เสียงเหล็กกระทบกันดังแกรกที่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ ไม่ใช่เสียงเคาะประตูด้วยความเกรงใจ แต่เป็นการกระแทกกระทั้นด้วยส้นเท้าและท่อนไม้ของคนที่จงใจมาหาเรื่อง หลินอิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของจางเหว่ย กลิ่นอายความตึงเครียดแผ่ซ่านคละคลุ้งไปกับอากาศยามค่ำคืนที่เหน็บหนาว
จางเหว่ยไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนบังร่างเพรียวบางของภรรยาไว้มิดชิด มือหนาที่กระชับปืนพกข้างเอวคลายออกเล็กน้อยก่อนจะกำชับใหม่จนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว แววตาของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชนไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับลุ่มลึกและมืดมนราวกับก้นบึ้งของหุบเหวที่ไร้ก้น
"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเองครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับหนักแน่นจนหลินอิงรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยที่โอบล้อมอยู่รอบกาย
ย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดปีก่อน ในช่วงเวลาที่แผ่นดินจีนยังคงสั่นคลอนด้วยความอดอยากและคราบน้ำตา จางเหว่ยในวัยเพียงสิบแปดปีต้องแบกรับภาระของครอบครัวตระกูลจางหลังจากผู้เป็นพ่อล้มป่วยลงอย่างไร้การเยียวยา เสียงร้องไห้ระงมของน้องชายและน้องสาวที่ท้องกิ่วเพราะความหิวโหยยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ในยุคนั้น ข้าวสักถังหรือแป้งสาลีสักกำมือมีค่ามากกว่าชีวิตคน แม่สามีอย่างจางหม่าผู้เห็นแก่ตัวยอมเอาข้าวสารส่วนสุดท้ายไปจำนองเพื่อซื้อเหล้าและเนื้อให้พี่ชายคนโตของเขาได้กินอิ่ม โดยปล่อยให้จางเหว่ยต้องออกไปหาอาหารกลางป่าลึกท่ามกลางหิมะโปรดปรายเพียงลำพัง วันนั้น... เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดในหุบเขามรณะ รอยแผลเป็นแนวยาวพาดผ่านแผ่นหลังใต้ร่มผ้าคืออนุสรณ์สถานแห่งความโหดร้ายที่มารดามอบให้เพื่อแลกกับความสุขสบายของลูกชายคนโปรด
ความทรงจำอันมืดหม่นเหล่านั้นหล่อหลอมให้จางเหว่ยกลายเป็นคนเยชา ไร้หัวใจ และปิดตายความรู้สึกนึกคิดต่อผู้ให้กำเนิดมาโดยตลอด จนกระทั่งหลินอิงก้าวเข้ามาในชีวิต หญิงสาวผู้ใช้กลิ่นหอมของอาหารและรอยยิ้มอัจฉริยะค่อยๆ ละลายน้ำแข็งในอกของเขาออกทีละน้อย ทว่าความเงียบสงบนี้มักถูกรบกวนจากพวกเหลือบไรที่เกาะกินไม่เลิกรา
ปัง! เสียงถีบประตูรั้วไม้พังครืนลงมาพร้อมกับเงาร่างของจางหม่าและญาติห่างๆ อีกสองคนที่ถือจอบและเสียมบุกรุกเข้ามาในเขตบ้านอย่างอุกอาจ
"ไอ้ลูกอกตัญญู! เมียแกมันทำของใส่บ้านใหญ่จนพ่อแกอาเจียนเป็นเลือด แกยังกล้าซ่อนตัวอยู่ในบ้านอีกหรือ!" เสียงแหลมสูงของจางหม่าแผดก้องทะลุกลางความมืด นางชี้หน้าด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยวโดยไม่สนสายตาของชาวบ้านที่แอบมองอยู่ห่างๆ
จางเหว่ยค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนคนกลุ่มนั้นชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ยามเมื่ออยู่กับภรรยา บัดนี้กลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"บ้านหลังนี้รัฐบาลจัดสรรให้ผมกับภรรยาตามกฎหมาย และพวกท่าน... ไม่มีสิทธิแม้แต่จะก้าวเข้ามาเหยียบ ณ ที่แห่งนี้" น้ำเสียงของจางเหว่ยเรียบสนทนา ไร้ซึ่งความลังเล
"แกกล้าไล่แม่หรอกเรอะ! เนรคุณ! เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!" จางหม่ากรีดร้องด้วยความเหลืออด นางพยายามพุ่งเข้ามาทุบตีบุตรชายคนรองตามนิสัยที่เคยทำมาตลอดชีวิต ทว่าครั้งนี้... มือเหี่ยวย่นนั้นกลับถูกมือหนาคว้าเอาไว้แน่น บีบจนนางต้องร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
"ผมหมดความอดทนกับพวกท่านมานานแล้วครับ" จางเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าทุกคนที่มาในวันนี้ด้วยแววตาที่เฉียบคมราวกับใบมีด "ถ้าไม่อยากให้ผมไปฟ้องกองอำนวยการประจำคอมมูนเรื่องข้อหาบุกรุกยามวิกาลและทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ญาติที่ติดตามมาเริ่มหน้าซีดเผือดและดึงแขนจางหม่าให้ออกไป ทว่าจางหม่ากลับตาขวางด้วยความแค้น นางสะบัดมือหลุดแล้วตะโกนลั่นด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"คิดว่าแกไล่ฉันพ้นรึไอ้ลูกเนรคุณ! แกจำเรื่อง 'สัญญาเลือด' เมื่อสี่ปีก่อนไม่ได้รึไง! ถ้าแกไม่ยอมส่งเงินเดือนทหารครึ่งหนึ่งให้บ้านใหญ่ แกก็เตรียมตัวติดคุกฐานทำร้ายบุพการีได้เลย!"
