ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 13

ความลับในฟาร์มส่วนตัว

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
“ถ้าพวกท่านกล้าก้าวเข้ามาเหยียบธรณีประตูเรือนหลังนี้อีกแค่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือนเรื่อง ‘หนี้เลือด’ ที่แม่สามีตัวดีเคยทำไว้กับกองเสบียงหมู่บ้านเมื่อปีกลายเลยนะครับ!” เสียงตวาดกร้าวของหลินอิงดังสะท้อนก้องเรือนไม้เก่าคร่ำคร่า นางไม่ได้ถือไม่ถือไม้หน้าสามหรือมีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่เพิ่งผ่านการนวดแป้งสาลีมาหมาดๆ กำลังใช้ผ้าขาวบางเช็ดคราบแป้งออกอย่างใจเย็น ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างท้วมของจางหม่า แม่สามีผู้เห็นแก่ตัว และป้าสะใภ้รองที่หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจนแทบกระอักเลือด ยามนี้ สมาชิกตระกูลจางผู้เคยใช้อำนาจกดขี่สะใภ้รองอย่างพวกนางมาตลอดหลายปี ต่างต้องถอยกรูดด้วยความหวาดผวา บรรยากาศรอบตัวหลินอิงในยามนี้ไม่ได้มีกลิ่นอายของหญิงชาวบ้านผู้ยอมจำนนต่อโชคชะตาเหมือนวันวาน แต่กลับแผ่ซ่านกลิ่นอายของความเด็ดขาดราวกับเซียนสาวจากแดนไกลที่พร้อมจะฟาดฟันใครก็ตามที่กล้ามาขวางทางทำมาหากิน “นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาไล่ฉันผู้เป็นแม่ chồng หะ! ของในครัวนั่นมันสมบัติของบ้านตระกูลจาง แกแอบซ่อนอะไรไว้ในห้องเก็บฟืน ทำไมมันถึงมีกลิ่นหอมของแป้งหมักและเนื้อตุ๋นโชยออกมาจนคนทั้งหมู่บ้านเขาซุบซิบนินทากันให้แซด!” จางหม่าแผดเสียงแหลมสูง ใบหน้ายับย่นบิดเบี้ยวด้วยความริษยา นางพยายามชะเง้อคอมองผ่านไหล่ของหลินอิงเข้าไปด้านใน ทว่าประตูไม้บานหนากลับถูกปิดตายด้วยกลอนเหล็กที่เพิ่งตอกเสริมเข้าไปใหม่เมื่อคืนนี้เอง หลินอิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวหเราะทุ้มต่ำแต่ทรงพลังนั้นทำเอาความตั้งใจจะพังประตูของจางหม่าชะงักงัน “สมบัติของตระกูลจางงั้นหรือครับ? น่าขันสิ้นดี ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านนี้มา สิ่งที่ฉันได้รับมีเพียงหยาดเหงื่อและเศษข้าวต้มก้นหม้อที่พวกท่านจงใจเหลือไว้ให้สุนัขกิน ข้าวสารสักเม็ด หรือน้ำมันสักหยดจากพวกท่าน ฉันไม่เคยเห็นหน้าค่าตา หากอยากได้ของหอมๆ นัก ก็เชิญไปหาเอาตามมีตามเกิดเถอะครับ เพราะที่นี่... ไม่มีอะไรให้พวกปลิงดูดเลือดอย่างพวกท่านมาเกาะกินอีกต่อไปแล้ว ไสหัวไปซะ!” ป้าสะใภ้รองหน้าเขียวคล้ำด้วยความแค้น นางถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างเดือดดาล “แกจำไว้เลยนะหลินอิง! อีกสามวันทางคอมมูนจะตรวจสอบโควตาแรงงาน ถ้าครอบครัวพวกแกไม่มีผลผลิตส่งมอบตามกำหนด เตรียมตัวไปใช้แรงงานที่เหมืองหินทางเหนือได้เลย!” สิ้นเสียงขู่ สองแม่ลูกตระกูลจางก็สะบัดก้นเดินหนีหายไปในความมืดสลัวยามพลบค่ำ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ปกคลุมรอบบริเวณเรือนพัก เมื่อมั่นใจว่าแขกไม่ได้รับเชิญลับสายตาไปแล้ว หลินอิงจึงถอนหายใจยาวเหยียด นางหันหลังกลับแล้วสาวเท้าก้าวเร็วๆ เข้าไปในห้องนอน ปิดล็อกกลอนประตูอย่างแน่นหนา ก่อนจะหลับตาลงตั้งสมาธิชั่วพริบตาเดียว