กลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรกลิ่นดอกลาเวนเดอร์และเปลือกส้มอบแห้งลอยอวนตัดกับกลิ่นอายโอโซนที่ยังคงคุกกรุ่นอยู่รอบตัว เซนพ่นลมหายใจยาวเหยียดเพื่อขับไล่ความตึงเครียดที่ยังตกค้างอยู่ในกระแสมานา หลังจากการเผชิญหน้ากับเสียงแจ้งเตือนระบบที่เกือบจะฉีกกระชากอาณาเขตเวทมนตร์ของหอสมุดกลางให้พังทลายลงมาเมื่อครู่
เบื้องหน้าของเขาคือโต๊ะน้ำชาไม้สนสีเข้มในมุมลับตาคนของสวนพฤกษศาสตร์เวทมนตร์—สถานที่ที่เหล่าเด็กโข่งมักใช้เป็นหลุมหลบภัยจากการเช็คชื่อของอาจารย์ฝ่ายปกครอง แต่ในยามบ่ายที่แดดร่มลมตกเช่นนี้ มันกลับกลายเป็นห้องเรียนส่วนตัวที่เต็มไปด้วยความกดดันอันเงียบงัน
"นายกำลังเล่นกับไฟที่แม้แต่จอมเวทในตำนานยังไม่กล้าเข้าใกล้เลยนะ เซน"
สำเนียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมดังขึ้น พร้อมกับถ้วยกระเบื้องเคลือบสีครามลายครามที่ถูกเลื่อนมาหยุดตรงหน้า อาจารย์เอลาร่าประทับนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม เรือนผมสีเงินยวดยวงของเธอสะท้อนแสงแดดยามบ่ายจนเกิดประกายระยิบระยับ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงหยดน้ำคู่นั้นราวกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงแก่นวิญญาณของเด็กหนุ่ม
เซนยกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติขมอมหวานเพื่อซื้อเวลาสมอง เขารู้ดีว่าการปฏิเสธหรือแกล้งไขสือไม่ได้ผลกับผู้หญิงคนนี้ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะไปปลุกอะไรสักหน่อยครับ... เอ๊ด... หมายถึง อาจารย์ก็รู้ว่าระบบการประเมินของสถาบันเรามันมีบั๊กออกจะบ่อย"
*“ห้ามใช้คำว่า 'ครับ' เด็ดขาดนะ เซน... ฉันเคยเตือนแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราไม่ได้อยู่ในห้องเรียนปกติ”* อาจารย์เอลาร่าปรายตามองด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ก่อนจะวางเอกสารบันทึกโบราณเล่มหนาลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษเก่าแก่กระทบไม้ดังทึบ ทว่ามันกลับดึงดูดสายตาของเซนให้อยู่หมัด เพราะบนหน้าปกนั้นมีอักขระรูนเวทธาตุแสงแบบเดียวกับที่ปรากฏขึ้นบนข้อมือของเขาเมื่อตอนเที่ยงไม่ผิดเพี้ยน
"โลกไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย 'บั๊ก' หรือความบังเอิญหรอกนะ เซน" อาจารย์เอลาร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง แต่แฝงไว้ด้วยน้ำหนักที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดทับด้วยสนามพลังเวทมนตร์อ่อนๆ "เวทมนตร์ธาตุแสงโบราณไม่ได้เลือกนายเพราะความบังเอิญ แต่มันเลือกเพราะความว่างเปล่าต่างหาก... ความว่างเปล่าที่พร้อมจะเรียนรู้และถูกเติมเต็มด้วยสิ่งใหม่"
เซนขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาสสีนิลฉายแววครุ่นคิดตามคำพูดนั้น เขาเคยเชื่อมาตลอดว่าการหลบเลี่ยงบทเรียน การทำตัวกลมกลืนไปกับฝูงชน และการใช้ชีวิตแบบ 'วันต่อวัน' คือหนทางเดียวที่จะรอดพ้นจากการเป็นเครื่องมือของหอคอยเวทมนตร์ แต่ทว่า... ยิ่งเขาพยายามวิ่งหนี รอยต่อของมิติที่ซ่อนอยู่กลับยิ่งดึงดูดเขาเข้าไปใกล้ศูนย์กลางของปัญหามากขึ้นทุกที
"อาจารย์กำลังจะบอกว่า... ที่ผมชอบโดดเรียน ที่ผมพยายามทำเป็นไม่สนใจทฤษฎีเวทมนตร์ซับซ้อน แท้จริงแล้วมันคือการปฏิเสธตัวตนที่แท้จริงงั้นเหรอครับ... เอ่อ... ค่ะ?" เซนเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมาจนต้องรีบแก้คำลงท้ายแทบไม่ทัน เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอจากอาจารย์สาวได้ทันที
"ไม่ใช่การปฏิเสธหรอก... แต่มันคือการ 'พักผ่อน' เพื่อรอเวลาต่างหาก" อาจารย์เอลาร่ายื่นมือเรียวบางออกไปแตะที่ขอบถ้วยชา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีครามเบื้องบน "เด็กหนุ่มที่ฉลาดเป็นกรดอย่างนาย มักจะมองเห็นผลลัพธ์ของสมการเวทมนตร์ก่อนที่คนอื่นจะเริ่มเขียนตัวแปรแรกเสียอีก นายเบื่อหน่ายความเชื่องช้าของระบบการศึกษาที่สอนให้ท่องจำมากกว่าทำความเข้าใจ แต่นายรู้ไหมว่า... เวทมนตร์ธาตุแสงที่นายถือครองอยู่ มันไม่ใช่เวทมนตร์แห่งการทำลายล้างหรือการป้องกันตัวแบบที่ตำราเรียนทั่วไปสอน"
เซนเงียบไป สายตาจับจ้องไปยังร่องรอยของละอองแสงสีทองจางๆ ที่ยังคงลอยวนอยู่ปลายนิ้วของตนเอง "แล้วมันคืออะไรล่ะครับ... เอ่อ... ค่ะ?"