คำว่า "สัญญาเลือด" ทำให้จางเหว่ยชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนโกรธจัด เอกสารฉบับนั้นที่เขาถูกบังคับให้ลงนามเพื่อแลกกับการรักษาน้องสาว... มันถูกเก็บไว้ในเซฟลับของตระกูลใหญ่ แล้วเหตุใดจางหม่าถึงนำมันมาขู่ในเวลานี้ได้?
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด หลินอิงที่ยืนเงียบมานานก็ก้าวเท้าออกมาจากด้านหลัง นางยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับอย่างเหนือชั้น มือเรียวบางถือถ้วยกระเบื้องเคลือบที่ยังคงมีไอความร้อนพวยพุ่งส่งกลิ่นหอมเย้ายวนของ "ซุปไก่ตุ๋นโสมป่าและเห็ดหอมมิติลับ" ออกมาเตะจมูกทุกคนจนต้องกลืนน้ำลาย
"สัญญาเลือดอะไรนั่นน่ะ... เกรงว่าน่าจะหมดอายุความตั้งแต่ตอนที่พวกท่านแอบเอาชื่อฉันไปตัดสิทธิ์โควต้าแป้งสาลีประจำเดือนแล้วกระมังครับคุณแม่สามี" หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ นางเดินเข้าไปใกล้สามีแล้วส่งยิ้มให้เขานิดๆ เป็นเชิงบอกว่า *ปล่อยให้เป็นตาฉันบ้าง*
จางเหว่ยหันมามองภรรยา ความมืดมนในใจเมื่อครู่ราวกับถูกปัดเป่าด้วยไอร้อนของซุปในมือ นางไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยจริงๆ
"แก... นังสะภารั่วไหล! แกกล้าดียังไงมาพูดจาลบหลู่..." จางหม่าหน้าถอดสีเมื่อถูกจี้จุดตายเรื่องการทุจริตโควต้าอาหาร
"ฉันจะกล้ากว่านี้อีกแน่ครับ ถ้าคุณแม่ยังไม่รีบไสหัวออกไปจากเขตบ้านเราภายในสามวินาทีนี้" หลินอิงก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว พร้อมกับเปิดฝาถ้วยกระเบื้องออก กลิ่นหอมเข้มข้นของเครื่องยาจีนและเนื้อไก่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มก็กระจายตัวฟุ้งไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่ชาวบ้านที่แอบดูอยู่ยังต้องสูดปากด้วยความหิว
จางเหว่ยเหลือบมองภรรยาด้วยแววตาพึงพอใจ ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นนับถอยหลังด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "หนึ่ง... สอง..."
ทว่า ก่อนที่คำว่า "สาม" จะหลุดออกจากริมฝีปากของเขา เสียงฝีเท้าม้าและเสียงตะโกนก้องจากปลายถนนในหมู่บ้านก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
"ประกาศจากกองบัญชาการทหารสูงสุด! มีคำสั่งด่วนถึงสหายจางเหว่ย!" ร่างของทหารสื่อสารคนหนึ่งควบจักรยานพุ่งเข้ามาหยุดที่หน้าบ้านด้วยความเร่งรีบ ใบหน้าของเขามีเหงื่อท่วมตัวและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ถุงจดหมายประทับตราลับสุดยอดถูกยื่นส่งให้จางเหว่ยทันทีที่เขาลงจากรถ
จางเหว่ยรับซองจดหมายมาด้วยความแปลกใจ เมื่อเขาฉีกซองออกแล้วกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ภายในนั้น ใบหน้าที่เคยสุขุมและเย็นชามาตลอดชีวิตของนายหนุ่มก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนยินดีปนอันตรายที่คาดไม่ถึง
"เกิดอะไรขึ้นหรือครับที่รัก?" หลินอิงเอמהถามเสียงเบา นางสังเกตเห็นมือหนาที่ถือกระดาษเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย
จางเหว่ยเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา สายตาคู่นั้นลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดaะ ก่อนที่เขาจะเอ่ยชื่อบุคคลหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้จางหม่าและทุกคนถึงกับหน้าถอดสีจนล้มพับลงไปกองกับพื้น
"คนจาก 'ตระกูลเดิม' ของผม... กำลังเดินทางมาที่นี่ครับ และพวกเขาไม่ได้มาดี"
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กาแฟโบราณแก้วโต" มาโดยตลอดนะครับ!
ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70•ตอนที่ 16
ปมในใจของจางเหว่ย
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยั่วใจภรรยาตัวร้าย: หอบมิติฟาร์มมาตั้งตัวในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!