วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์กู้โลกฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 9

วิกฤตงบประมาณ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณอยากไปเดินเดี่ยวคนเดียวตามลำพัง แล้วฉันจะหันหลังกลับตึกนิเทศฯ เดี๋ยวนี้เลยนะคะ ประธานอาคเนย์" เสียงใสๆ ที่ติดจะหงุดหงิดนิดหน่อยดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของล็อบบี้บริษัท ‘Titanium Tech’ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อาคเนย์ที่กำลังสาวเท้าก้าวฉับๆ ด้วยความเร็วระดับนักกีฬาแข่งเดินทนชะงักกึก เขากลอกตาขึ้นฟ้าเล็กน้อยด้วยความระอา ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับร่างบางที่ยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่เบื้องหลัง ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแกร่งที่บ่งบอกถึงความเครียดขมึง ปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างพยายามอดกลั้น "นี่คุณพริมา เรากำลังแข่งกับเวลานะคะ อีกสิบนาทีคือเวลานัดหมายกับผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ถ้าเราตกรถไฟขบวนนี้ โปรเจกต์กู้โลกของชมรมเราได้กลายเป็นเศษเหล็กสมชื่อจริงๆ แน่" อาคเนย์ตอกกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าของแม่ดาวเด่นนิเทศฯ ที่วันนี้ลงทุนสวมสูทสีเบจเข้ารูปทับเสื้อสายเดี่ยวผ้าไหม แม้จะดูเป็นทางการและน่าเชื่อถือ แต่รองเท้าส้นสูงปรี๊ดสามนิ้วของเธอนี่แหละที่เป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่หลวงในการพิชิตตึกสูงระฟ้าแห่งนี้ พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนร่างสูงจนแทบจะเป็นรอยคว่ำ "แล้วใครเป็นคนบอกให้เดินขึ้นบันไดเลื่อนทีละสองขั้นล่ะคะ? คิดว่าขาฉันยาวเท่าคุณหรือไง หรือว่าสมองวิศวกรของคุณคำนวณความยาวเรียวขาของฉันพลาดไปจากสมการเดิม?" "ผมคำนวณมาดีแล้วว่าถ้าใช้เวลาตามเกณฑ์มาตรฐาน คุณจะเดินทันพอดี... ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะมัวแต่แวะส่องกระจกเงาตรงบันไดทางเข้าเพื่อเช็คลิปสติก" "นั่นมันเรียกว่าการตรวจความพร้อมทางทัศนียภาพค่ะคุณอาคเนย์! ในฐานะที่ฉันต้องเป็นคนเปิดปากพรีเซนต์งบประมาณกู้ชีพชมรมเรา ฉันจะปล่อยให้หน้าซีดเป็นศพไร้ญาติไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นสポンเซอร์เขาคงนึกว่าเรามาขอทาน ไม่ได้มาขอทุนสนับสนุน" พริมาเถียงกลับทันควัน ปากบางๆ ขยับเถียงฉอดๆ แบบไม่ยอมแพ้แม้แต่วินาทีเดียว อาคเนย์ถอนหายใจยาวพรืด ยอมรับในใจเลยว่าผู้หญิงคนนี้มีพลังงานบางอย่างที่พร้อมจะสูบวิญญาณเขาได้ทุกเมื่อ ประโยคทิ้งท้ายจากเหตุการณ์เมื่อวานที่เธอย้ำว่า *'เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่... เตรียมตัวรับมือไว้ให้ดีก็แล้วกัน'* วิ่งวนเวียนอยู่ในหัวเขาราวกับเสียงสะท้อน และใช่... เขากำลังรับมือกับความปากเก่งของเธอจนปวดขมับไปหมด แต่แปลก... แทนที่จะรำคาญ เขากลับรู้สึกว่าหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะเครื่องจักรกล ตอนนี้มันรวนเรจนควบคุมไม่ได้เอาเสียเลย "โอเค ยอมแพ้ครับ... เอ๊ย ยอมแพ้ค่ะ" อาคเนย์เกือบหลุดปากคำผู้ชายออกไปตามความเคยชิน ดีที่สะดุดลิ้นตัวเองแล้วเปลี่ยนคำลงท้ายได้ทันเวลา เขาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้มมุมปากที่เผลอหลุดออกมา "ถือว่าผมผิดก็แล้วกันที่คาดหวังความเร็วจakมนุษย์มนาจากคุณ เดินต่อได้แล้วค่ะ ท่านผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารโปรเจกต์" พริมาเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจที่จู่ๆ พ่อหนุ่มวิศوةจอมซึนก็ยอมจำนนเร็วกว่าปกติ เธอยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ หอมละมุนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกอาคเนย์จนร่างสูงต้องกั๊กหายใจโดยอัตโนมัติ "พูดจาดีๆ แบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อยนะคะ อาคเนย์... จำไว้ให้ดีว่าถ้าโปรเจกต์นี้ผ่าน ฉันนี่แหละคือผู้มีพระคุณที่คุณต้องกราบกรานไปตลอดชีวิตการศึกษา" "ฝันไปเถอะค่ะ" อาคเนย์สวนกลับทันควัน พลางเอื้อมมือไปคว้าข้อศอกเรียวบางของเธอเบาๆ เพื่อดึงให้เดินตามจังหวะก้าวของเขาที่ช้าลงครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ "เดินดีๆ ล่ะ ถ้าล้มลงไปตอนนี้ ผมไม่แบกคุณขึ้นหลังส่งโรงพยาบาลนะบอกไว้ก่อน" "แหม มือไวเหมือนกันนะคะเนี่ย กลัวฉันหนีกลับหรือไงถึงต้องจับไว้?" พริมาแซวพร้อมกับก้มมองมือใหญ่ที่กุมข้อศอกเธออยู่ แม้จะพูดจายั่วโมโหแต่ใบหน้าเนียนกลับขึ้นสีระเรื่อจางๆ โดยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนมันไว้ใต้ร่มเงาของผมยาวสลวย อาคเนย์รีบปล่อยมือราวกับโดนของร้อน ใบหน้าคมคายแกล้งทำเป็นมองตรงไปข้างหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความรุ่มร้อนที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู "เปล่าซะหน่อย ผมแค่กลัวคุณเดินสะดุดขาตัวเองแล้วเสียเวลาผมต่างหาก รีบไปได้แล้ว ประตูลิฟต์เปิดพอดี" บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเปลี่ยนไปจากความตึงเครียดเมื่อครู่กลายเป็นความเงียบงันที่เจือความหวานละมุนแปลกประหลาด ทั้งคู่วิ่งวุ่นฝ่าด่านพนักงานต้อนรับจนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องประชุมกระจกใสขนาดใหญ่บนชั้น 35 ภายในห้องนั้น ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบกำลังนั่งรออยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง และทันทีที่ประตูกระจกเลื่อนเปิดออก อาคเนย์กับพริมาก็ก้าวเข้าไปด้วยท่าทีที่เตรียมพร้อมเต็มที่สำหรับการรบ... การเจรจาดำเนินไปอย่างดุเดือด นโยบายการนำเสนอของอาคเนย์เน้นย้ำถึงโครงสร้างทางวิศวกรรมที่แม่นยำและตอบโจทย์การใช้งานจริง ขณะที่พริมาเสริมทัพด้วยมุมมองการตลาดและการสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ของบริษัทผู้สนับสนุนได้อย่างเฉียบคมและน่าประทับใจ ตัวเลขงบประมาณที่เคยดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงทีละน้อย ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มแห่งชัยชนะเริ่มปรากฏบนมุมปากของพริมา ทว่า... ในจังหวะที่เอกสารฉบับสุดท้ายกำลังจะถูกเซ็นอนุมัติ เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาขัดจังหวะ พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ขออภัยที่มารบกวนเวลาอันมีค่าครับท่านผู้อำนวยการ... แต่ผมเกรงว่าข้อมูลเชิงเทคนิคที่ทางชมรมหุ่นยนต์ชุดนี้กำลังนำเสนอ อาจจะมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ถูกมองข้ามไปอย่างจงใจนะครับ" ธันวา คู่แข่งตัวฉกาจยืนกอดอกอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่อาคเนย์และพริมาด้วยแววตาท้าทาย ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่บรรจุข้อผิดพลาดของโปรเจกต์เอาไว้ครบถ้วน อาคเนย์ชะงักกึก มือที่ถือปากกาค้างกลางอากาศ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมเข้มดุดันขึ้นทันตาเห็นเมื่อสบตากับผู้มาเยือนใหม่ ส่วนพริมาถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้ทันทีว่าวิกฤตงบประมาณครั้งนี้ กำลังจะกลายเป็นสงครามประสาทครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความคลั่งรักของยัยปากเก่งกับพ่อหนุ่มวิศوةจอมซึนนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโปรเจกต์กู้โลกฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%