กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอความร้อนที่ระอุขึ้นจากพื้นศิลาห้องใต้ดินระดับสาม อาคารวิจัยเวทมนตร์โบราณ ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวพวกเรา ละอองแสงสีครามจางๆ จากการปะทะเมื่อครู่ยังคงลอยเคว้งคว้างราวกับหิ่งห้อยหลงทาง ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ เซนถึงกับต้องผ่อนลมหายใจยาวออกมาเพื่อเรียกสติ หลังจากร่างเงาของบอสลับถูกผนึกกลับลงไปด้วยคทาของอาจารย์สาว
"เล่นอะไรกันอยู่เหรอคะ เด็กๆ..."
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจของอาจารย์เอลาร่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับรอยยิ้มบางที่มุมปากซึ่งซ่อนความหมายลึกลับเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสปราบมองสำรวจคราบเขม่าดินปืนและรอยไหม้บนเสื้อคลุมของเซนกับคีย์ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่วงแหวนเวทสีครามจางๆ ที่ยังคงหมุนวนอยู่บนฝ่ามือของเด็กหนุ่ม
"ดูท่าทาง... ฉันคงมาขัดจังหวะการปรับความเข้าใจกันพอดีสินะคะ?"
เซนรีบกำมือซ้ายเข้าหากันเพื่อซ่อนแสงสีครามนั้นเอาไว้ หัวใจเต้นรัวด้วยความระแวง แม้เขาจะขึ้นชื่อว่าเป็นพวกขี้เกียจและชอบโดดเรียนจนอาจารย์ฝ่ายปกครองปวดหัว แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเขาชัดเจนว่า พลังที่เพิ่งแสดงออกไปเมื่อครู่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ควรจะมี... โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อเจ็ดปีก่อน
"เปล่าสักหน่อยค่ะ อาจารย์... พวกเราแค่... บังเอิญผ่านมาแล้วเจอเจ้าตัวน่ารำคาญนี่เข้าพอดี" เซนแก้ตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุด แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม "จริงไหมคะ คีย์?"
คีย์ที่กำลังย่อตัวลงเก็บเศษขวดแก้วบรรจุน้ำยาเวทมนตร์ที่แตกกระจัดกระจาย รีบพยักหน้ารับคำทันทีอย่างรู้ใจ "ใช่ครับ—เอ๊ย! ใช่ค่ะอาจารย์! พอดีผมกำลังทดลองสูตรยาผสมใหม่แล้วเกิดความผิดพลาดทางเคมีนิดหน่อย จนดึงดูดเจ้าภูตเงื่อนไขนี้ออกมา... ต้องขอบคุณอาจารย์จริงๆ นะคะที่มาช่วยไว้ทันเวลา"
คำพูดที่ลื่นไหลแต่เกือบหลุดปากใช้สรรพนามผิดของผู้ช่วยตัวแสบ ทำเอาเซนแอบลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่อาจารย์เอลาร่าดูเหมือนจะไม่ได้ติดใจเรื่องคำพูดที่หลุดรอดออกมาสักเท่าไร เพราะความสนใจทั้งหมดของเธอกลับถูกดึงดูดไปโดยบางสิ่งบางอย่างที่นอนอยู่ใต้ซากศิลาปรักหักพัง
อาจารย์เอลาร่าก้าวเท้าเข้าไปใกล้จุดที่ร่างเงาของบอสลับเคยยืนอยู่ รองเท้าบูทหนังส่งเสียงกระทบพื้นศิลาเบาๆ เธอย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเขี่ยแผ่นโลหะสีดำสนิทที่สลักลวดลายประหลาด ซึ่งถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังมานานนับปี
"ความผิดพลาดทางเคมีงั้นเหรอคะ..." อาจารย์เอลาร่าพึมพำเบาๆ น้ำเสียงของเธอเจือแววขบขันแกแกมความเคร่งเครียดที่ยากจะคาดเด, "แต่ถ้าฉันจำไม่ผิด เจ้าตราสัญลักษณ์รูปกางเขนไขว้ที่มีรอยบากสามขีดแบบนี้... ไม่น่าจะหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปในเขตการศึกษาเวทมนตร์นะคะ, คีย์"
คีย์สะดุ้งเฮือก สีหน้าของอัจฉริยะด้านการปรุงยาซีดเผือดลงทันทีในพริบตา
เซนขยับตัวเข้ามาบังเพื่อนสนิทไว้ครึ่งก้าว สายตาคมกริบมองสบกับอาจารย์สาวอย่างระมัดระวัง "อาจารย์หมายความว่ายังไงเหรอคะ?"
