เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน•ตอนที่ 8

เมื่อเวทมนตร์ธาตุแสงตื่นขึ้น

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
“ถ้าอาจารย์ยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว วงเวทย์บรรณสารตรงนั้นคงจะต้องถูกเผาจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้าแน่ค่ะ อาจารย์เอลาร่า” เสียงของเซนไม่ได้ดังเลยสักนิด แต่มันกลับก้องกังวานชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของห้องฝึกซ้อมใต้ดินชั้นที่เจ็ด กลิ่นอายความกดดันระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจากร่างโปร่งบางของเด็กหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเกียจคร้านที่สุดในหอพักปีสอง ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววเบื่อหน่ายและพยายามหลบ 
ซ่อนประกายมาตลอด กลับเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มจัดราวกับมหาสมุทรในคืนเดือนมืด และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ รอบกายของเขากำลังถูกห่อหุ้มด้วยละอองแสงสีขาวนวลบริสุทธิ์—แสงแห่งธาตุแสงโบราณที่สาบสูญไปจากตำราเรียนนับพันปี อาจารย์เอลาร่าชะงักฝีเท้าลงทันที ปลายรองเท้าบูทหนังแท้ห่างจากเขตอาคมที่เซนกางไว้เพียงคืบเดียวเท่านั้น ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่มักจะเรียบเฉยและซ่อนความลับไว้เบื้องหลังแว่นตากลมโต บัดนี้กลับมีหยาดเหงื่อกาฬผุดขึ้นที่ขมับ แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยจิตสังหารเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจแกมทึ่ง “เธอซ่อนมันไว้มิดชิดเสียจนฉันเกือบจะเชื่อสนิทใจเลยนะคะ เซน... ว่าเด็กหนุ่มที่ชอบโดดเรียนไปนอนใต้ต้นไม้หลังหอพัก แท้จริงแล้วคือกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูบานนั้น” อาจารย์เอลาร่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอยังคงพยายามควบคุมให้ราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยยามที่เห็นอนุภาคเวทมนตร์รอบตัวเซนเริ่มกัดกร่อนโครงสร้างผนังหินแกรนิตจนเกิดรอยร้าว ที่มุมห้องอีกด้านหนึ่ง คีย์ ซึ่งพิ่งตั้งสติได้จากการถูกแรงกระแทกของคลื่นพลังเมื่อครู่ กำลังพยายามยันกายลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล มือเรียวของหัวหน้าห้องและอัจฉริยะด้านการปรุงยาคว้าขวดโพชั่นฟื้นฟูมาเปิดดื่มอย่างไร้ความประณีต ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่น เขารู้ดีว่าเพื่อนสนิทคนนี้มีความลับบางอย่าง แต่นี่มันเกินกว่าขอบเขตของทฤษฎีเวทมนตร์ใดๆ ที่เขาเคยศึกษามาในตำราห้องสมุดหลวงเสียอีก “เซน! ตั้งสติหน่อยสิ นายกำลังทำอะไรอยู่?!” คีย์ตะโกนแข่งกับเสียงกัมปนาทเบาๆ ที่เกิดจากการเสียיสีกันของอนุภาคเวทธาตุแสงและธาตุความมืดในอากาศ “วงจรเวทในร่างนายกำลัง overload! ถ้ายังฝืนปล่อยพลังออกมาอีก ผลึกมานาในหัวใจนายจะแหลกสลายนะ!” เซนไม่ได้หันไปมองเพื่อนสนิท ดวงตาคู่สีครามยังคงจดจ้องอยู่ที่อาจารย์สาวตรงหน้า ร่างกายของเขาร้อนผ่าราวกับมีเปลวเพลิงสีขาวแผดเผาอยู่ใต้ผิวหนัง ความเจ็บปวดจากการที่พลังมหาศาลทะลักล้นออกมาจากผนึกกักเก็บ ทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ความจริงแล้ว เซนไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้... ย้อนกลับไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว บทเรียนภาคปฏิบัติที่อาจารย์เอลาร่าเตรียมไว้ ไม่ใช่การฝึกร่ายคาถาทั่วไป แต่มันคือการ "ทดสอบการตอบสนองต่อจิตสังหารระดับสูง" เพื่อกระตุ้นให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงาน แต่ใครจะไปรู้เล่าว่า จิตสังหารที่อาจารย์สาวปล่อยออกมาโดยไม่ยั้งมือเมื่อครู่ จะไปกระทบเข้ากับ "ผนึกผนกุล" ที่บรรพบุรุษของเขาสลักไว้ลึกถึงระดับจิตวิญญาณ ผนึกที่ควรจะหลับใหลไปชั่วกาลนาน... บัดนี้กลับแตกร้าวลงทีละน้อย *“ติ๊ด! ตรวจพบความผิดปกติของโครงสร้างมานาระดับวิกฤต...”* *“ระบบป้องกันอัตโนมัติ: กำลังเปิดใช้งานโหมด ‘ผู้พิทักษ์แห่งรุ่งอรุณ’...”* *“คำเตือน: ร่างกายของผู้ใช้งานไม่สามารถรองรับปริมาณมานาธาตุแสงบริสุทธิ์ 100% ได้เกิน 3 นาที!”* เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวของเซนไม่ใช่เสียงจากเวทมนตร์ตรวจสอบทั่วไป แต่มันคือ "ระบบพันธสัญญาโบราณ" ที่ผูกติดกับวิญญาณของเขามาตั้งแต่เกิด หน้าต่างสีฟ้าใสโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า ท่ามกลางละอองแสงสีขาวที่สว่างจ้าจนแสบตา ตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานกำลังกระพริบเตือนอย่างบ้าคลั่ง: `02:45... 02:44... 02:43...` “ฉัน... ควบคุมมันไม่ได้...” เซนกัดฟันแน่นจน 
กรามขึ้นสันนูน เม็ดเหงื่อไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย มือข้างที่ยกขึ้นเพื่อป้องกันตัวเริ่มสั่นเทา ละอองแสงรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นรูปทรงปีกนกเพลิงขนาดใหญ่ที่แผ่ขยายออกจนเกือบจะชนเพดานห้องใต้ดิน อาจารย์เอลาร่าขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด เธอไม่สนใจอันตรายที่อยู่ตรงหน้า มือเรียวบางถอดถุงมือสีดำออก เผยให้เห็นรอยสักรูปวงแหวนเวทสีเงินที่ฝ่ามือ—รอยสักเดียวกับที่ปรากฏบนตำราต้องห้ามเล่มที่หายไปจากหอกลางสถาบัน “เซน ฟังฉันนะ...” อาจารย์เอลาร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แววตาที่เคยเยือกเย็นแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด “เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว... ปล่อยมือจากความกลัวนั้นซะ แล้วดึงพลังส่วนเกินเข้ามาในตัวฉันแทน!” “แต่อาจารย์จะรับไม่ไหว...” เซนพยายามเค้นเสียงลอดไรฟัน พลังงานธาตุแสงในตัวเขากำลังแผดเผาทຸກอณูความรู้สึก มันไม่ใช่แค่พลังเวท แต่มันคือความทรงจำ ความเจ็บปวด และภาระหน้าที่ที่เขาพยายามวิ่งหนีมาตลอดสิบห้าปี “ฉันเป็นอาจารย์ของเธอนะคะ!” เอลาร่าตวาดกลับเสียงกร้าว แต่แววตากลับสั่นระริก เธอก้าวพรวดเดียวเข้าไปประชิดตัวเด็กหนุ่ม โดยไม่เกรงกลัวต่อประกายแสงที่พร้อมจะแผดเผาร่างกายให้เป็นจุล มือบางคว้าจับที่ข้อมือซ้ายของเซนแน่น—จุดที่รอยสลักของผนึกกำลังเปล่งแสงเจิดจ้าที่สุด *เปรี้ยงงง!* คลื่นกระแทกขนาดมหึมาสะท้อนออกไปทั่วห้องฝึกซ้อม แรงระเบิดจากปฏิกิริยาต่อต้านระหว่างธาตุแสงบริสุทธิ์และพลังเวทมืดที่เอลาร่าใช้สะกดข่ม ทำให้คีย์ที่พยายามคลานเข้ามาช่วยกระเด็นไปกระแทกกับชั้นวางตำราจนหมดสติไป ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วทิศทาง ทว่า... ในวินาทีที่ฝุ่นควันเริ่มจางลง สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าต่อตาไม่ได้มีเพียงแค่ร่างของอาจารย์และลูกศิษย์ที่หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน กลางห้องฝึกซ้อมที่บัดนี้กลายเป็นหลุมลึก วงเวทโบราณสีทองอร่ามขนาดใหญ่สอดประสานขึ้นจากพื้นดิน มันไม่ใช่เวทมนตร์ของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ แต่มันคือ "พันธสัญญาเลือด" ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลนับพันปี และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น... ตรงใจกลางวงเวทนั้น เงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวออกมาจากม่านหมอกแห่งกาลเวลา—บุคคลที่ไม่อาจมีตัวตนอยู่จริงในยุคสมัยนี้ “ในที่สุด... ประตูแห่งพันธะก็เปิดออกเสียทีสินะ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกแต่แฝงไปด้วยอำนาจกดดันที่แทบจะทำให้วิญญาณหลุดออกจากร่าง เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางเบาบนเรียวปากของชายปริศนาในชุดคลุมสีครามสนิท ดวงตาของเขาสะท้อนแสงสีทองระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน และทันทีที่เขาปราบตามองมาที่เซน... หน้าต่างระบบสีฟ้าตรงหน้าของเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมเสียงเตือนที่ดังลั่นทะลุโสตประสาท: *“คำเตือนสูงสุด: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ ‘ผู้สืบทอดแห่งปฐมเวท’ กำลังเข้าสู่พื้นที่... ปฏิบัติการกวาดล้างเริ่มขึ้น ณ บัดนี้”* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับที่ค่อยๆ คลี่คลายของเซนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%