วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์กู้โลกฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของนายวิศวะ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นอับของห้องเก็บอุปกรณ์ช่าง คือสิ่งที่พริมาเกลียดเป็นอันดับสองรองจากหน้าบึ้งๆ ของผู้ชายที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูกั้นระหว่างเธอกับอิสรภาพ “คิดว่าจะใจเสาะแล้วเบี้ยวซะอีกค่ะคุณนิเทศ” เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันนิดๆ ดังขึ้นพร้อมกับการขยับตัวของอาคเนย์ ร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวกรรมสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีรอยคราบน้ำมันจางๆ ประดับอยู่ เขาไม่ได้ดูเหมือนนักศึกษาที่กำลังทำงานกลุ่มเลยสักนิด... เขาดูเหมือนผู้คุมในเรือนจำความมั่นคงสูงที่พร้อมจะขว้างกุญแจมือใส่เธอได้ทุกเมื่อหากเธอกล้าขยับตัวออกนอกลู่นอกทาง พริมาสูดหายใจเข้าลึก, สูดกลิ่นชวนปวดหัวนั่นเข้าไปเต็มปอด แล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าในใจจะอยากกรีดร้องใส่หน้าเขาดังๆ สักสามรอบก็ตาม “คนอย่างพริมาพูดคำไหนคำนั้นค่ะ ไม่เหมือนใครบางคนหรอกที่ชอบใช้วิธีสกปรกขู่บังคับชาวบ้านเขาไปทั่ว” เธอสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น “เขาเรียกว่าวิธีเจรจาต่อรองทางธุรกิจต่างหากล่ะคะ” อาคเนย์ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนพริมาต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ ร่างบางชนเข้ากับโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีซากชิ้นส่วนหุ่นยนต์เกลื่อนกลาด “อีกอย่าง... ฉันไม่ได้บังคับ ฉันแค่ ‘มอบทางเลือก’ ที่ดีที่สุดให้เธอต่างหาก ระหว่างมาเป็น PR ให้ชมรมหุ่นยนต์ กับการโดนแฉคลิปที่เธอไปก่อวีรกรรมไว้หน้าคณะเมื่อวันก่อน... เลือกเอาสคะ ว่าจะเอาแบบไหน” “คุณมัน...!” พริมาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวที่ไขว้ไว้ข้างหลังกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ นึกอยากจะหยิบประแจเลื่อนแถวๆ นั้นมาฟาดหัวคนตรงหน้าสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ คลิปบ้าอะไรนั่นก็แค่เธอกำลังเมาดิบแล้วเต้นระบำฮูล่าฮูปโชว์เสาไฟหน้าคณะนิเทศฯ ตอนตีสามเท่านั้นเอง! ใครจะไปรู้เล่าว่าอีตานี่จะบังเอิญผ่านมาเห็นแล้วถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐานมัดตัวเธอได้พอดิบพอดี เวรตะไลจริงๆ! เกิดมาไม่เคยเจอใครเจ้าเล่ห์แสนกลแถมหน้าตายได้เท่านี้มาก่อนเลย “ไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาอยากจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้นหรอกค่ะ” อาคเนย์หยุดยืนห่างจากเธอแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลอยเข้าจมูกจนพริมาต้องเบือนหน้าหนี หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย “ฟังทางนี้ให้ดีๆ เพราะฉันจะพูดแค่รอบเดียว... ในฐานะที่เธอต้องมาเป็น PR ให้ชมรมหุ่นยนต์เพื่อกู้ชื่อเสียงที่กำลังจะพังพินาศของพวกเรา เธอจะต้องทำตามกฎสามข้อของฉันอย่างเคร่งครัด” พริมาหันขวับกลับมามองค้อน “ห๊ะ? มีกฎด้วยเหรอคะ? นี่ยار ฉันมาช่วยพวกคุณนะ ไม่ได้มาสมัครเป็นทาสในเรือนเบี้ย!” “ข้อแรก...” อาคเนย์ทำเป็นหูทวนลมกับเสียงโวยวายของเธอ นิ้วเรียวยาวชูขึ้นมาหนึ่งนิ้ว “ห้ามเถียง ห้ามขัดคำสั่ง