กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและละอองมานาบริสุทธิ์ที่อัดแน่นจนเกือบกลายเป็นของเหลว ลอยตลบอบอวลอยู่ในห้องใต้ดินลับใต้หอพักศาสตราจารย์
เซนยืนนิ่งสนิท ดวงตาสสีครามคู่คมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สะท้อนภาพร่างเพรียวบางของอาจารย์สาวที่คุ้นตา แต่อาณาเขตพลังเวทที่แผ่พุ่งออกมาจากตัวเธอบัดนี้กลับบิดเบี้ยวจนน่ากลัว ปีกเวทมนตร์สีขาวบริสุทธิ์ที่สลายครึ่งหนึ่งกลายเป็นขี้เถ้าสีดำ คือหลักฐานชิ้นเอกที่ตะโกนบอกความจริงอันโหดร้ายโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
"ได้ยินชัดเจนพอหรือยังล่ะ... เซน?"
เสียงหวานนุ่มที่เคยใช้เอ็ด
เวลาเขาโดดคาบเรียนเวทมนตร์ประยุกต์ บัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย เอลาร่ากุมหัวไหล่ข้างซ้ายของตัวเองไว้ นิ้วเรียวยาวเปรอะเปื้อนคราบโลหิตสีทองจางๆ—เลือดของเผ่าพันธุ์โบราณที่สูญสิ้นไปจากหน้าประวัติศาสตร์เวทมนตร์เมื่อสามร้อยปีก่อน
เซนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่มักจะประมวลผลกลยุทธ์และหาทางหนีทีไล่ได้อย่างรวดเร็วกลับรู้สึกชาหนึบไปชั่วขณะ ข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับทฤษฎีธาตุแสง วงเวทต้องห้าม และบันทึกประวัติศาสตร์ที่เขาเคยอ่านผ่านตาในห้องสมุดใต้ดินถูกดึงขึ้นมาประติดประต่อกันด้วยความเร็วสูง
รอยแผลเป็นที่อาจารย์มักจะซ่อนไว้ใต้ปกเสื้อเชิ้ตคอปกสูง... อาการอ่อนแรงอย่างผิดปกติในช่วงพระจันทร์เต็มดวง... และที่สำคัญที่สุดคือ วงเวทอัญเชิญที่สลักอยู่บนพื้นห้องนี้ มันคือวงเวทเดียวกับที่บันทึกไว้ในตำราโบราณว่าใช้สำหรับ "กักขังและถ่าย
ทอนคำสาป" ของผู้ใช้เวทธาตุแสงบริสุทธิ์คนสุดท้าย
"อาจารย์..." เซนเค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ความรู้สึกอึดอัดแน่นอยู่ในอกราวกับมีก้อนหินมาถ่วงไว้ เขาไม่เคยคิดเลยว่า อาจารย์เอลาร่า ผู้ทำตัวเย็นชาแต่คอยปกป้องเขาจากสายตาจับผิดของสภาบริหารมาตลอด จะแบกรับภาระที่หนักหน่วงและอันตรายถึงชีวิตเช่นนี้ไว้ลำพัง
เอลาร่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสفสีนิลที่เคยฉายแววดุและเคร่งขรึม บัดนี้กลับไหววับด้วยความเปราะบางที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอดชีวิต เธอยิ้มเจื่อนๆ มุมปาก "ทีนี้... เธอคงเข้าใจแล้วสินะว่าทำไมฉันถึงพยายามผลักไสเธอให้อยู่ห่างจากเรื่องพวกนี้ ทำไมฉันถึงอยากให้เธอเป็นแค่นักเรียนธรรมดาๆ ที่โดดเรียนไปวันๆ มากกว่าจะมาพัวพันกับสงครามที่ไม่มีวันชนะนี่"
