เสียงฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังปังจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสั่นระรัว น้ำชาสมุนไพรกระฉอกเปื้อนผ้าปูโต๊ะสีซีด แต่หลินอิงกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง คิ้วเรียวสวยของเธอยังคงยกขึ้นเล็กน้อยอย่างใจเย็น มือเรียวบางกำลังใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เก่าซับคราบน้ำชาออกอย่างเบามือราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"หลินอิง! เจ้าเด็กอกตัญญู! แกกล้าดียังไงถึงพูดจาแบบนี้กับฉัน!"
เสียงแหลมสูงของจางหม่าหรือแม่สามีดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงคับแคบ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาตี่เล็กจ้องมองสะใภ้รองด้วยความเคียดแค้นชิงชัง วันนี้ตั้งใจมาทวงเงินค่าเก็บเกี่ยวข้าวสาลีที่เพิ่งขายได้ครึ่งหนึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติที่นางอ้างว่า "ลูกสะใภ้ต้องกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ" แต่กลับถูกหลินอิงตอกกลับหน้าหงายด้วยสัญญาแบ่งครัวเรือนที่ทำไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อเดือนก่อน
หลินอิงวางกระดาษในมือลง เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปาก ทว่าแววตากลับเยียบเย็นจนจางหม่าต้องชะงักไปชั่วขณะ
"คุณแม่พูดเกินไปแล้วครับ... เอ๊ย พูดเกินไปแล้วค่ะ... เอ้ย พูดเกินไปแล้วครับ" หลินอิงเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นเคยจากยุคปัจจุบัน เธอกระแอมเบาๆ กลบเกลื่อนก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน "สัญญาแบ่งครัวเรือนที่ท่านผู้ใหญ่บ้านและพี่ใหญ่ลงชื่อเป็นพยานระบุชัดเจนว่า ครอบครัวรองแยกบ้านออกมาทำมาหากินเองอย่างอิสระตั้งแต่เดือนก่อน เงินหยวนทุกเหมาที่พวกเราหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน ย่อมเป็นสิทธิ์ขาดของพวกเรา จะนำไปซื้อแป้งสาลีหรือซื้อเนื้อหมูสามชั้นมารับประทานให้หนำใจ ก็ไม่ใช่กงการอะไรที่แม่จะต้องมาเดือดร้อนไม่ใช่หรือครับ?"
"แก!... แกกล้าเอาสัญญามากดหัวฉันเรอะ นังตัวดี!" จางหม่าพุ่งตัวจะเข้ามาคว้าผมของหลินอิงด้วยความบันดาลโทสะ มือหยาบกร้านกางออกหมายจะตบสั่งสอนสะใภ้ผู้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงสักฉาดใหญ่
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะทันได้เฉียดกายหลินอิง ประตูไม้หน้าบ้านก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาด้วยก้าวอันมั่นคง แผ่รังสีความน่าเกรงขามและไอสังหารจางๆ ออกมาจนบรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงหลายองศา
จางเหว่ย... สามีของเธอปรากฏตัวขึ้นในจังหวะเวลาที่ราวกับคำนวณไว้
ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เข้ามาดึงร่างบางของภรรยามาหลบไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง มือหนาจับข้อมือของมารดาไว้แน่นด้วยแรงบีบที่ทำให้อีกฝ่ายต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด
"แม่กำลังทำอะไรครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม เรียบเฉยแต่กดดันจนจางหม่าถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ
"ไอ้... ไอ้ลูกอกตัญญู แกเห็นนังเมียตัวดีมันปีนเกลียวฉัน แม่ผู้ให้กำเนิดแกนะ! แกไม่สั่งสอนมัน แถมยังเข้าข้างมันเรอะ!" จางหม่าโวยวายลั่น เสียงเริ่มสั่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นแววตาไร้ความรู้สึกของบุตรชายคนรอง ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดในค่ายทหาร
จางเหว่ยไม่ตอบคำถาม เขากวาดสายตามองถ้วยชาที่หกเลอะเทอะ ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระเป๋าผ้าสีซีดที่แม่ของตนมักใช้ซ่อนของมีค่า แววตาคมปลาบฉายแววรู้ทันทันที
