เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน•ตอนที่ 15

ไขปริศนาเหรียญตราต้องสาป

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
“ถ้าท่านก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าเกรงว่าโครงข่ายเวتป้องกันระดับสี่ของหoพักนี้ คงต้องเปลี่ยนสภาพร่างของท่านให้กลายเป็นปุ๋ยบำรุงแปลงสมุนไพรของหอคอยทิศใต้ไปเสียก่อนนะคะ” น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาวดังขึ้นตัดผ่านความเงียบงัน อาจารย์เอลาร่าก้าวออกไปยืนบังหน้าเซนไว้ครึ่งก้าว ปลายเรียวของไม้เท้าเวทมนตร์สีเงินยวงในมือปลดปล่อยละอองแสงสีครามบริสุทธิ์ออกมาเป็นระลอก คลื่นพลังเวทธาตุแสงโบราณถูกบีบอัดจนเกิดเสียงหึ่งต่ำในลำอากาศ สะท้อนให้เห็นถึงความระแวดระวังถึงขีดสุด เงาดำที่บิดเบี้ยวอยู่ตรงมุมห้องค่อย ๆ ควบแน่นกลายเป็นร่างท้วมเตี้ยสวมเสื้อคลุมกำมะหยี่สีเข้ม ใบหน้าของบุคคลนั้นซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดใบใหญ่ แต่กลิ่นอายเวทมนตร์อันเป็นเอกลักษณ์และคทาทองคำหัวรูปงูที่เหน็บไว้ที่เอวนั้น ทำให้คีย์ที่ยืนอยู่ข้างเซนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “อาจารย์มาร์คัส...?” คีย์หลุดอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่สม่ำเสมอ รองศาสตราจารย์มาร์คัส ผู้ดูแลกองคลังเวทมนตร์และบันทึกประวัติศาสตร์โบราณของสถาบัน ค่อย ๆ เปิดฮู้ดขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาของเขาแดงก่ำและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง มือสั่นเทาขณะชูวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมาท่ามกลางแสงสลัวของห้องประชุม “ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะท่านเอลาร่า แต่ถ้าข้าไม่รีบมา พวกเราทั้งหมดอาจจะตายกันหมดก่อนที่จะรู้ว่าภัยเงกำลังคืบคลานเข้ามาในเขตหอพักนักเรียนแล้ว!” เสียงของมาร์คัสแหบพร่าและสั่นเครือ เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากเวทมนตร์ของอาจารย์สาว ในมือของมาร์คัสคือ “เหรียญตราโลหะสีนิล” ที่สลักลวดลายตารางเวทมนตร์โบราณ ซึ่งเป็นวัตถุชิ้นเดียวกันกับที่เซนเคยพบในบันทึกการทดลองที่สูญหายของหอสมุดใต้ดิน พื้นผิวของเหรียญกำลังสั่นระริกและปล่อยไอสีดำทมิฬออกมาเป็นสาย ราวกับมีชีวิต เซนหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อประเมินสถานการณ์ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปที่คราบน้ำแข็งบนหน้าต่างและร่องรอยการบิดเบี้ยวของมิติรอบตัว การปรากฏตัวของมาร์คัสในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน และพลังเวทที่รั่วไหลออกมาจากเหรียญตราในมือนั้น... กำลังสะท้อนคลื่นความถี่เดียวกับอักขระต้องสาปที่เขาเพิ่งแกะรอยได้เมื่อช่วงบ่าย “อาจารย์มาร์คัสคะ เหรียญนั่นท่านได้มาจากที่ไหนกันแน่” เซนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะอยู่ในขั้นวิกฤตแล้วก็ตาม “และที่สำคัญกว่านั้น รอยประทับเวทรูปงู่อบอロที่ต้นคอขวาของท่าน มันเพิ่งเริ่มแสดงอาการเมื่อสิบนาทีที่แล้วใช่ไหมคะ” มาร์คัสสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว เขาหันขวับมามองเด็กหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าชอบโดดเรียนวิชาเวทมนตร์พื้นฐานเป็นประจำ ราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาดตนหนึ่ง “เจ้า... เจ้ารู้ได้อย่างไรว่า...” มาร์คัสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ข้า... ข้าแค่บังเอิญไปตรวจสอบห้องเก็บของใต้ถุนหอพักชายฝั่งตะวันตกตามคำสั่งของสภาสูงเมื่อตอนเย็น แล้วก็พบกล่องไม้ใบนี้นวางอยู่... พอข้าเปิดมันออก เหรียญนี่ก็พุ่งเข้ามาฝังอยู่ที่ข้อมือ และรอยพวกนี้ก็ปรากฏขึ้นทันที ข้าพยายามจะใช้เวทชำระล้างแล้ว แต่มัน... มันกินพลังเวทของข้าเข้าไปเรื่อย ๆ!” คีย์รีบก้าวเข้ามาใกล้เซน พร้อมกับหยิบขวดแก้วบรรจุของเหลวสีเขียวมรกตออกมาจากกระเป๋าคาดเอว “กลิ่นอายแบบนี้... ไม่ผิดแน่ มันคือพิษเวทมนตร์สายเลือดมืดที่สูญหายไปตั้งแต่ยุคสงครามศาสตราสิทธิ์ หากปล่อยไว้เกินหนึ่งชั่วโมง พลังเวทในร่างของอาจารย์มาร์คัสจะถูกสูบจนหมดเกลี้ยง และตัวเขาจะกลายเป็น ‘ภาชนะ’ ให้กับจิตวิญญาณเร่ร่อนที่ถูกผนึกไว้ในเหรียญนั้นแทนค่ะ” สถานการณ์ภายในห้องประชุมแคบ ๆ ตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เสียงลมหายใจหอบถี่ของมาร์คัสและเสียงฮัมต่ำของละอองเวทสีครามที่อาจารย์เอลาร่าแผ่ออกมาเพื่อตรึงอาณาเขตประสานกันเป็นจังหวะที่น่าอึดอัด เซนขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะไม้ยาว วางปลายนิ้วลงบนแผนผังหอพักนักเรียนที่กางไว้ เสียงกระซิบของระบบในหัวดังขึ้นเตือนอย่างต่อเนื่อง แต่เด็กหนุ่มเลือกที่จะเพิกเฉยมันชั่วคราว เขากวาดสายตามองจุดเชื่อมต่อของท่อระบายอากาศเวทมนตร์ที่พาดผ่านใต้พื้นห้องประชุม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์เอลาร่าที่มองมาด้วยความเข้าใจในทันที “คีย์ นายช่วยเตรียมสารละลายเกลืออัคคีเจือจางสามส่วนสี่ เพื่อสร้างเขตอาณาเขตสะท้อนพลังงาน ส่วนอาจารย์เอลาร่า... รบกวนช่วยผนึกทางเข้าออกทั้งหมดของหอพักด้วยค่ายกลแสงสว่างขั้นสูงค่ะ” เซนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดและเต็มไปด้วยความมั่นใจ จนกระทั่งมาร์คัสและคีย์ต้องพยักหน้ารับตามสัญชาตญาณ “แล้วเธอจะทำอะไรล่ะเซน” คีย์ถามด้วยความกังวล ขณะที่มือก็รีบผสมตัวยาในขวดแก้วอย่างรวดเร็ว เซนยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่มักจะปรากฏเฉพาะตอนที่เขากำลังสนุกกับการไขปริศนาที่ยากที่สุดเผยออกมา “ผมก็จะไป ‘ทักทาย’ แขกไม่ได้รับเชิญที่แอบซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องนี้ยังไงล่ะคะ” พูดจบ เซนก็สะบัดมือขวาเบา ๆ วงแหวนเวทมนตร์สีครามสว่างวาบขึ้นใต้ฝ่าเท้า แรงระเบิดเบา ๆ จากเวทเคลื่อนย้ายพริบตาทำให้ร่างของเขาหายลับไปจากจุดที่ยืนอยู่ทันทิ้งไว้เพียงละอองแสงที่ค่อย ๆ เลือนหายไปในอากาศ ในความมืดมิดใต้พื้นหอพักนักเรียน ซึ่งมีเพียงแสงสลัวจากผลึกเรืองแสงที่ใกล้จะหมดอายุการใช้งาน เซนปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง กลิ่นอายความชื้นและกลิ่นอายคาวเลือดจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เบื้องหน้าของเขาคือเงาดำขนาดมหึมาที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างของสิ่งมีชีวิตโบราณ ดวงตาสสีแดงฉานคู่ใหญ่เปิดขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของเด็กหนุ่ม *“ในที่สุด... เจ้าหนูผู้ครอบครองกุญแจแห่งแสงสว่างก็มาหาข้าด้วยตัวเองสินะ...”* เสียงปริศนาดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งเข้าใส่ร่างของเซนจนเสื้อผ้าปลิวสะบัด แต่ก่อนที่เงาดำนั้นจะได้ลงมือ จู่ ๆ หน้าจอสีฟ้าใสของระบบที่เซนพยายามปิดมาตลอดก็ดีดเด้งขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังชัดเจนในโสตประสาท— **[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุกพลังงานระดับ SSS ‘เนตรสวรรค์ทลายมิติ’ สมบูรณ์แบบ 100%]** **[คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายที่ท่านกำลังเผชิญหน้าอยู่ ไม่ใช่ภูตผีทั่วไป... แต่เป็น ‘อดีตผู้อำนวยการรุ่นที่หนึ่ง’ ที่ถูกผนึกไว้ใต้สถาบันแห่งนี้เมื่อสามร้อยปีก่อน!]** ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกเวทมนตร์กับเซเลสเทียละอองเวทนะคะ
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%