ร่างเพรียวบางของนางก็หายวับไปจากโลกภายนอกอย่างไร้ร่องรอย วูบ! กลิ่นไอความเย็นสดชื่นของมิติฟาร์มส่วนตัวโชยเข้าปะทะนาวิกโยธินทันที อุณหภูมิที่อบอุ่นและเสถียรในนี้แตกต่างจากโลกภายนอกลิบลับ เบื้องหน้าของหลินอิงคือผืนดินสีดำสนิทอุดมไปด้วยแร่ธาตุ แปลงผักกาดขาวและต้นหอมที่นางทดลองเร่งเวลาด้วยน้ำวิเศษในบ่อประหลาด เติบโตงอกงามจนใบเขียวขจีอวบออ่น ลำต้นอวบอิ่มจนแทบปริแตก ส่งกลิ่นหอมหวานของผักสดสะอาดบริสุทธิ์ไร้สารพิษลอยอวลไปทั่วอาณาบริเวณ “เยี่ยมมาก... อัตราการเติบโตเร็วกว่าภายนอกถึงสิบเท่า แค่คืนเดียวก็พร้อมเก็บเกี่ยวแล้วสินะครับ” รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นบนมุมปากอิ่ม หลินอิงกวาดยสายตามองไปยังแปลงข้าวสาลีพันธุ์พิเศษที่นางแอบนำเมล็ดพันธุ์เกรดพรีเมียมจากอนาคตมาเพาะปลรูก รวงข้าวสีทองอร่ามร่วงกราวเมื่อต้องสายลมจำลองในมิติ เมล็ดข้าวอวบอ้วนเต็มรวง น้ำหนักแน่นหนaจนโน้มกิ่งลงต่ำ นี่คืออาวุธลับของนาง! ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนต่างอดอยากปากแห้ง สินค้าเกษตรคุณภาพสูงเช่นนี้ย่อมเป็นสินค้าหายากที่สามารถเปลี่ยนกระดานชีวิตของครอบครัวจางได้อย่างพลิกฝ่ามือ หลินอิงไม่รอช้า นางหยิบเคียวเกี่ยวข้าวสาลีด้วยความคล่องแคล่ว เสียงคมเคียวเฉือนยอดรวงข้าวขาดสะบั้นดังซ่าๆ อย่างเป็นจังหวะ เม็ดข้าวสีทองร่วงหล่นลงในตะกร้าไม้ไผ่สานอย่างเป็นระเบียบ เหงื่อเม็ดใสผุดขึ้นตามไรผมขาวเนียน แต่นางหาได้ใส่ใจไม่ ความเหน็ดเหนื่อยถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจยามเมื่อคิดถึงแผนการใหญ่ในวันพรุ่งนี้ ตลาดมืดในอำเภอ... สถานที่ที่เงินตราสะพัดและกฎหมายเอื้อมไม่ถึง คือเป้าหมายแรกที่นางจะนำผลผลิตล็อตแรกนี้ไปฟาดฟันสร้างความมั่งคั่ง ผ่านไปราวกว่าสองชั่วโมง กองข้าวสาลีและผักปลอดสารพิษจำนวนมากถูกจัดเตรียมใส่กระสอบผ้าใบอย่างเรียบร้อย หลินอิงปาดเหงื่อบนหน้าผาก ยืนมองผลงานชิ้นเอกด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนที่นางจะเดินไปยังโซนห้องครัวจำลองในมิติ มือเรียวหยิบแป้งสาลีคุณภาพสูงที่เพิ่งนวดเสร็จเมื่อครู่มาปั้นเป็นก้อนกลมๆ เตรียมทำ “ซาลาเปาไส้หมูสามชั้นตุ๋นยาจีน” สูตรลับเฉพาะตัว เพื่อใช้เป็นตัวดึงดูดลูกค้าในตลาดมืด และในขณะเดียวกัน ก็เก็บไว้บำรุงสามีหนุ่มผู้เหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหารอย่างเต็มที่ กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูเคี่ยวกับเครื่องเทศนานาชนิดเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวในมิติ ความร้อนระอุของเตาถ่านจำลองทำให้เนื้อหมูเปื่อยนุ่มละลายในปาก ไขมันสีทองฉ่ำเยิ้มคลุกเคล้ากับน้ำซุปเข้มข้น เสียงเดือดปุดๆ ของหม้อดินให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ในขณะที่หลินอิงกำลังบรรจงห่อแป้งจีบเป็นรูปกลีบดอกไม้ ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูเรือนภายนอกมิติ แกร๊ก... เสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้นเบาๆ หลินอิงชะงักมือ นางรีบดึงสติตัวเองออกจากมิติฟาร์มทันที