"ถ้าแม่มาเพื่อทวงเงินค่าข้าวสาลี ผมคงต้องบอกตามตรงว่า 'ไม่มี' ครับ" จางเหว่ยกล่าวเสียงเรียบ "เงินทั้งหมดของครอบครัวเรา ผมมอบให้ภรรยาเป็นคนจัดการแต่เพียงผู้เดียว และถ้าหากแม่ยังมาสร้างความวุ่นวายที่นี่อีก ผมคงต้องใช้สิทธิ์ของหัวหน้าครอบครัวในการตัดขาดความสัมพันธ์และงดการส่งเสียเสบียงรายเดือนตามที่เคยตกลงกันไว้"
คำพูดประโยคสุดท้ายราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ จางหม่าเบิกตากว้าง อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก นางรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้พูดจริงทำจริง หากถูกตัดเงินช่วยเหลือรายเดือน ชีวิตในวัยชราของนางกับสามีคงลำบากไม่น้อย ครั้นจะอาละวาดต่อก็สู้แรงกดดันของบุตรชายและสายตานิ่งสงบแต่เฉียบคมของหลินอิงไม่ไหว
"แก... พวกแกมัน..." จางหม่าชี้หน้าสามีภรรยาด้วยความแค้นใจ ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากบ้านอย่างหัวเสีย ทิ้งท้ายด้วยเสียงกระแทกประตูดังสนั่นหวั่นไหว
เมื่อร่างของแม่สามีลับตาไป หลินอิงก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอหันไปมองสามีหนุ่มที่ยืนหน้าเคร่งเครียดอยู่ข้างกาย ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นสัมผัสสันกรามคมสันเบาๆ เพื่อคลายความตึงเครียด
"คุณนี่มาถูกจังหวะเสียจริงนะเหว่ยเกอ เกือบจะได้ออกกำลังกายตอนบ่ายเสียแล้วสิครับ" หลินอิงเอ่ยเย้าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
จางเหว่ยจับมือเรียวที่แก้มของตนไว้ กดจูบลงบนฝ่ามืออุ่นแผ่วเบา ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาอ่อนโยนที่ทอดมองภรรยาคนสวย "ผมไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายคุณหรอกครับ... อีกอย่าง แม่คงไม่กล้ามาวุ่นวายกับคุณสักพักใหญ่แล้วล่ะ"
"เก่งมากครับสามี เพื่อเป็นรางวัลสำหรับวีรกรรมในวันนี้ เดี๋ยวผมจะเข้ามิติไปจัดการทำเมนูเด็ดให้คุณทานเป็นพิเศษดีไหมครับ?" หลินอิงกระซิบเสียงหวาน ดวงตาส่อประกายระยิบระยับ
พูดคุยกันได้ไม่นาน กลิ่นหอมกรุ่นแปลกประหลาดก็เริ่มลอยฟุ้งกระจายออกมาจากห้องครัวเล็กๆ หลินอิงใช้เวลาเพียงครู่เดียวในการหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติพิเศษออกมาเตรียมการ เธอเลือกใช้ "เนื้อหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซีอิ๊วดำโบราณ" ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ผสมผสานกับเครื่องเทศจีนสูตรลับเฉพาะที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลทะลุกรอบหน้าต่างไม้เก่าๆ ออกไปไกลจนถึงบ้านพักของเพื่อนบ้านละแวกนั้น
กลิ่นหอมเย้ายวนใจของน้ำตาลเคี่ยวกับซีอิ๊วชั้นดีและพะโล้สมุนไพรลอยไปตามสายลมยามบ่าย ปลุกเร้าประสาทสัมผัสของทุกคนในหมู่บ้านให้ต้องเหลียวหลังมอง หลินอิงบรรจงตักหมูตุ๋นสีแดงฉ่ำวาวเงางามราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุย เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงามน่ารับประทาน
นี่คือสินค้าล็อตใหม่ที่จะนำไปวางขายในตลาดมืดคืนนี้... และเธอมั่นใจว่ามันจะต้องขายหมดเกลี้ยงภายในพริบตาเดียวอย่างแน่นอน
ทว่า ในขณะที่หลินอิงกำลังใช้ตะเกียบเกลี่ยชิ้นเนื้อหมูให้เข้าที่เพื่อจัดจานเตรียมให้สามีชิม เสียงเคาะประตูดังปังๆ อย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นอีกครั้งขัดจังหวะความสุข
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"พี่เหว่ย! พี่หลินอิง!แย่แล้วครับ! ที่ตลาดมืดเกิดเรื่องใหญ่แล้ว! สินค้าล็อตแรกของพวกเราถูกคนของสหกรณ์การค้าอำเภอเข้าตรวจค้นและยึดเอาไว้หมดเกลี้ยงแล้วครับ!"
เสียงตะโกนหอบแฮกด้วยความตกใจของอาเฉียง เด็กหนุ่มผู้ช่วยส่งของดังทะลุเข้ามา ทำเอาตะเกียบในมือของหลินอิงชะงักค้างกลางอากาศ รอยยิ้มพึงพอใจเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา แววตาคู่สวยหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอมานะครับ
ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 12
สยบความโลภด้วยแผนการเหนือชั้น
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!