เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน•ตอนที่ 14

เงาดำที่คืบคลานเข้าสู่สถาบัน

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและละอองผงเวทมนตร์ที่ถูกบดขยี้จนแหลکละเอียดลอยคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิดของหอคอยร้างทิศประจิม—สถานที่ซึ่งถูกลืมเลือนไปจากแผนผังปัจจุบันของสถาบันเวทมนตร์อาร์케เลีย เซนยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าผนังหินแกรนิตที่ส刻ลวดลายอักขระโบราณอันซับซ้อน ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บ แต่เป็นเพราะเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า *“ในที่สุด... ก็ได้พบกันสักทีนะ... ตัวข้าในโลกที่อ่อนแอนี้”* ดวงตาสีครามเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด สมองส่วนวิเคราะห์คำนวณความเป็นไปได้นับร้อยภายในเสี้ยววินาที ข้อความเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพหลอนทางจิตวิทยา แต่มันคือการเชื่อมโยงของคลื่นพลังงานเวทมนตร์ที่มีความถี่ตรงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับว่ามีเงาสะท้อนอีกคนหนึ่งกำลังจ้องมองเขาทะลุมิติเวลาเข้ามาจากห้วงมิติคู่ขนาน "เซน! นายมาทำอะไรที่นี่... ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขตนี้ถูกประกาศเป็นพื้นที่อันตรายระดับสอง?" เสียงหอบหายใจดังขึ้นพร้อมกับร่างของคีย์ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในความมืด มือข้างหนึ่งของเด็กหนุ่มสวมแว่นตากรอบเงินดันเลนส์ที่เคลื่อนหลุดจากสันจมูกด้วยความตื่นตระหนก ในมืออีกข้างถือตำราปรุงยาเล่มหนาที่เปิดค้างไว้ที่หน้าสมุนไพรขับไล่ความมืด คีย์กวาดสายตามองไปรอบห้องโถงที่เต็มไปด้วยเศษซากพลังงานเวทสีครามจางๆ ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น "พลังงานนี่มัน... มันไม่ใช่เวทมนตร์ที่สอนกันในหลักสูตรปกติแน่ๆ นายไปยุ่งอะไรกับผนังนั่นอีกแล้วเนี่ย?" "ฉันแค่เดินผ่านมาแล้วบังเอิญสะดุดขาตัวเองน่ะ คีย์" เซนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามซ่อนแววตาไหววับที่เพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อครู่ "อีกอย่าง พื้นที่ตรงนี้ไม่มีป้ายห้ามเข้าติดไว้สักหน่อย นายต่างหากที่ขยันเกินเหตุจนมาเดินตรวจตราในที่อับอากาศแบบนี้ ระวังปอดจะพังก่อนจะได้ส่งรายงานวิจัยนะ" "นี่ฉันกำลังซีเรียสนะเซน!" คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าของเพื่อนสนิทเต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด "ช่วงนี้มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นในสถาบัน นายก็รู้ใช่ไหมเรื่องที่... นักเรียนเริ่มหายตัวไป" บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮาบ รอยยิ้มติดตลกบนใบหน้าของเซนเลือนหายไปในทันที เรื่องที่คีย์พูดไม่ใช่ข่าวลือลอยๆ ในบอร์ดประชาสัมพันธ์ แต่เป็นความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่คณะผู้บริหารกำลังปกปิดอย่างสุดความสามารถ ตลอดสามวันที่ผ่านมา มีนักเรียนสามคนจากหอพักธาตุและหอพักสามัญหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยคราบเลือด มีเพียงละอองแสงสีครามจางๆ ที่ตกค้างอยู่บนเตียงนอนในคืนที่พวกเขาหายสาบสูญ "นายหมายถึงเด็กปีสองห้องเอที่หายไปเมื่อคืนวานซืนใช่ไหม?" เซนถามเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบมองสบกับสหายร่วมรบ "ไม่ใช่แค่คนนั้นคนเดียว..." คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กวาดสายตาซ้ายขวาราวกับกลัวว่าจะมีใครแอบฟัง "เมื่อคืนนี้ มีรุ่นพี่ปีสามสายเวทมนตร์ป้องกันตัวหายไปอีกคน... และที่แย่ที่สุดคือ อาจารย์เอลาร่ากำลังถูกเรียกตัวเข้าพบสภาอาจารย์เป็นการด่วน เพราะมีคนพบเบาะแสว่าร่องรอยพลังงานสุดท้ายที่เชื่อมโยงกับเหยื่อ... ตรงกับบันทึกเวทมนตร์โบราณที่ถูกเก็บรักษาไว้ในเขตหวงห้าม ซึ่งมีแต่อาจารย์ระดับสูงเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึง" เซนขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความรู้สึกไม่สบายใจตีตื้นขึ้นมาในอก อาจารย์เอลาร่า... หญิงสาวผู้กุมความลับเรื่องวิชาเวทมนตร์ธาตุแสงโบราณและคอยปกป้องเขาจากสายตาจับผิดของสภาผู้คุมกฎ กำลังตกเป็นเป้าสงสัยของเหตุการณ์นี้อย่างนั้นหรือ? มันช่างเป็นสถานการณ์ที่ประจวบเหมาะจนเกินไป ราวกับมีใครบางคนกำลังชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อจัดฉากให้หมากทุกตัวเดินไปตามทิศทางที่กำหนด "เราต้องไปห้องทำงานของอาจารย์เอลาร่า" เซนตัดสินใจเด็ดขาดในทันที "เ Desu— เดี๋ยวสิ! นายบ้าไปแล้วหรือไง ตอนนี้สภาอาจารย์กำลังประชุมเครียดกันอยู่ ถ้าเราบุ่มบ่ามเข้าไป มีหวังโดนหักคะแนนความประพฤติจนไม่ได้แม้แต่จะเข้าสอบปลายภาคแน่!" คีย์พยายามยื้อแขนเสื้อของเซนไว้ แต่แรงกดดันรอบตัวที่แผ่ออกมาจากร่างของเพื่อนสนิททำให้เขาต้องชะงัก "คะแนนสอบมันไม่สำคัญเท่ากับชีวิตคนหรอก คีย์... และที่สำคัญที่สุด" เซนหันกลับไปมองผนังศิลาที่สลักอักขระอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้มันเริ่มเปล่งแสงสีครามเรืองรองออกมาอย่างช้าๆ ราวกับกำลังตอบสนองต่อชีพจรของเขา "มีบางอย่างกำลังรอให้ฉันไปหา... และมันรู้ดีว่าฉันเป็นใคร" ในขณะเดียวกัน ณ ห้องประชุมลับชั้นใต้ดินของสถาบันอาร์เคเลีย บรรยากาศอึมครึมปกคลุมไปทั่วห้อง แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์กะพริบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างหิน อาจารย์เอลาร่ายืนอยู่กลางห้องด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น เรือนผมสีเงินยาวสลวยสะท้อนกับแสงไฟ ดวงตาสีอำพันคู่นั้นกวาดมองเหล่าอาจารย์อาวุโสที่กำลังนั่งล้อมรอบโต๊ะประชุมวงกลมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ท่านเอลาร่า..." เสียงแหบพร่าของหัวหน้าผู้คุมกฎดังขึ้นทำลายความเงียบ "หลักฐานทางเวทมนตร์ที่พบในที่เกิดเหตุมีความหนาแน่นของธาตุแสงบริสุทธิ์ผสมผสานกับคลื่นพลังความมืดที่บิดเบี้ยว... ในสถาบันแห่งนี้ ไม่มีใครที่มีพลังงานรูปแบบประหลาดเช่นนี้อีกแล้ว นอกจากทายาทสายเลือดสุดท้ายที่ท่าน... แอบซ่อนเอาไว้" อาจารย์เอลาร่ายังคงนิ่งเงียบ มุมปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน เธอไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อข้อกล่าวหาแม้แต่น้อย มือเรียวบางยกขึ้นจัดปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มอย่างใจเย็น "พวกท่านกำลังกล่าวหาว่าดิฉัน เป็นผู้พานักเรียนไปสู่ความตายอย่างนั้นหรือคะ?" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังเอ่ยถาม ทำให้บรรดาอาจารย์อาวุโสถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง "โปรดจำไว้ด้วยว่า กฎของสถาบันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการโยนความผิดให้แพะรับบาปในยามที่พวกท่านไร้ความสามารถในการสืบสวน" "บังอาจ!" อาจารย์อาวุโสคนหนึ่งทุบโต๊ะเสียงดังลั่น "ท่านกำลังปกป้องเด็กเกเรคนนั้น เซน เด็กที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมพลังเวท และมักจะหายตัวไปจากคาบเรียนเสมอ! ถ้าเขาไม่ใช่ต้นเหตุ แล้วทำไมพลังงานของเขาถึงไปปรากฏอยู่ในจุดที่นักเรียนหายตัวไปบ่อยที่สุด!" ก่อนที่อาจารย์เอลาร่าจะได้เอ่ยปากโต้แย้ง ประตูห้องประชุมไม้สักบานใหญ่ก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังเวทลมสายหนึ่ง ฝุ่นผงฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความตกใจของเหล่าคณาจารย์ ร่างของเด็กหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทก้าวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีครามคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยประกายแสงอันตรายที่ทำเอาผู้ใหญ่หลายคนถึงกับหายใจติดขัด เซนก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างอาจารย์เอลาร่าอย่างออาจ สายตากวาดมองทุกคนในห้องด้วยความมั่นเกินวัย ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องตะลึง "ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนพาพวกเขาไป..." เซนเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย "ทำไมไม่ลองถามเงาดำที่กำลังยืนอยู่หลังพวกท่านตอนนี้ล่ะครับ?" สิ้นเสียงของเซน อุณหภูมิภายในห้องประชุมก็ดิ่งฮวบลงจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามขอบหน้าต่าง เงาดำทึบที่ทอดตัวอยู่มุมห้องเริ่มบิดเบี้ยวและขยายใหญ่ขึ้นอย่างน่ากลัว ก่อนที่มันจะแปรสภาพเป็นร่างของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้พบในสถานที่แห่งนี้... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับและเวทมนตร์บทใหม่นี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
เงาดำที่คืบคลานเข้าสู่สถาบัน — เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน | yayni