ร่างของนางปรากฏขึ้นยืนอยู่กลางห้องนอนของเรือนไม้จริงในเสี้ยววินาที กลิ่นหอมของซาลาเปายังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ทว่ากลิ่นไออับชื้นของห้องหอบความเหนื่อยล้าของโลกความเป็นจริงได้พัดผ่านเข้ามาแทนที่ “อิงอิง... น้องตื่นอยู่หรือเปล่าครับ?” เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังลอดมาจากหน้าประตูห้อง จางเหว่ย นายทหารหนุ่มผู้มีใบหน้าคมคายเคร่งขรึม ยืนกอดอกพิงกรอบประตู ชุดเครื่องแบบทหารเปื้อนฝุ่นดินและหยาดเหงื่อบ่งบอกว่าเขาเพิ่งกลับจากการฝึกซ้อมภาคสนามอย่างหนักหน่วง ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับทอประกายอ่อนโยนยามเมื่อมองมาที่นาง และสิ่งที่ทำให้หัวใจของหลินอิงกระตุกวูบ คือคราบเขม่าดินและรอยแผลถลอกที่แขนแกร่งของเขา “ท่านพี่... ท่านกลับมาแล้ว ทำไมเนื้อตัวถึงมีสภาพแบบนี้ล่ะครับ?” หลินอิงรีบวางอุปกรณ์ในมือแล้วก้าวเข้าไปหาเขาด้วยความตกใจ น้ำเสียงที่มักจะแข็งกร้าวเมื่อเผชิญหน้ากับคนอื่น กลับเจือไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด จางเหว่ยขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง เขาใช้มือใหญ่อันหยาบกร้านลูบศีรษะนางเบาๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับเกรงว่าภรรยาตัวน้อยจะบอบช้ำ “พี่ไม่เป็นไรครับ แค่ซ้อมรบหนักไปหน่อย... แต่ว่า...” จางเหว่ยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะก้มลงสูดดมกลิ่นบางอย่างที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ “กลิ่นหอมอะไรช่างเย้ายวนใจนัก... อิงอิง น้องแอบทำอะไรกินอีกแล้วใช่ไหมครับเนี่ย?” หลินอิงเม้มปากเล็กน้อย กำลังจะอ้าปากอธิบายความลับเรื่องมิติฟาร์มให้สามีฟังคร่าวๆ เพื่อไม่ให้เขาตกใจ ทว่ายังไม่ทันที่คำพูดแรกจะหลุดจากริมฝีปาก... ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างเร่งรีบและรุนแรง ราวกับมีคนกำลังหนีตายมาขอความช่วยเหลือ! จางเหว่ยหรี่ตาลงทันที รัศมีนักฆ่าและนายทหารผู้ผ่านสนามรบแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาในพริบตา เขาดึงหลินอิงมาหลบไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณ มือแกร่งเอื้อมไปหยิบปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ที่เอวขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว “อย่าเพิ่งออกไป...” จางเหว่ยกระซิบเสียงต่ำด้วยความระแวดระวัง หลินอิงแอบมองผ่านรอยแยกของหน้าต่างออกไปด้านนอก ท่ามกลางแสงจันทร์สลัว ร่างสะบักสะบอมของชายชราคนหนึ่งกำลังล้มฟุบลงที่หน้าประตูเรือน พร้อมกับรอยเลือดสดๆ ที่หยดเป็นทางยาวบนพื้นดิน... และสิ่งที่ทำให้หลินอิงต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือป้ายห้อยคอประจำตัวของชายชราผู้นั้น เป็นสัญลักษณ์รูป “ใบชาประทับตราพยัคฆ์” ซึ่งเป็นสมบัติลับของตระกูลที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับความตายของพ่อตาของนางเมื่อสิบปีก่อน! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในเส้นทางสายอร่อยและสะใจนี้กับ “กาแฟโบราณแก้วโต” เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%