ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 17

ไอศกรีมยุค 70 ละลายใจสามี

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าพวกมันกล้าก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในเขตบ้านของเราแม้แต่ก้าวเดียว ผมจะเป็นคนหักขาพวกมันด้วยมือคู่นี้เองครับ ไม่ต้องรบกวนมือคุณหรอก หลินอิง" เสียงทุ้มต่ำของจางเหว่ยดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งเป็นสันคมและดวงตาคู่นคมกริบที่มักจะนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึกเวลานี้กลับระอุไปด้วยประกายเพลิงแห่งโทสะ มือหนาที่ผ่านการจับอาวุธและทำไร่ทำนามาอย่างโชกโชนกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือ หลินอิงวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ ดึงสติของนายทหารหนุ่มให้หันกลับมามอง หญิงสาวไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือลนลานแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอกลับซ่อนความร้ายกาจไว้อย่างแนบเนียน นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ "ใจเย็นก่อนสิครับ สามี... คนพวกนั้นไม่ได้มาเพื่อประกาศสงครามตรงๆ เสียหน่อย พวกมันมาพร้อมกับคราบน้ำตาและความกตัญญูจอมปลอมต่างหากล่ะครับ" หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเย้ยหยัน เธอปัดเศษแป้งสาลีที่ติดอยู่บนผ้ากันเปื้อนออกเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม เอื้อมมือไปแตะท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเพื่อคลายความตึงเครียด "ยิ่งพวกเขามาในยามที่เรากำลังตั้งตัวได้ดีแบบนี้ แปลว่าพวกเขากลิ่นความหอมของเงินออกแล้วต่างหากล่ะครับ" กลิ่นอายความกดดันในห้องครัวแคบๆ คลี่คลายลงเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนผิวเนื้ออุ่นจัดของจางเหว่ย ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาจากคำเตือนเรื่อง "ตระกูลเดิม" ในอดีต เขาก้มลงมองภรรยาตัวน้อยที่มักจะมีแผนการร้ายกาจอยู่ในหัวเสมอ ดวงตาคมกริบฉายแววอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเป็นเธอ "ผมแค่ไม่อยากให้มือคู่นี้... หรือแม้แต่บ้านหลังนี้ต้องแปดเปื้อนเพราะคนพวกนั้นครับ" จางเหว่ยขยับเข้าไปใกล้ ใช้ฝ่ามือใหญ่อบอุ่นโอบรอบเอวบางของภรรยาเอาไว้โดยสัญชาตญาณ ราวกับต้องการยืนยันการปกป้อง "คุณเพิ่งจะทำให้ธุรกิจน้ำพริกและแป้งหมักของเราเริ่มเข้าที่เข้าทาง กำไรก้อนแรกจากตลาดมืดเมื่อวานยังวางอยู่บนตู้เลย ผมไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาทำลายมัน" "ไม่มีใครทำลายได้หรอกครับ..." หลินอิงเงยหน้าขึ้นสบตา สายตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความมั่นใจ "ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์เดินทางไกลมาหาเราถึงที่ทั้งที เราก็ควรจะต้อนรับด้วย 'ของหวาน' ชิ้นพิเศษ ที่จะทำให้พวกมันไม่มีวันลืมรสชาตินี้ไปจนวันตายเลยล่ะครับ" รอยยิ้มของภรรยาทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบ ความรู้สึกอบอุ่นผสมผสานกับความเร้าใจแล่นพล่านไปทั่วร่าง