"รหัสผ่านแปดหลัก '12042598' นี่... คุณบังเอิญกดตรงกับวันเกิดฉัน หรือว่าคุณแอบแฮกสมองฉันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนคะ ประธานอาคเนย์"
ฉันลอยหน้าลอยตาทวนคำถามออกไป พร้อมกับแกล้งเอียงคอมองหน้าผู้ชายที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงานในห้องแล็บหุ่นยนต์ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดลงมาสะท้อนกรอบแว่นสายตาของเขา จนฉันเกือบจะมองไม่เห็นประกายความไหววูบในดวงตาคู่นั้นที่มักจะนิ่งสงบราวน้ำในบึงลึก
อาคเนย์ขยับกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขารีบดึงมือกลับจากการกดแป้นพิมพ์ราวกับว่าคีย์บอร์ดนั้นกำลังปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงใส่
"อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันติดพูดคำว่า 'ค่ะ' ตามคุณไม่ทัน" อาคเนย์แก้คำพูดตัวเองด้วยน้ำเสียงห้วนจัด ดวงตาคมกริบกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีจับผิด "ระบบสุ่มรหัสผ่านของฐานข้อมูลแล็บมัน generate ตัวเลขพวกนั้นขึ้นมาเองอัตโนมัติ เป็นความบังเอิญที่น่ารำคาญใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา"
"บังเอิญเหรอคะ?" ฉันเค้นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขาอีกนิดจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ปะปนกับกลิ่นไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้อง "บังเอิญซ้ำรอยวันเกิดฉันพเป๊ะๆ แถมยังเป็นวันที่เรา... เอิ่ม วันที่ฉันเคยทำรายงานส่งคุณช้าไปแปดนาทีจนโดนหักคะแนนพฤติกรรม จำไม่ได้เหรอคะคุณประธาน"
ให้ตายเถอะ พริมา! เธอจะไปขุดคุ้ยเรื่องเก่าทำไมเนี่ย!
ฉันแอบกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ นึกอยากจะตบปากตัวเองสักทีที่เผลอหลุดปากพูดเรื่องความทรงจำงี่เง่าพวกนั้นออกไป แต่อาคเนย์กลับนิ่งเงียบไปเสียเฉยๆ เขาไม่ได้แก้ตัว ไม่ได้ตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนอย่างเคย ดวงตาคมคู่นั้นกลับจ้องมองฉันนิ่งนาน ราวกับกำลังพยายามแกะรหัสลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มกวนประสาทของฉัน
ความเงียบเริ่มโรยตัวเข้ามาปกคลุมพื้นที่ระหว่างเราสองคน มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่มันกลับเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าบางอย่างที่วิ่งพล่านอยู่บนผิวหนัง จนฉันต้องแกล้งเสมองไปทางชั้นวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อหลบสายตาคู่นั้น
"ถ้าไม่มีธุระอะไรอื่น ก็เชิญออกไปค่ะ ฉันต้องทำงานต่อ" สุดท้าย อาคเนย์ก็เป็นฝ่ายตัดบทด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้นิ่งสนิทที่สุด แต่ถ้าคนสังเกตดีๆ จะรู้ว่าปลายนิ้วเรียวยาวที่วางอยู่บนขอบโต๊ะนั้นกำลังเคาะเป็นจังหวะรัวเร็ว แสดงถึงความไม่สงบในใจอย่างชัดเจน
"โอ๊ะ ใจร้ายจังนะคะ มาเชิญดาวนิเทศฯ หน้าตาดีเด่นแบบนี้ออกจากห้อง ทั้งที่โปรเจกต์กู้โลก... เอ๊ย โปรเจกต์หุ่นยนต์กระชับมิตรนี่ เรายังต้องร่วมมือกันอีกยาวไกลแท้ๆ" ฉันแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวเหยียด ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าของเราอยู่ในระดับเดียวกัน "หรือว่า... คุณกำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่คะ อาคเนย์?"
อาคเนย์ชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาสีเข้มกะพริบลงช้าๆ ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันตรงๆ
จังหวะนั้นเอง... หัวใจของฉันก็กระตุกวูบอย่างแรง
ดวงตาของอาคเนย์ไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่มันมีความลึกซึ้งบางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นแววตาที่เหมือนกำลังสำรวจ ตรึงตรา และ... คล้ายกับคนกำลังพยายามห้ามใจไม่ให้ตัวเองทำอะไรบางอย่างที่บุ่มบ่าม
"ฉันไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น... โดยเฉพาะเรื่องไร้สาระ" น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำลงเล็กน้อยจนน่าใจหาย อาคเนย์ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีรอบตัวของเขาทำให้ฉันเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ "แต่ถ้าเธอยังยืนทำหน้ากวนประสาทอยู่ตรงนี้อีกสามวินาที ฉันอาจจะทำให้เธอรู้ว่า... การโดนลงโทษฐานก่อกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ มันน่ากลัวกว่าที่เธอคิด"
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปากก็ยังเก่งแต่ใจเริ่มสั่นระรัวเป็นกลองศึก "ทะ... ทำไมคะ จะฟ้องอาจารย์ที่ปรึกษาหรือไง"
"เปล่า..." อาคเนย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เรียกว่าตั้งตัวไม่ทัน ร่างสูงใหญ่กักตัวฉันไว้ระหว่างขอบโต๊ะทำงานกับแผงอกของเขา กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนฉันแทบหยุดหายใจ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราแทบจะแตะกัน "ฉันจะปิดปากคนที่พูดมาก... ด้วยวิธีของฉันเองต่างหาก"
สมองฉันรันระบบช็อกสนิทไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ปากที่เคยเก่งกาจและเถียงฉับๆ ตอนนี้กลับอ้าค้างสนิทอย่างไร้คำพูด ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนมั่นใจว่าตอนนี้มันคงแดงก่ำยิ่งกว่ามะเขือเทศสุกเสียอีก
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้... ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่ทำไมเวลาเขากลั่นแกล้งด้วยวิธีนี้ เคมีบ้าบออะไรนี่ถึงได้ทำงานหนักหน่วงจนหัวใจจะระเบิดออกมานอกอกกันเล่า!