เอลาร่ายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ได้ตอบคำถามในทันعي แต่ค่อยๆ หยิบแผ่นโลหะสีดำชิ้นนั้นขึ้นมาแสงไฟเวทมนตร์อ่อนๆ สะท้อนให้เห็นรอยสลักที่คุ้นตาอย่างประหลาด รอยสลักที่เซนเคยเห็นในบันทึกโบราณที่ถูกล็อกไว้ในหอสมุดเขตหวงห้าม—บันทึกเกี่ยวกับ 'เหตุการณ์เพลิงสีครามล้างบาง' เมื่อเจ็ดปีก่อน
"เมื่อเจ็ดปีก่อน..." เอลาร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังพูดกับตัวเองมากกว่าจะบอกเด็กนักเรียนทั้งสอง "มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งถูกสั่งให้ปิดตาย หอสมุดหลวงถูกลบข้อมูลทิ้งจนหมดสิ้น และนักวิจัยแถวหน้าคนหนึ่งหายสาบสูญไปพร้อมกับทฤษฎีเวทมนตร์ธาตุแสงที่ถูกบิดเบือน... ทุกคนต่างคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุจากการทดลองที่ผิดพลาด"
เธอกวาดสายตากลับมามองหน้าเซนช้าๆ แววตาคู่สวยนั้นลึกล้ำราวกับมหาสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง
"แต่ดูเหมือนว่า... ร่องรอยของพลังที่พวกเธอเพิ่งใช้ไปเมื่อครู่ จะเป็นกุญแจดอกเดียวที่ไขตู้เซฟดอกนั้นได้อีกครั้งนะคะ, เซน"
บรรยากาศในห้องใต้ดินพลันเงียบงัดลงทันที เสียงหอบหายใจของพวกเขากลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน เซนรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วเท้า สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อประเมินสถานการณ์ อาจารย์เอลาร่าไม่ได้มาจับกุม... แต่เธอกำลัง 'รอ' ให้พวกเขาเปิดเผยตัวตน
"อาจารย์กำลังพูดถึงอะไรอยู่เหรอคะ? หนูไม่เห็นจะเข้าใจเลย..." เซนยังคงเลือกที่จะเล่นบทเด็กนักเรียนผู้ไม่รู้อะไรเลย แม้ในใจจะเริ่มตระหนักแล้วว่า การปกปิดตัวตนของตนเองในสถาบันแห่งนี้ดูจะยากขึ้นทุกที
เอลาร่ายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ดูน่ากลัว แต่กลับอบอุ่นและเศร้าสร้อยในเวลาเดียวกัน เธอยื่นแผ่นโลหะสีดำชิ้นนั้นมาตรงหน้าเด็กหนุ่ม
"ไม่ต้องรีบปฏิเสธหรอกค่ะ..." อาจารย์สาวเอ่ยเสียงนุ่ม "ไว้พรุ่งนี้คาบเรียนเวทมนตร์ประยุกต์... เธอค่อยมาอธิบายให้ฉันฟังอย่างละเอียดก็แล้วกันนะคะ ว่าทำไมเวทมนตร์ธาตุแสงที่ควรจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ถึงได้มาอยู่ในมือของเด็กนักเรียนที่ชอบโดดเรียนอย่างเธอได้"
พูดจบ อาจารย์เอลาร่าก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นไปยังบันไดเบื้องบน ทิ้งให้เซนและคีย์ยืนนิ่งค้างอยู่ท่ามกลางความมืดมล
คีย์ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นด้วยความหมดแรง "แย่แล้ว... แบบนี้พวกเราไม่รอดแน่ๆ เซน! อาจารย์เอลาร่ารู้ทันหมดแล้ว!"
แต่เซนกลับไม่ได้ตอบอะไร สายตาของเขายังคงจ้องมองตามแผ่นหลังของอาจารย์สาวที่ค่อยๆ ลับตาไป พร้อมกับหน้าต่างระบบโปร่งใสสีฟ้าที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าอย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า—
[แจ้งเตือนระบบ: ปลดล็อกเควสต์ลับระดับ SSS - "เงื่อนไขแห่งอดีต"]
[เงื่อนไข: ค้นหาความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์เมื่อ 7 ปีก่อนร่วมกับอาจารย์เอลาร่า]
[คำเตือน: หากปฏิเสธภารกิจภายใน 24 ชั่วโมง พลังเวทมนตร์สีครามในร่างกายจะเกิดอาการย้อนกลับและเข้าสู่ภาวะวิกฤตถาวร]
เซนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่ออ่านข้อความบรรทัดสุดท้าย หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง—นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการโดดเรียนอีกต่อไปแล้ว แต่ชะตากรรมของเขากำลังถูกผูกไว้กับความลับที่อันตรายที่สุดของสถาบันแห่งนี้อย่างแท้จริง
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสละอองเวทบทนี้ด้วยกันนะคะ!
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน•ตอนที่ 11
ร่องรอยของพลังสีคราม
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!