แสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้าต่างระบบโปร่งแสงสะท้อนลงบนม่านตาของเซน ย้อมรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากของเขาให้กลายเป็นสีครามเย็นเยียบ ในความเงียบงัดของเขาวงกตชั้นใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของดินปืนและโอโซนจากการประจุมานาเข้มข้นลอยอบอวลจนแสบจมูก
*“ติ๊ง! ตรวจพบการปลุกพลังงานปริศนาในเขาวงกตชั้นใต้ดิน”*
*“ระบบภารกิจพิเศษระดับ SSS: 'บททดสอบแห่งแสงสีคราม' ถูกเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ”*
*“คำเตือน: ผู้เล่นไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้จนกว่าจะเอาชนะ 'ผู้พิทักษ์แห่งอดีตกาล' ที่กำลังตื่นขึ้น...”*
เสียงแจ้งเตือนของระบบยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วินาทีนี้ เซนไม่ได้สนใจหน้าต่างสีฟ้าตรงหน้าเลยสักนิด สายตาของเขาจับจ้องอยู่เพียงแผ่นหลังของคีย์ ที่กำลังนั่งคุกเข่าชันตัวขึ้นจากพื้นหินเย็นเฉียบ มือเรียวของเพื่อนสนิทสั่นเทาเล็กน้อยขณะปัดเศษฝุ่นออกจากเสื้อคลุมนักเรียนสีเข้ม คีย์เพิ่งใช้เวทมนตร์บทจำกัดขอบเขตเพื่อสกัดกั้นแรงกระแทกจากกับดักกลไกโบราณเมื่อครู่จนมานาในร่างกายแทบเหือดแห้ง
"นายไม่ควรตามลงมาเลยนะ คีย์"
เสียงของเซนแหบพร่าเล็กน้อย เขาพยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงไว้ภายใต้หน้ากากความใจเย็นที่เป็นเกราะคุ้มกันมาตลอด บาดแผลทางกายจากรอยกรีดของดาบมานาเมื่อปีก่อนที่แผ่นหลังเริ่มส่งสัญญาณเตือนเป็นความเจ็บปวดแปลบปลาบ มันเป็นแผลที่ไม่มีใครในสถาบันแห่งนี้เคยเห็น... แผลที่ตอกย้ำว่าอดีตที่เขาพยายามหนีมาตลอดไม่เคยปล่อยเขาไปไหนเลย
คีย์หันกลับมามอง ดวงตาสีกะเพราคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลย มีเพียงความดื้อรั้นและประกายความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าวัย
"ถ้าฉันไม่ตามลงมา นายก็คงแบกภาระบ้าๆ นี่ไว้คนเดียวอีกตามเคย เหมือนกับตอนที่ห้องสมุดเวทมนตร์โบราณเมื่อเทอมก่อน... หรือจะให้ย้อนไปไกลกว่านั้น ตอนที่นายเกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่เขตชายแดนธาตุแสง?" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ทุกคำพูดทิ่มแทงเข้าตรงกลางความรู้สึกของเซนอย่างแม่นยำ
เซนชะงัก รอยยิ้มมุมปากที่มักจะประดับอยู่เสมอจางหายไป ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งสอง มีเพียงเสียงสะท้อนหยดน้ำจากเพดานถ้ำและเสียงครางต่ำๆ ของกลไกหินยักษ์ที่กำลังเคลื่อนตัวในความมืดเบื้องหน้า
"นายรู้อะไรมาบ้าง คีย์..." เซนถามเสียงเบา ดวงตาคมกริบมองสหายร่วมรบราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ
"รู้ว่านายไม่ใช่แค่เด็กเกียจคร้านที่ชอบโดดเรียนไปนอนใต้ต้นไม้หลังหอพัก" คีย์ขยับแว่นสายตาที่เคลือบด้วยเวทมนตร์วิเคราะห์ พลางดึงขวดโพชั่นฟื้นฟูมานาออกมาจากกระเป๋าคาดเอวแล้วส่งให้เซน "รู้ว่าเวทมนตร์ธาตุแสงในตัวนายมันไม่ได้เสถียรเพราะความขี้เกียจ แต่มันกำลังกัดกินตัวนายเองทุกครั้งที่นายฝืนใช้มัน... และที่สำคัญที่สุด ฉันรู้ว่านายกำลังกลัว"
คำว่า 'กลัว' กระแทกเข้าที่หัวใจของเซนอย่างจัง ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มกระตุกวูบ ภาพความทรงจำสีเลือดและเปลวเพลิงสีครามในคืนวันที่สถาบันเก่าของเขาถูกทำลายล้างผุดขึ้นมาในหัว สมองของเซนประมวลผลย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ที่อาจารย์เอลาร่าเคยเตือนไว้—*เวทมนตร์ที่ปราศจากการควบคุมย่อมย้อนกลับมาแผดเผาผู้ใช้*—แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าการแผดเผาทางกาย คือการที่เขาต้องสูญเสียคนที่ยืนอยู่ข้างกายไปทีละคน
เซนรับขวดโพชั่นมาแต่ไม่ได้เปิดดื่ม เขากำมันแน่นจนขวดแก้วสั่น "นายไม่เข้าใจหรอก คีย์... พลังที่อยู่ในตัวฉันเนี่ย มันไม่ใช่พรวิเศษอะไรเลย มันคือคำสาป"