"มันคือเวทมนตร์แห่งการ 'เชื่อมโยง' และ 'เขียนกฎใหม่'" อาจารย์เอลาร่าตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ดวงตาคู่นั้นสะท้อนเงาของเด็กหนุ่ม "วาเลริโอ... ผู้พิทักษ์แห่งพันธสัญญาที่นายเพิ่งปลุกขึ้นมา ไม่ได้ต้องการให้ทีมนักวิจัยของสถาบันมาศึกษาเขาในฐานะวัตถุโบราณ แต่เขากำลังรอใครสักคนที่มี 'เจตจำนง' มากพอที่จะซ่อมแซมรอยแตกของโลกใบนี้ และคนๆ นั้น... ก็บังเอิญนอนหลับอยู่ในคาบประวัติศาสตร์เวทมนตร์คาบแรกของทุกวันเสียด้วยสิ"
เซนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความรู้สึกอึดอัดที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้บางอย่าง สมองอันปราดเปรื่องของเขาเริ่มประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ได้รับเข้ามาในวันนี้ ทฤษฎีเวทมนตร์ วงจรมานา และโครงสร้างมิติที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ กลับกลายเป็นชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ที่ค่อยๆ ประกอบเข้าหากันอย่างลงตัว
"เข้าใจแล้วครับ... เอ๊ย! เข้าใจแล้วค่ะ" เซนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจแบบที่คีย์และอาจารย์เอลาร่าคุ้นเคยดี "ถ้ามันเป็นเรื่องของการแก้สมการที่ผิดพลาดล่ะก็... ผมคิดว่าผมพอจะมีเวลาว่างพอที่จะทำการบ้านส่งอาจารย์สักข้อสองข้อแล้วล่ะมั้งคะ"
อาจารย์เอลาร่ายิ้มรับอย่างพึงพอใจ เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อมอบหมายภารกิจต่อ ทว่าจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวในสวนเวทมนตร์ก็เย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เสียงนกน้อยที่เคยส่งเสียงร้องระงมกลับเงียบเสียงลงสนิท ราวกับถูกกดปุ่มปิดสวิตช์
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของเซนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ เพราะหน้าต่างสถานะสีฟ้าใสกลับปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยตัวอักษรสีแดงฉานที่กระพริบถี่รัว
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการบุกรุกจาก 'ผู้สืบทอดแห่งความมืดนิรันดร์' ในเขตพื้นที่หวงห้ามชั้นใน! เป้าหมายกำลังมุ่งตรงมาที่สวนพฤกษศาสตร์เวทมนตร์... ระยะห่าง 50 เมตร... 40 เมตร...]*
เซนและอาจารย์เอลาร่าหันขวับไปมองยังทางเข้าสวนพร้อมกัน ในความมืดสลัวใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทผู้ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากโลหะลายกางเขนกลับก้าวออกมา พร้อมกับดาบในมือที่แผ่ไอความมืดทมิฬออกมาราวกับเปลวเพลิงสีดำสนิท
"ดูเหมือนว่า... บทเรียนภาคปฏิบัติของเธอจะเริ่มเร็วกว่าที่คิดไว้นะ เซน" อาจารย์เอลาร่าเอ่ยเสียงเรียบ แต่ประกายตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ถูกปลุกเร้า
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านตอนที่ 7 จนจบนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน•ตอนที่ 7
ยามบ่ายในสวนเวทมนตร์
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!