วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์กู้โลกฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 8

อย่าทำตัวน่ารักได้ไหม

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นสนิมเหล็กจาง ๆ และไอร้อนจากหัวแร้งบัดกรีในห้องแล็บชมรมหุ่นยนต์ ดูจะไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อเทียบกับอุณหภูมิความคุุกรุ่นที่กำลังแผ่ซ่านออกมาจากสายตาของสองหนุ่มที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ ณ เวลานี้ อาคเนย์ขยับตัวก้าวเข้ามาบังฉันไว้ครึ่งตัว สัญชาตญาณดิบของวิศวกรสายเทอะทะแต่หวงของยิ่งกว่าไข่ในหินกำลังทำงานอย่างเต็มพิกัด แผ่นหลังกว้างในชุดช็อปสีเลือดหมูเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องจาง ๆ ดูมั่นคงเสียจนฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราเพิ่งจะเถียงกันเรื่องการเดินสายไฟบอร์ดคอนโทรลแทบตาย "ถอยไปหน่อยน่า อาคเนย์ ฉันไม่ได้มาคุยกับนาย" ธันวาแย้มยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มแบบที่นักธุรกิจหน้าเลือดมักใช้ก่อนจะเซ็นสัญญาเอาเปรียบู่คู่ค้า ดวงเรียวรีใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบราวกับสว่านเจาะสำรวจ มองข้ามไหล่กว้างของคนตัวโตกว่ามาสบตาฉันตรง ๆ "ว่าไงล่ะ, พริมา? ข้อเสนอที่ฉันยื่นให้เมื่อกี้ น่าสนใจพอจะทำให้คนเก่งอย่างเธอเปลี่ยนใจมาอยู่ฝั่งผู้ชนะไหม หรือจะทนจมปลักอยู่กับโปรเจกต์กระดาษทิชชูที่รอวันเปียกน้ำฝนของชมรมนี้ต่อไป" ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ขยับตัวก้าวพ้นเงาร่างสูงใหญ่ของอาคเนย์ออกมาเผชิญหน้ากับคู่แข่งตัวฉกาจด้วยความถือดี ปากเก่ง ๆ ที่แม่ชอบบ่นนักบ่นหนาถูกยกมาใช้งานในวินาทีวิกฤตนี้ทันที "ขอบคุณสำหรับความกรุณานะคะคุณธันวา แต่พอดีว่าฉันชอบงานศิลปะที่ต้องใช้หยาดเหงื่อแรงงานมากกว่างานลอกแบบสำเร็จรูปแปะป้ายยี่ห้อคนอื่น" ฉันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยยาพิษกลับไปให้ "อีกอย่าง... ของแบบนี้มันดูกันที่ฝีมือ ไม่ใช่จำนวนเงินบริจาคจากกระเป๋าคุณพ่อหรอกค่ะ จริงไหมคะ?" กรามของธันวาขยับกระตุกวูบ รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้านั้นแทบจะปริแตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่ก่อนที่เขาจะได้สวนคำพูดเชือดเฉือนอะไรกลับมา มือหนาของคนที่ยืนนิ่งเป็นเสาหินมานานก็เอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้ทันที แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดและห้ามปฏิเสธ "หมดเวลาเสวนาไร้สาระแล้วครับ" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนน่ากลัว แต่ดวงตาคมปลาบที่มองตรงไปที่ธันวานั้นกลับวับวามด้วยประกายไฟอันตราย "ถ้าไม่อยากให้ฉันเรียก รปภ. มาเชิญออกไปเพราะบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล เชิญใช้ประตูทางออกด้านโน้นได้เลยครับ" ธันวาสหัวเราะในลำคอเบา ๆ สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองมือที่อาคเนย์ยังคงกุมข้อมือฉันไว้ไม่ปล่อย ก่อนจะยอมก้าวถอยหลังทีละก้าวอย่างผู้มีชัยในเกมจิตวิทยา "ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน อาคเนย์ ของรักของหวงน่ะ... ถ้าดูแลไม่ดีพอ ระวังจะโดนคนอื่นฉวยโอกาสคาบไปกินนะ" สิ้นคำพูดนั้น ธันวา4ก็หมุนตัวเดินสาวเท้าจากไป ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวهเราะเยาะหยันที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโถงทางเดินแคบ ๆ ของตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบงันอีกครั้ง แต่ความตึงเครียดไม่ได้จางหายไปตามแผ่นหลังของศัตรูเลยแม้แต่น้อย ฉันรีบสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของคนตัวโตทันทีที่ลับตาธันวา พร้อมกับส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอย่างไร้เหตุผล "ปล่อยได้แล้วมั้งคะ ประธานอาคเนย์ ฉันไม่ใช่หุ่นยนต์บังคับวิทยุนะที่จะได้มาจับหันซ้ายหันขวาตามใจชอบ" ฉันแหวใส่กลบเกลื่อนความวูบไหวในอก อาคเนย์ยังคงนิ่งเงียบ เขาไม่ตอบโต้อะไร ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเราชั่วอึดใจหนึ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าฉันตั้งแต่หน้าผากจรดปลายคาง ราวกับกำลังตรวจหาความเสียหายหลังจากสงครามประสาทเมื่อครู่ ท่าทางเงียบขรึมและจริงจังเกินเหตุนั้นทำให้ฉันเริ่มรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ที่ผิวแก้มขึ้นมาดื้อ ๆ "ใครใช้ให้เธอออกไปยืนรับคมมีดคนเดียว?" จู่ ๆ เสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยประโยคที่ไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉันกะพริบตาปริบ ๆ งุนงงกับตรรกะของพ่อหนุ่มนักประดิษฐ์คนนี้ "หา? พูดเรื่องอะไรของคุณเนี่ย ฉันก็แค่ตอกหน้ามันกลับไปตามมารยาทคนนิเทศฯ ปากเก่งไงคะ หรือจะให้ยืนใบ้กินแล้วปล่อยให้มันมาดูถูกโปรเจกต์ที่เราช่วยกันทำมาตั้งหลายคืนล่ะ?" "เธอไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงยืนใกล้ไอ้บ้านั่น" อาคเนย์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สีหน้าเรียบตึงเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดที่ปิดไม่มิด เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอีกครั้งด้วยความเร็วที่ตั้งตัวไม่ทัน จนแผ่นหลังฉันชนเข้ากับโต๊ะทำงานที่มีชิ้นส่วนหุ่นยนต์วางเกลื่อนกลาด พื้นที่รอบตัวแคบลงทันตาเห็นเมื่อวงแขนแข็งแรงยกขึ้นกั้นขวางทางหนีทั้งสองข้าง ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาหาด้วยแววตาที่ดุดันแต่แฝงความอ่อนล้าบางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน "อาคเนย์... ถอยไปเลยนะ คุณจะทำอะไร" ฉันร้องประท้วงเสียงหลง หัวใจเจ้ากรรมกระโดดขึ้นมาเต้นโครมครามอยู่แถวลำคอ เคมีบ้าบออะไรเนี่ย ทำไมอยู่ดี ๆ บรรยากาศมันถึงได้เปลี่ยนจากโหมดเดือดดาลกลายมาเป็นโหมดอันตรายต่อหัวใจแบบนี้ล่ะ! "รู้ตัวไหมว่าเมื่อกี้เธอทำตัวน่าหงุดหงิดชะมัด" เขากดเสียงต่ำลง ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงของฉันด้วยสายตาที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ "ปากก็เก่งไปทั่ว ไปท้าทายมันทำไม รู้ทั้งรู้ว่ามันจ้องจะเล่นงานเราอยู่" "ก็ฉันไม่ชอบให้ใครมาดูถูก..." "แล้วคิดว่าฉันชอบใจเหรอที่เห็นเธอเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับสายตาอุบาทว์ ๆ ของมันน่ะหึ?" คำพูดตัดพ้อที่หลุดออกมาจากปากคนฟอร์มจัดทำเอาฉันชะงักกึก สมองที่เคยประมวลผลคำด่าได้อย่างรวดเร็วพลันหยุดทำงานไปชั่วขณะ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวในห้องแล็บ ความเงียบงันที่โรยตัวลงมาทำให้เราได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจนขึ้น อาคเนย์จ้องมองฉันด้วยแววตาที่ซ่อนความรู้สึกมากมายเกินกว่าที่ปากแข็ง ๆ ของเขาจะยอมเอ่ยออกมา "นาย..." ฉันอ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่คำพูดทั้งหมดก็ต้องกลืนกลับลงคอไปเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของคนตรง2เข้าเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มฉันอย่างเบามือสัมผัสแผ่วเบานั้นสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "อย่าทำตัวน่ารักให้มันมากนักได้ไหมพริมา..." น้ำเสียงที่เอ่ยแผ่วเบาราวกับกระซิบข้างหูนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่ขัดกับบุคลิกนิ่งขรึมโดยสิ้นเชิง "แค่ที่เธอเข้ามาปั่นป่วนในหัวฉันทุกวันนี้นี่... มันก็เกินพอจะรับไหวแล้วนะ" ตูーム! เหมือนมีระเบิดลูกใหญ่ยักษ์มาลงกลางห้องแล็บ หน้าฉันร้อนผ่าวขึ้นมาจนแทบจะระเบิดเป็นจุล สติสตั้นหลุดลอยหายไปกับอากาศธาตุ ปากเก่ง ๆ ที่เคยใช้เถียงคนอื่นฉอด ๆ ตอนนี้กลับแข็งค้างอ้าปากพะงาบ ๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก นี่พ่อวิศวกรซึนเดระของฉันกำลัง... สารภาพรักทางอ้อมอยู่หรือไงเนี่ย! ก๊อก ๆ ๆ! เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุดอย่างไม่รู้กาลเทศะ อาคเนย์ชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด แต่ก่อนที่เราจะได้ผละออกจากกันตามระยะห่างที่ควรจะเป็น บานประตูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท "พี่อาคเนย์คะ! แย่แล้วค่ะ! บอร์ดเซนเซอร์หลักของหุ่นยนต์ตัวต้นแบบที่เพิ่งประกอบเสร็จ... จู่ ๆ มันเกิดช็อตควันขึ้นมาเองโดยไม่มีสาเหตุค่ะ!" เสียงร้อนรนของน้องปีหนึ่งในชมรมที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ แต่อาคเนย์ยังคงไม่ยอมขยับถอยห่างจากฉัน ร่างสูงก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและแววตากรุ้มกริ่มที่ทำให้ฉันเข่าแทบทรุด "เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่... เตรียมตัวรับมือไว้ให้ดีก็แล้วกัน" [ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันในตอนนี้นะคะ!]
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์กู้โลกฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%