"นักเรียนธรรมดา?" เซนทวนคำ เสียงหัวเราะแห้งๆ หลุดออกมาจากลำคอของเขา "อาจารย์ก็รู้ดีไม่ใช่เหรอครับว่าตัวผม... ไม่เคยเป็นแค่เด็กนักเรียนธรรมดาเลยตั้งแต่แรก"
เซนก้าวเท้าเข้าไปหาเธอช้าๆ แม้ว่าคลื่นพลังมานาที่แผ่ออกมาจากตัวเอลาร่าจะกดทับจนเข่าของเขาแทบทรุด แต่เขาก็ยังฝืนเดินหน้าต่อ มือเรียวของเด็กหนุ่มยื่นออกไปแตะที่ขอบโต๊ะทำงานไม้เก่าแก่ที่มีคราบอักขระเวทสีทองจางลงทุกที
"ผมเกลียดการวุ่นวาย ผมเกลียดการต้องมานั่งแก้ปัญหาที่คนอื่นสร้างไว้... แต่อาจารย์ครับ" เซนหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ ดวงตาสีครามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว "การปล่อยให้คนที่คอยปกป้องผมต้องมานั่งเจ็บปวดอยู่คนเดียวแบบนี้... มันน่าสมเพชยิ่งกว่าการโดนไล่ออกจากAether Academy ซะอีกนะ"
เอลาร่าสะ਼อ้านไหวเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธอยกมือขึ้นจะผลักเขาออก แต่เซนเร็วกว่า เขาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ได้ทัน
สัมผัสจากผิวเนื้อทำให้เซนรับรู้ได้ถึงความจริงอันน่าตกใจ พลังมานาในตัวของเอลาร่าไม่ได้กำลังรั่วไหลธรรมดา แต่มันกำลัง "ย้อนกลับ" เผาผลาญร่างกายของเธอเองจากภายใน เนื่องจากพันธะสัญญาเวทมนตร์ที่เธอทำไว้กับสภาเพื่อแลกกับการปกป้องความลับเรื่องธาตุแสงของเขา!
"อย่าดื้อนะ เซน..." เอลาร่ากระซิบเสียงสั่น เธอยอมแพ้ที่จะดึงมือกลับ "พลังที่เธอกำลังแบกรับอยู่ มันไม่ใช่สิ่งที่เด็กอายุสิบหกปีจะรับไหว สภาบริหารไม่ได้ต้องการแค่ตัวฉัน... พวกเขาต้องการพลังที่หลับใหลอยู่ในสายเลือดของเธอด้วย ถ้าพวกเขารู้ว่าเราสองคนเชื่อมโยงกันผ่านพันธะเวทบทนี้ ทั้งเธอและฉันจะไม่มีทางรอด"
"ผมไม่สนสภาบริหารบ้าบอนั่นหรอกครับ" เซนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงอย่างยิ่งยวด ไหวพริบและความเจ้าเล่ห์ที่เขาเคยใช้เอาตัวรอดในคาบเรียนถูกดึงมาใช้ทั้งหมด สมองของเขาเริ่มคำนวณทางออกนับร้อยวิธีในเสี้ยววินาที "ในเมื่ออาจารย์ทำพันธะสัญญาฝ่ายเดียวไม่ได้ งั้นเราก็แค่... ทำให้มันเป็นพันธะสัญญาร่วมกันซะก็สิ้นเรื่อง"
เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "เธอหมายความว่า..."