จางเหว่ยแพ้รอยยิ้มแบบนี้ของภรรยาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นยามที่เธอด่าทอญาติจอมเปรียบได้อย่างเจ็บแสบ หรือยามที่เธอยืนปรุงอาหารด้วยความตั้งใจในครัว รสชาติความหวานละมุนจากมิติลับที่หลินอิงมักจะแอบหยิบฉวยวัตถุดิบชั้นยอดออกมาใช้เสมอ ได้แทรกซึมเข้ามาเปลี่ยนชีวิตแต่งงานที่เคยแห้งแล้งและเต็มไปด้วยภาระ ให้กลายเป็นสวรรค์ย่อมๆ ที่เขาไม่อยากก้าวเท้าออกไปไหน "ของหวานเหรอครับ?" จางเหว่ยเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงทุ้มเจือความสงสัยระคนเอ็นดู "ท่าทางเจ้าเล่ห์แบบนี้... แสดงว่าคุณคิดแผนอะไรไว้อีกแล้วใช่ไหมครับ" "ก็ตามประสาคนใจดีน่ะครับ" หลินอิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวหลุดจากการโอบกอดแล้วเดินตรงไปยังมุมห้อง เธอเปิดฝาถังไม้ฉนวนพิเศษที่เก็บความเย็นซึ่งแอบดึงออกมาจากมิติลับ ไอเย็นสีขาวจางๆ ลอยกรุ่นออกมาทันที กลิ่นหอมหวานละมุนของนมสดแท้ วานิลลาธรรมชาติ และความหอมมันของเนยชั้นดีโชยแตะจมูกจนจางเหว่ยต้องสูดหายใจเข้าลึก ภายในถังนั้นคือก้อนไอศกรีมเนื้อเนียนละเอียดสีเหลืองนวลที่ถูกปั้นและเก็บรักษาไว้ด้วยอุณหภูมิวิเศษจากมิติ ในยุค 70 ที่น้ำแข็งยังเป็นของหายากและมีราคาแพงลิบลิ่ว การได้เห็นไอศกรีมเนื้อเนียนนุ่มละลายในปากถือเป็นความฟุ่มเฟือยระดับจักรพรรดิ แต่สำหรับหลินอิง มันคืออาวุธชิ้นใหม่ที่จะใช้สยบความโลภของคน "นี่คือไอศกรีมรสนมวานิลลาสูตรพิเศษครับ" หลินอิงตักเนื้อไอศกรีมเป็นก้อนกลมสวยงามใส่ลงในถ้วยแก้วใส ราดทับด้วยแยมสตรอว์เบอร์รีป่ารสเปรี้ยวอมหวานที่เธอเพิ่งเคี่ยวจากผลไม้ในมิติ สีสันตัดกันอย่างงดงามชวนน้ำลายสอ "ผมทำไว้เพื่อฉลองล่วงหน้าให้กับการมาเยือนของแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มนั้นโดยเฉพาะเลยนะครับ" จางเหว่ยเดินเข้ามาใกล้ มองถ้วยไอศกรีมในมือภรรยาด้วยความทึ่ง แม้เขาจะไม่ใช่คนติดของหวาน แต่ยามที่ได้ลิ้มลองฝีมือการทำอาหารของหลินอิง ทุกคำเปรียบเสมือนเวทมนตร์ที่ทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัว หญิงสาวใช้ช้อนเงินตักไอศกรีมคำเล็กๆ ขึ้นมา ยื่นไปจ่อตรงริมฝีปากของสามี "อ้าปากหน่อยสครับ... ชิมดูสิครับว่าความหวานนี้ จะพoช่วยดับความหงุดหงิดในใจของคุณลงได้บ้างไหม" ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มมองหน้าภรรยา ก่อนจะก้มลงรับคำหวานนั้นเข้าปาก สัมผัสแรกคือความเย็นจัดที่ตัดกับความร้อนรุ่มในอก ตามด้วยความนุ่มละมุนของนมสดที่ละลายหายไปบนลิ้นอย่างรวดเร็ว ความหวานหอมกลมกล่อมผสานกับความเปรี้ยวสดชื่นของแยมสตรอว์เบอร์รีระเบิดรสชาติออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่แค่ของหวานธรรมดา แต่มันคือรสชาติแห่งความสุข ความสงบ และความมั่นคงที่หลินอิงตั้งใจมอบให้เขา จางเหว่ยหลับตาลงชั่วขณะเพื่อซึมซับรสชาตินั้น มือหนายื่นไปกุมมือของภรรยาที่ถือช้อนอยู่แน่นขึ้น แรงบีบที่ส่งผ่านความรู้สึกอบอุ่นและลึกซึ้งทำให้หลินอิงต้องช้อนตาขึ้นมอง "อร่อยมากครับ..." จางเหว่ยลืมตาขึ้นมองเธอด้วยแววตาสั่นระริก รisรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "หวานจนผมคิดว่า... ต่อให้คนทั้งตระกูลนั้นยกโขยงกันมาพังบ้านเราตอนนี้ ผมก็คงไม่สนใจอะไรอีกแล้ว นอกจากจะยืนกินไอศกรีมถ้วยนี้กับคุณให้หมด" "ปากหวานเสียจริงนะครับ" หลินอิงยิ้มขำ แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะกับความโรแมนติกที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้อย่างไม่ทันตั้งตัว "แต่เกรงว่าคุณคงต้องเก็บแรงไว้เคลียร์กับพวกเขาเสียหน่อย เพราะดูเหมือนว่า..." ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นแทรกบรรยากาศหวานชื่นในห้องครัว จังหวะการเคาะที่หนักแน่นและไร้มารยาทนั้นบ่งบอกถึงตัวตนของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินอิงจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาเฉียบคมดุจใบมีด ส่วนจางเหว่ยนั้นประกายตากลับมาเย็นชาและดุดันขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความหวานละมุน กลายเป็นความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มขยับตัวยืนบังหน้าภรรยาโดยอัตโนมัติ สูดลมหายใจเข้าลึกเตรียมรับมือกับปัญหาที่เดินมาเคาะประตูถึงหน้าบ้าน แต่ก่อนที่จางเหว่ยจะได้เอ่ยปากหรือเอื้อมมือไปปลดกลอนประตู เสียงโวยวายคุ้นหูก็แผดดังทะลุบานไม้เก่าๆ เข้ามาเสียก่อน "จางเหว่ย! ไอ้ลูกอกตัญญู! แกกล้าดียังไงถึงปิดประตูใส่หน้าแม่คอยดูนะ ถ้าวันนี้แกไม่ยอมคายเงินครึ่งหนึ่งจากการขายของในตลาดมืดออกมา ฉันจะประจานให้แกหมดอนาคตในกองทัพแน่!" เสียงแหลมสูงของ "จางหม่า" แม่สามีจอมเอาเปรียบแผดดังลั่น พร้อมกับเสียงทุบประตูโครมใหญ่ที่สะท้อนถึงความโกรธเกรี้ยว หลินอิงยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยประกายแสงวิบวับอย่างท้าทาย เธอเอื้อมมือไปแตะแขนของสามีเบาๆ เป็นสัญญาณว่าให้เปิดทาง แล้วก้าวเท้าขึ้นมาเคียงข้างเขาอย่างไม่เกรงกลัว "มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ..." หลินอิงกระซิบเสียงเบาข้างหูสามี น้ำเสียงเจือความสนุกสนานระคนเย้ยหยัน "ดูท่าว่า... ไอศกรีมถ้วยนี้คงต้องแบ่งให้แขกผู้ไม่ได้รับเชิญได้ลิ้มลองความเจ็บแสบเสียแล้วล่ะครับ" จางเหว่ยเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เหี้ยมเกรียมไม่แพ้กัน มือหนาเอื้อมไปปลดกลอนประตูไม้ช้าๆ ดึงบานประตูให้เปิดกว้างออกเผชิญหน้ากับความวุ่นวายที่รออยู่เบื้องนอก แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่แค่ร่างของแม่สามีจอมโวยวายตามที่คาดคิด ร่างของชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานในชุดเสื้อคลุมตัวยาวแบบโบราณ ยืนไขว่ห้างอยู่ด้านหลัง พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมายังหลินอิงโดยเฉพาะ และประโยคแรกที่หลุดออกจากปากของชายคนนั้น ก็ทำให้ลมหายใจของสองสามีภรรยาต้องสะดุดกึกทันที— "ไม่เจอกันนานนะ... หลานสาวตัวดี เจ้ายังจำกลิ่นอายของ 'ตระกูลหลิน' ที่เจ้าขโมยสูตรลับมาได้อยู่หรือเปล่า?" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความหวานปนความแสบสันต์ไปพร้อมกับผม "กาแฟโบราณแก้วโต" นะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%