"งั้นก็เล่าให้ฉันฟังทีสิ" คีย์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ไม่มีความลังเลในแววตานั้นเลย "เล่าให้ฉันฟังหน่อย ว่าทำไมนักเรียนทุนอัจฉริยะผู้มีอนาคตไกล ถึงเลือกที่จะทำตัวเป็นคนไร้ตัวตนในสถาบันเวทมนตร์อันดับหนึ่งแห่งนี้ เล่าเรื่องแผลที่หลังของนายให้ฉันฟัง... ในฐานะเพื่อน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงเตือนภัยระดับ SSS จากระบบกลายเป็นเพียงเสียงอู้อี้ที่อยู่ไกลออกไป เซนสูดลมหายใจเข้าลึก, หลับตาลงช้าๆ, แล้วปล่อยให้กำแพงที่สร้างขึ้นมาตลอดหลายปีพังทลายลงทีละน้อย
"มันเริ่มจากวันที่ฉันอายุสิบสอง..." เซนเริ่มเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นระริกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี "ในห้องทดลองใต้ดินของตระกูล... ที่นั่นไม่ได้มีแค่การวิจัยเวทมนตร์ธาตุแสง แต่มันคือการทดลองฝังแก่นพลังงานของ 'ผู้พิทักษ์' ลงไปในมนุษย์เพื่อสร้างอาวุธสงครามที่สมบูรณ์แบบ และพ่อของฉัน..."
เซนกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านจากแผ่นหลังลามไปทั่วร่างราวกับรอยแผลเก่ากำลังถูกกรีดซ้ำด้วยมีดเล่มเดิม
"...ท่านเลือกฉันเป็นภาชนะทดลองชิ้นแรก"
คีย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย แม้จะเป็นคนสุขุมและคาดเดาเรื่องต่างๆ ได้เก่งแค่ไหน แต่ความจริงอันโหดร้ายเบื้องหลังรอยยิ้มขี้เล่นของเซนนั้นเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการไว้ มือเรียวเอื้อมไปแตะที่บ่าของเซนเบาๆ เป็นการสัมผัสที่ไร้คำพูดแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ก่อนที่เซนจะได้เล่าเรื่องราวในคืนวันหนีตายนั้นต่อ พื้นหินเบื้องหน้าพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมานานนับร้อยปีเพิ่งจะลืมตาตื่นขึ้นมาจากการจำศีล
*ครืนนนนน—!*
เงาสูงใหญ่ทาบทับลงมาเหนือร่างของพวกเขาทั้งสอง แสงสีครามสว่างวาบขึ้นจากเบื้องลึกของความมืด เผยให้เห็นโครงร่างของหุ่นยนต์เวทมนตร์โบราณที่สวมเกราะเหล็กไหลและถือดาบยักษ์เปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้า ดวงตาสีแดงฉานของมันหันมาจับจ้องที่เซนทันที ราวกับจำกลิ่นอายของพลังงานในตัวเด็กหนุ่มได้
"ระวัง!" คีย์ตะโกนลั่น พร้อมกับวาดมือสร้างม่านพลังเวทมนตร์ป้องกันการโจมตีระลอกแรกที่ซัดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง แรงระเบิดทำให้ทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศละทาง
เซนกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากแผลเก่าและเรื่องราวในอดีตผสมปนเปกันจนกล is แผดเผาความโกรธและความกลัวในใจให้มอดไหม้ เหลือไว้เพียงประกายแสงสีครามบริสุทธิ์ที่ระเบิดออกจากฝ่ามือของเขาเอง ร่างของเด็กหนุ่มพุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศในเสี้ยววินาที ดวงตากลายเป็นสีฟ้าประกายแสงเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขายอมรับอดีตแล้ว... และตอนนี้ เขาจะไม่ยอมให้มันมาทำลายปัจจุบันที่มีเพื่อนคนนี้อยู่เด็ดขาด!
ทว่า ในวินาทีที่ดาบแสงสีครามของเซนกำลังจะปะทะเข้ากับดาบยักษ์ของผู้พิทักษ์แห่งอดีตกาล ประตูหินบานยักษ์ด้านหลังห้องโถงที่ควรจะถูกปิดตาย กลับส่งเสียงเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเงาร่างคุ้นเคยของหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุแสงอันคุ้นเคย
"เล่นอะไรกันอยู่เหรอคะ เด็กๆ..." น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจของอาจารย์เอลาร่าดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของบอสลับ พร้อมกับรอยยิ้มบางที่มุมปากซึ่งซ่อนความหมายลึกลับเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา "ดูท่าทาง... ฉันคงมาขัดจังหวะการปรับความเข้าใจกันพอดีสินะคะ?"
________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซนและคีย์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — เซเลสเทียละอองเวท
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน•ตอนที่ 10
บาดแผลที่ไม่มีใครเห็น
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!