"ใช่ครับ" เซนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มักจะทำให้คีย์สหายสนิทของเขากุมขมับทุกครั้งเพราะรู้ว่ากำลังจะเกิดเรื่องบ้าๆ ขึ้น "ในเมื่ออาจารย์แบกรับคำสาปแทนผมมาตลอด งั้นตอนนี้... ให้ผมได้แบ่งเบาภาระครึ่งหนึ่งของอาจารย์บ้างเถอะครับ"
ก่อนที่เอลาร่าจะทันได้เอ่ยคัดค้าน เซนก็ใช้มืออีกข้างกดลงบนวงเวทที่พื้น เลือดสีครามเข้มข้นที่ไหลซึมออกมาจากปลายนิ้วของเขาถูกกระตุ้นด้วยเจตจำนงอันแรงกล้า แสงสว่างเจิดจ้าสีฟ้าครามผสานกับแสงสีทองของเอลาร่าระเบิดออกจนกลบรัศมีสีดำของความมืดมิดในห้องใต้ดินจนหมดสิ้น
เสียงกรีดร้องของความเจ็บปวดและเสียงคำรามของพลังเวทที่ปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลทำให้ชั้นหนังสือล้มระเนระนาด ตำราเวทมนตร์โบราณนับร้อยเล่มปลิวว่อนไปในอากาศ
เอลาร่าพยายามจะดึงมือกลับเพื่อหยุดยั้งเด็กหนุ่ม แต่กระแสเวทได้ประสานเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ร่างของทั้งสองถูกห่อหุ้มด้วยเกราะแสงสีครามบริสุทธิ์ ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินร่างของอาจารย์สาวค่อยๆ
ทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ แลกกับการที่เซนต้องรับภาระครึ่งหนึ่งของคำสาปมาไว้ที่ตัวเขาเอง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งแสงสว่างทั้งหมดมอดดับลง เหลือเพียงความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วห้องใต้ดิน
เซนหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายรู้สึกราวกับถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แต่เขาก็ยังฝืนยืนหยัดอยู่ได้ ดวงตาสีครามก้มมองข้อมือของตัวเองที่ตอนนี้มีรอยสลักอักขระเวทสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นเช่นเดียวกับของเอลาร่า
อาจารย์สาวทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าหวานซีดเผือดแต่สีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เธอมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งตกใจ โกรธระคนซาบซึ้งใจจนขอบตาร้อนผ่าว
"เธอ... เด็กบ้า..." เอลาร่าเอ่ยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำใสคลอเบ้าตาคู่สวย "ทำไมถึงทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนี้... รู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป?"
เซนคลี่ยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา เด็กหนุ่มย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ นิ้วเรียวปัดปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากใบหน้าของอาจารย์สาวอย่างแผ่วเบา
"ก็บอกแล้วไงครับว่า... ผมไม่ชอบให้ใครมาเจ็บปวดแทนผมหรอกนะ" เซนกระซิบเสียงนุ่ม "อีกอย่าง... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อาจารย์จะหนีผมพ้นได้ยังไงล่ะครับ ในเมื่อเรามี 'สัญญา' ที่ผูกพันกันไว้ลึกซึ้งขนาดนี้แล้ว"
เอลาร่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะเอ่ยปากดุเขาต่อด้วยมาดของอาจารย์ผู้เคร่งครัด แต่ทว่า—
*กริ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนระบบเวทมนตร์ปริศนาที่ไม่เคยดังขึ้นมาก่อนในรอบปีดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเซน พร้อมๆ กับที่รอยสักอักขระบนข้อมือของทั้งสองส่องแสงวาบสีแดงฉานขึ้นมาอย่างกระทันหัน
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุกพลังพันธะสัญญาระดับ SSS - "พันธะโลหิตแสงคราม" สำเร็จ]
[คำเตือนจากระบบ: เงื่อนไขการหลบหนีสิ้นสุดลงแล้ว...]
[เป้าหมายใหม่ถูกปลดล็อก: ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งสภาบริหารเวทมนตร์ กำลังเคลื่อนพลมายังหอพักศาสตราจารย์เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ...]
[ระยะเวลาเหลือก่อนที่ความลับจะถูกเปิดเผยทั้งหมด: 10 นาที]
ดวงตาสีครามของเซนหรี่แคบลงทันทีเมื่ออ่านข้อความที่ปรากฏขึ้นในอากาศ รอยยิ้มมั่นใจถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุด
ทว่า... ก่อนที่พวกเขาจะได้วางแผนรับมือกับผู้บัญชาการสภาบริหารที่กำลังคืบคลานเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นที่บันไดทางเข้าห้องใต้ดินเสียแล้ว!
และเสียงเคาะประตูก็จดังขึ้น...สามครั้งซ้อนอย่างเย็นชา
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — เซเลสเทียละอองเวท
เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน•ตอนที่ 21
ความจริงที่มาพร้อมกับความเจ็บปวด
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้พิทักษ์สายวิจัยที่ชอบโดดเรียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!