อาคเนย์มองปฏิกิริยาอาการอึ้งกิมกี่ของฉัน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยัน แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่กำลังพึงพอใจกับชัยชนะตรงหน้าอย่างที่สุด นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองพิจารณาตั้งแต่หน้าผากมน ไล่ลงมาที่แพขนตางอน และหยุดนิ่งอยู่ที่ริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นของฉัน
ความเงียบระหว่างเราสองคนเต็มไปด้วยเสียงเต้นของหัวใจที่ดังแข่งกัน จนฉันแยกไม่ออกแล้วว่าเสียงตึ้กตั้กนั้นมาจากอกของฉันหรือของเขากันแน่
มือเรียวใหญ่ของอาคเนย์ยกขึ้นข้างหนึ่ง เขายื่นปลายนิ้วอุ่นจัดมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรดข้างแก้มของฉันแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับปีกผีเสื้อบินผ่าน แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งร่างกายนิเทศฯ สาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างฉัน
"ผม... เอ๊ย ฉันหมายถึง..." อาคเนย์ชะงักไปเมื่อเกือบหลุดสรรพนามหลุดโลกออกมา เขาเคลียร์คอเบาๆ เพื่อปรับเสียงให้กลับมาเป็นปกติ แต่นัยน์ตายังคงพราวระยับ "เธอนี่... เวลารีบหุบปากแล้วดูน่ารำคาญน้อยลงตั้งเยอะนะ พริมา"
"นี่คุณ! ว่าฉันพูดมากเหรอคะ!" ฉันแกล้งทำเป็นฮึดสู้ ผลักอกแกร่งของเขาออกเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง ถึงแม้ว่ามือไม้จะสั่นจนแทบไม่มีแรงผลักก็ตาม "หลบไปเลยนะ ประธานจอมเผด็จการ ฉันจะกลับคณะแล้ว!"
ฉันรีบหมุนตัวเตรียมจะเดินหนีออกจากรัศมีอันตราย แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของฉันจะเอื้อมไปถึงลูกบิดประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับบทสนทนาก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเดินนอกห้องแล็บเสียก่อน
"เฮ้ย อาคเนย์ อยู่ข้างในหรือเปล่าหวะ? ฉันเอาเอกสารงบประมาณส่วนของชมรมหุ่นยนต์มาให้เซ็น... อ้าว พริมา เธอก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย?"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้อาคเนย์ชะงัก สีหน้าของประธานหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมทันทีในเสี้ยววินาที
ฉันหันขวับกลับไปมองทางประตูที่เปิดผางเข้ามา และลมหายใจก็ต้องสะดุดกึกเมื่อเห็นร่างสูงโปรดของ 'ธันวา' คู่ปรับตัวฉกาจของอาคเนย์ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เคลือบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา แต่นัยน์ตากลับกวาดมองสำรวจฉันกับอาคเนย์ที่ยืนอยู่ใกล้ชิดกันเกินเหตุด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและเลศนัย
"บังเอิญจังนะ..." ธันวาหรี่ตามองเราสองคนสลับกัน รอยยิ้มมุมปากยิ่งกว้างขึ้นกว่าเดิม "ดึกดื่นแบบนี้... ดาวนิเทศฯ กับประธานชมรมหุ่นยนต์สายเคร่ง เค้ากำลังทำ 'โปรเจกต์ลับ' อะไรกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย ถึงได้มาอยู่ในห้องแล็บกันแค่สองต่อสอง?"
บรรยากาศในห้องแล็บที่เคยอุ่นระอุด้วยเคมีชวนฟินเมื่อครู่ กลับพลิกผันกลายเป็นความตึงเครียดเย็นเยียบขึ้นมาทันตาเห็น อาคเนย์ก้าวเท้ามาขวางหน้าฉันไว้เล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง พร้อมกับดวงตาคมกริบที่หรี่ลงมองธันวาอย่างไม่เป็นมิตร
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ! แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ
วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์กู้โลกฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 7
แววตาที่ซ่อนไว้
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์กู้โลกฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!