และห้ามทำหน้าบูดใส่ฉันเวลาอยู่ในเวลางาน” “นี่มันข้อบังคับเผด็จการชัดๆ!” “ข้อสอง...” เขายกนิ้วที่สองขึ้นมาโดยไม่สนิทว่าเธอจะโวยวายแค่ไหน น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังขึ้นจนพริมาต้องหุบปากฉับ “ทุกอย่างที่เกี่ยวกับโปรเจกต์กู้โลกของชมรมหุ่นยนต์... ห้ามหลุดลอดออกไปถึงหูของธันวาหรือเด็กคณะวิศวะฝั่งตรงข้ามเด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่องการออกแบบโครงสร้างโครงกระดูกกลไก ถ้ามีความลับรั่วไหลออกไปแม้แต่นิดเดียว... คลิปหน้าคณะของเธอจะไปโผล่อย่างโดดเด่นบนโปรเจกต์เตอร์กลางโรงอาหารคณะแน่” รอยยิ้มมุมปากของอาคเนย์ในตอนนี้ช่างดูร้ายกาจราวกับปีศาจจำแลงมาเกิด พริมากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน ถึงเธอจะปากเก่งแค่ไหน แต่ถ้าคลิปนั้นหลุดไปจริงๆ เธอคงต้องย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศชั่วชีวิตแน่ๆ “แล้ว... ข้อสามล่ะคะ?” เธอกัดฟันถามเสียงสั่นด้วยความคับแค้นใจ อาคเนย์นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ ไล่เรย์ลงมาถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่ประกายในดวงตาคู่คมจะไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีจนยากจะคาดเดา “ข้อสาม...” เขาก้มตัวลงกระซิบชิดใบหูของเธอ เสียงกระซิบนั้นแหบพร่าและใกล้ชิดเสียจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว “ห้ามตกหลุมรักฉันเด็ดขาด... เพราะมันจะยุ่งยากมาก ถ้าฉันต้องมานั่งรับผิดชอบหัวใจของยัยปากจัดอย่างเธอ” เพล้ง! เหมือนมีเสียงระฆังแตกกระจายอยู่ในอก พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าที่เคยแดงเพราะความโกรธตอนนี้กลับร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู สมองขาวโพลนไปหมดจนประมวลผลไม่ทันกับคำพูดหน้าไม่อายและหลงตัวเองสุดขีดนั่น “ฝ... ฝันไปเถอะค่ะ!” พริมาผลักอกแกร่งออกสุดแรงด้วยความตกใจและเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก “คนอย่างพริมาไม่มีวันพิศวาสผู้ชายปากเสียอย่างคุณหรอก มั่นหน้าที่สุด!” อาคเนย์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขารับแรงผลักนั้นด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับก้อนเนื้อนุ่มๆ มาสะกิดโดนตัว “ก็ดีค่ะ หวังว่าจะจำคำพูดตัวเองได้นานพอกับตอนที่เธอสัญญาว่าจะไม่เมาแล้วไปเต้นโชว์ชาวบ้านนะ” “นายอาคเนย์!” ก่อนที่พริมาจะได้หยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะฟาดหัวคนกวนประสาท ประตูห้องชมรมที่ปิดสนิทอยู่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือใครบางคน พร้อมกับเสียงหอบหายใจและใบหน้าซีดเผือดของรุ่นน้องปีสองที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “พี่อาคเนย์ครับ! แย่แล้วครับ! มีคนแอบเจาะระบบฐานข้อมูลโปรเจกต์ของเรา แถม... แถมตอนนี้พวกสภาวะฝั่งไอ้ธันวาบุกมาถึงหน้าห้องชมรมแล้วครับ!” อาคเนย์หุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที เขากวาดสายตามองไปที่พริมาที่ยืนค้างเติ่งอยู่ข้างโต๊ะ ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นด้วยมือเดียว “ดูท่าทาง... งานแรกของ PR คนเก่งของเรา จะมาเร็วกว่าที่คิดซะแล้วล่ะค่ะ” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและร่วมลุ้นไปกับความปากแซ่บของยัยน้องกับพ่อหนุ่มซึนคนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์กู้โลกฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%