกับเสียงกระแทกชามกระเบื้องบิ่นลงบนโต๊ะไม้เสียงดังสนั่น เพื่อเป็นการประกาศอำนาจของแม่สามีผู้ทรงเกียรติในบ้านหลังนี้ หลินอิงชะงักมือที่กำลังใช้ช้อนไม้คนหมูสามชั้นเคี่ยวซอสแดงในมิติฟาร์ม รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ามอง เธอนิ่งฟังเสียงบ่นด่าที่ดำเนินมาต่อเนื่องตั้งแต่เช้าด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช ในโลกอนาคตเธอเป็นถึงเชฟระดับท็อปที่ต้องบริหารจัดการห้องครัวมูลค่าหลายร้อยล้านหยวน ต้องรับมือกับนักวิจารณ์อาหารปากจัดมานับไม่ถ้วน การมารับมือกับแม่สามีหัวโบราณที่เอาแต่ใช้ความอาวุโสข่มเหงคนอื่น สำหรับเธอแล้วมันเป็นเพียงแค่การเล่นสนุกแก้เบื่อในยามบ่ายเท่านั้นเอง ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านก้าวออกมาจากห้องเก็บฟืน ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งลับ นางไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวหรือลิ้มรสความหวาดหวั่นอย่างที่จางหม่าคาดหวังแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หลินอิงกลับยกย่องริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่นิ่มนวลบาดลึก "ถ้าคุณแม่ไม่ชอบข้าวต้มเจือจาง วันนี้ลูกสะใภ้ผู้นี้ได้เตรียมอาหารจานพิเศษไว้ให้ท่านแล้วครับ... เอ้ย, ไว้ให้ท่านพิจารณาต่างหากล่ะคะ" หลินอิงเกือบเผลอหลุดสำนวนติดปาก แต่ก็รีบเปลี่ยนกลับมาใช้คำพูดเรียบร้อยสมเป็นสะใภ้ตัวอย่าง จางหม่าแค่นAเสียงฮึดฮัดด้วยความหมั่นไส้ ดวงตาตี่เล็กจ้องมองลูกสะใภ้คนใหม่ที่แต่งเข้ามาได้ไม่นานแต่ท่าทางพยศไม่ยอมก้มหัวให้ใคร "อย่ามาทำเป็นพูดดี หล่อนมันก็แค่ผู้หญิงมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ พ่อของตาเหว่ยส่งเงินมาให้แต่ละที หล่อนก็เอาไปแอบซ่อนไว้กินคนเดียวสินะ ถึงได้หน้าตาผ่องใสขึ้นทุกวันแบบนี้!" หลินอิงเพียงแค่หัวเราะในลำคอ นางไม่คิดจะต่อปากต่อคำให้เสียน้ำลาย เพราะนางรู้ดีว่าการเถียงกับคนประเภทนี้ไม่มีวันชนะด้วยเหตุผล ทางเดียวที่จะทำให้เงียบเสียงได้คือการใช้ "ผลลัพธ์" ฟาดหน้าต่างหาก ในขณะที่บรรยากาศในห้องโถงกำลังคุกกรุ่นไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัวของแม่สามี ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบกับพื้นดินแห้งสนิทดัง *กรับๆ* เป็นจังหวะที่คุ้นเคยและทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา จางหม่าชะงักค้าง นางหันขวับไปมองที่ประตูด้วยความตกใจระคนดีใจ ก่อนจะร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่น "ตาเหว่ย! ลูกแม่! ลูกกลับมาแล้วจริงๆ ด้วย!" ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ฝุ่นเกรอะกรังจากการเดินทางไกลก้าวเข้ามาในลานบ้าน แสงแดดยามบ่ายสาดกระทบโครงหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยและความเคร่งขรึม ไหล่กว้างทั้งสองข้างแบกเป้สนามใบใหญ่ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยววับวาวกวาดมองไปรอบบริเวณบ้าน ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหญิงสาวที่ยืนนิ่งสงบอยู่หน้าห้องครัว นี่คือการพบกันครั้งแรก... ระหว่างจางเหว่ย นายทหารหนุ่มผู้เยือกเย็นและยึดมั่นในระเบียบวินัย กับหลินอิง ภรรยาใหม่ที่ถูกคลุมถุงชนจัดหามาให้ในยามที่เขาต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจด่วนต่างมณฑลทันทีหลังวันแต่งงาน หลินอิงเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีป้ายแดง นัยตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีความประหม่าหรือตื่นกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย นางสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ เขามีรูปร่างสูงสง่าสมส่วนตามแบบฉบับชายชาติทหาร ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มราวกับถูกแกะสลักขึ้นด้วยความประณีต แม้จะมีร่องรอยความอ่อนล้าจากการเดินทาง แต่รัศมีกดดันรอบตัวกลับชัดเจนจนคนทั่วไปไม่กล้าสบตาตรงๆ จางเหว่ยมองภรรยาที่มารดาของตนมักจะส่งจดหมายไปฟ้องร้องอยู่บ่อยๆ ว่าเป็นคนเกียจคร้านและหัวแข็ง แต่สิ่งที่เขาเห็นในตอนนี้กลับไม่ใช่หญิงสาวชาวบ้านที่ซอมซ่อหวาดกลัว หลินอิงยืนหลังตรงสง่างาม แววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก แต่มุมปากกลับประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในอกอย่างประหลาด "เธอ..." จางเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อยจากการเดินทาง "คือหลินอิง?" "ใช่ค่ะ... เอ่อ, ครับ" หลินอิงเกือบหลุดภาษาจากโลกยุคปัจจุบันอีกรอบ นางรีบปรับน้ำเสียงให้มีความนุ่มนวลและเป็นกุลسตรีชาวบ้านยุค 70 มากที่สุด "ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะคุณสามี อาหารเพิ่งจะเสร็จพอดี เดินทางมาเหนื่อยๆ เชิญเข้าไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะค่ะ" จางหม่ารีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนบุตรชายพร้อมกับฟ้องร้องทันที "ตาเหว่ย ลูกดูเมียที่แกแต่งเข้าบ้านมาสิ! นางกล้าเถียงแม่ แถมยังทำตัวกระด้างกระเดื่อง ไม่ยอมเคารพผู้อาวุโส..." จางเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเหลือบมองมารดาด้วยแววตานิ่งสนิทก่อนจะดึงแขนออกอย่างสุภาพแต่วางตัวห่างเหิน "แม่ครับ ผมเพิ่งเดินทางมาถึง ขอเวลาผมหายใจสักครู่เถอะครับ" แม้เขาจะไม่ได้เข้าข้างแม่ แต่ก็ไม่ได้แสดงความสนิทสนมกับหลินอิงเช่นกัน ชายหนุ่มวางเป้ลงบนม้าหินอ่อน เดินไปตักน้ำในโอ่งมาล้างหน้าล้างตาเพื่อชำระล้างความเหนื่อยล้า บรรยากาศระหว่างคนทั้งสามตกอยู่ในความเงียบงันที่อึมครึม หลินอิงไม่ได้สนใจท่าทีเย็นชาของสามี นางหันหลังกลับเข้าห้องครัวเพื่อจัดการขั้นสุดท้ายกับอาหารมื้อสำคัญที่จะใช้ "ซื้อใจ" และ "สยบ" ปากของคนในบ้านหลังนี้ กลิ่นหอมกรุ่นของหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสูตรลับเฉพาะที่ผสมผสานเครื่องเทศจากมิติฟาร์ม เริ่มโชยฟุ้งทะลุผนังบ้านออกไปเตะจมูกคนที่อยู่ด้านนอก กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวกับซอสถั่วเหลืองหมักโบราณและพริกไทยดำคั่วสด ลอยละลิ่วไปตามสายลมจนทำให้จางหม่าที่กำลังจะบ่นต่อถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว จางเหว่ยที่กำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้า ชะงักกึกทันทีเมื่อกลิ่นหอมนั้นลอยมาแตะจมูก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองทางห้องครัวทันทีด้วยความประหลาดใจ อาหารบ้านๆ ในชนบททุรกันดารเช่นนี้ เหตุใดจึงมีกลิ่นอย่างกับภัตตาคารในเมืองหลวงได้? ในขณะที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจ หลินอิงก็ก้าวเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับถาดไม้ในมือ บนถาดนั้นมีชามกระเบื้องเคลือบที่บรรจุหมูสามชั้นตุ๋นสีแดงฉ่ำวาว น้ำซุปข้นคลั่กส่งควันฉุย และข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากเมล็ดข้าวหอมมะลิชั้นดีในมิติฟาร์ม เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงามเปล่งประกายราวกับอัญมณี นางวางถาดอาหารลงตรงหน้าจางเหว่ยที่กำลังนั่งมองด้วยสายตาซับซ้อน หลินอิงเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีหนุ่ม รอยยิ้มพรายที่มุมปากปรากฏขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสที่ก้องกังวานไปทั่วห้องโถง "สามีคะ... อาหารมื้อแรกที่คุณกลับมาบ้าน ฉันตั้งใจทำให้อร่อยที่สุด หวังว่ารสชาตินี้จะทำให้คุณลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้นะคะ" จางเหว่ยมองหน้าภรรยา หญิงสาวผู้นี้ไม่ได้เหมือนกับสตรีชาวนาทั่วไปที่เขาเคยจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย นางมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ และกลิ่นหอมของอาหารตรงหน้าก็กำลังดึงดูดสติสัมปชัญญะของเขาให้หลุดลอยไป ทว่า ในวินาทีที่จางเหว่ยกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบเพื่อลิ้มลองฝีมือภรรยาป้ายแดง เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของหัวหน้าหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในลานบ้าน "จางเหว่ย! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่แปลงนาส่วนรวมแล้ว! ทางการกำลังจะมายึดเสบียงโควตาประจำปีของเราไปหมด! รีบออกไปดูเร็วเข้า!" จางเหว่ยผุดลุกขึ้นยืนทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนายทหารผู้ผ่านสนามรบ แววตาดุดันหันกลับมามองหลินอิงที่ยังคงยืนยิ้มเยือกเย็นราวกับคาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้อยู่แล้ว... [จุดพลิกผันบทนี้ (Cliffhanger Hook)]: ภารกิจแรกของสามีทหารยังไม่ทันได้เริ่มลิ้มรสอาหารฝีมือเมีย ความวุ่นวายครั้งใหญ่ก็บุกมาถึงหน้าบ้าน ทว่าท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน หลินอิงกลับหยิบตะกร้าสมุนไพรลึกลับจากมิติฟาร์มขึ้นมาคล้องแขน แล้วเอ่ยกระซิบข้างหูสามีด้วยประโยคเดียวที่ทำให้จางเหว่ยต้องชะงักงันและยอมทำตามคำสั่งของนางอย่างไร้ข้อกังขา... (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอมานะครับ)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%