ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 11

แม่สามีบุกรัง หวังมาขอส่วนแบ่ง

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"บ้านช่องหลังใหญ่โตปานนี้ แต่กลับปล่อยให้พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดต้องทนกราบไกราวนอกประตู เจ้ามันเป็นลูกอกตัญญู! จางเหว่ย แกอยากให้ชาวบ้านเขานินทาว่าร้ายจนเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนกัน!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสั่นสะเทือน น้ำชาในกาน้ำร้อนที่เพิ่งต้มเดือดส่งไอระเหยกรุ่นผสมผสานกับกลิ่นอายความเกรี้ยวกราดของ 'จางหม่า' แม่สามีผู้ไม่เคยสร้างคุณงามความดีอะไรนอกจากจ้องจะสูบเลือดเนื้อลูกชายและลูกสะใภ้ หลินอิงวางตะหลิวเหล็กในมือลงบนเคาน์เตอร์ไม้ไผ่ด้วยจังหวะที่พอเหมาะพอเจาะ เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกลับดังก้องกังวานในความเงียบงันที่ถูกสร้างขึ้นโดยแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ นางปัดเศษแป้งสาลีที่ติดอยู่บนผ้ากันเปื้อนสีหม่นออกอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้เป็นแม่สามีที่ยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กลางห้องโถง ใบหน้าของจางหม่ายังคงเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความโลภและความคุ้นชินในการเป็นผู้กดขี่ ด้านข้างยังมีจางเฉียง น้องชายสามีตัวแสบที่ทำหน้าลอยชายคอยสูดกลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาจากในครัวด้วยสายตาหิวกระหาย "แม่ครับ..." จางเหว่ยที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงผักด้านหลังบ้านขมวดคิ้วแน่น ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเก่าๆ ก้าวเข้ามาบังภรรยาไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบฉายแววเย็นชาจนคนเป็นแม่สะท้าน "ที่นี่ไม่ใช่บ้านของแม่ และพวกผมก็ไม่ได้ติดค้างอะไรตระกูลจางอีกแล้ว ตั้งแต่เราแยกบ้านกันเมื่อสามเดือนก่อน ทุกอย่างถูกเคลียร์ชัดเจนต่อหน้าผู้ใหญ่บ้าน" "ไอ้ลูกเนรคุณ!" จางหม่ากรี๊ดเสียงแหลม พลางทุบอกตัวเองฉาดใหญ่เรียกความน่าเวทนา "แกแต่งเมียเข้ามาแล้วลืมหัวอกคนอุ้มท้องมาหรือไง! เห็นว่าช่วงนี้พวกแกทำมาค้าขึ้น ขายซาลาเปากำไรงามจนมีเงินซื้อจักรเย็บผ้า ถึงกับกล้าไล่พ่อกับแม่แล้วหรือวะ! วันนี้ฉันไม่ขออะไรมาก ส่งสูตรแป้งซาลาเปานั่นมา แล้วก็เงินเก็บครึ่งหนึ่งในบ้านนี้ มิฉะนั้นฉันจะไปฟ้องคอมมูนให้มาขับไล่พวกแกฐานหากำไรเกินควร!" ความโลภปรากฏชัดเจนในแววตาของสองแม่ลูก พวกเขาไม่ได้มาเพราะความคิดถึงหรือความห่วงหาอาทร แต่กลิ่นหอมของซาลาเปาสอดไส้สูตรลับจากมิติฟาร์มที่หลินอิงลงมือทำเมื่อรุ่งสางต่างหาก คือเหยื่อล่อชั้นดีที่ดึงดูดแร้งกาเหล่านี้ให้บินมาจิกกิน หลินอิงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว ทำให้จางหม่าชะงักไปชั่วขณะ หญิงสาวย่างก้าวออกมาจากห้องครัว ร่างเพรียวบางแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจก้าวผ่านสามีไปยืนอยู่แถวหน้า นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตากลมโตคู่นั้นกลับพินิจพิจารณาคนทั้งสองราวกับกำลังมองสินค้าใกล้เน่าเสียในตลาดสด "คุณแม่พูดถูกครับ..." หลินอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่นุ่มนวลจนน่าขนลุก "ความกตัญญูเป็นสิ่งประเสริฐ แต่ความโลภอย่างไร้ขอบเขต... เขาเรียกว่าเปรตขอส่วนบุญนะ1ครับ" "นัง... นังสารเลว! แกกล้าดียังไงมาว่าฉัน!" จางหม่าหน้าดำคร่ำเครียด พุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบหน้าลูกสะใภ้สักฉาดให้หายแค้น แต่เร็วกว่าแสง จางเหว่ยขยับตัวคว้าข้อมือของมารดาไว้แน่น แรงบีบจากทหารหนุ่มผู้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงทำให้จางหม่าต้องร้องโอดครวญ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด "พอได้แล้วครับแม่!" จางเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำ ความอดทนที่มีมาตลอดชีวิตถูกกัดเซาะจนแทบไม่เหลือหรอ "ผมบอกแล้วว่าถ้ายังไม่หยุดสร้างความวุ่นวาย อย่าหาว่าผมไม่เห็นแก่หน้า!" "แก... แกจะทำร้ายแม่บังเกิดเกล้าเรอะ!" จางเฉียงเห็นแม่ถูกทำร้ายก็พุ่งเข้ามาหมายจะชกพี่ชาย แต่ยังไม่ทันถึงตัว หลินอิงก็หยิบเข่งไม้บรรจุพริกขี้หนูแห้งเผ็ดร้อนที่เพิ่งคั่วใหม่ๆ สาดใส่หน้าผู้เป็นน้องสามีเต็มแรง! "แอ๊ก! แค่กๆๆ!" จางเฉียงสำลักควันพริกจนน้ำตาไหลพราก ไอจนตัวงอ ล้มลงไปดิ้นกับพื้นบ้าน ฝุ่นพริกเผาฟุ้งกระจายจนทุกคนต้องไอตามกันเป็นแถบ หลินอิงหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดมืออย่างใจเย็น นางมองดูสองแม่ลูกที่กำลังทุรนทุรายด้วยสายตาเย้ยหยัน รสชาติของการเอาคืนช่างหอมหวานเสียยิ่งกว่าน้ำซุปเคี่ยวเคี่ยวเสียอีก "คุณแม่บอกว่าเราหากำไรเกินควรใช่ไหมครับ?" หลินอิงก้าวเข้าไปใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "งั้นวันนี้... ผมจะทำให้ท่านเห็นว่า 'ความฉิบหาย' ที่แท้จริง มันมีรสชาติอย่างไร" ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็หักล้างความเงียบขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของหัวหน้าหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่คอมมูนสองคนก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ได้รับแจ้งว่าบ้านนี้มีการกักตุนสินค้าผิดกฎหมายและทะเลาะวิวาทกันรุนแรง ใครเป็นเจ้าบ้าน!" เจ้าหน้าที่คนแรกประกาศกร้าว จางหม่าได้ที รีบคลานเข้าไปเกาะขาเจ้าหน้าที่ทันที ร้องไห้ฟูมฟายฟ้องร้องว่าหลินอิงและจางเหว่ยทำร้ายร่างกายและลักลอบค้าขายร่ำรวยผิดกฎหมาย หลินอิงเพียงแค่ยิ้มมุมปาก นางหันไปสบตากับจางเหว่ยที่ยืนอยู่ข้างกาย สามีหนุ่มบีบมืออุ่นของนางเบาๆ เป็นเชิงสนับสนุน ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ ในดวงตาของทั้งคู่ ทว่า... ก่อนที่หลินอิงจะได้งัดหลักฐานเด็ดในมิติฟาร์มออกมาตบหน้าคนตระกูลจางให้หงายเงิบ ประตูรั้วด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับร่างของชายชราในชุดเสื้อคลุมไหมจีนโบราณที่ดูคุ้นตา ผู้ติดตามด้านหลังเขากำลังถือกล่องไม้สนหอมสลักลายวิจิตร "หลานสาวหลิน... ข้าได้กลิ่นน้ำซุปตุ๋นยาจีนลอยมาแต่ไกล วันนี้เจ้าทำเมนูอะไรเด็ดๆ มาต้อนรับท่านผู้ตรวจการจากตัวเมืองบ้างล่ะ?" จางหม่าและจางเฉียงที่กำลังนั่งโอครวญอยู่บนพื้นถึงกับอ้าปากค้าง ตาค้างเติ่งเมื่อเห็นว่าแขกผู้มาใหม่คือใคร... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%