หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 29

ศัตรูร่วมอุดมการณ์

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“เจ้ากล้าดียังไงถึงย่างกรายเข้ามาในตำหนักของข้า ทั้งที่มือของเจ้ายังเปื้อนเลือดของคนในตระกูลที่พยายามจะล้มล้างบัลลังก์ที่เจ้าเคยสาบานว่าจะปกป้อง” หลินหว่านเอ๋อร์เอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะปรายตาจากตำราในมือ นางยังคงจิบชาอุ่นที่เริ่มเย็นชืดช้าๆ ราวกับไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของผู้มาเยือนที่กำลังสั่นสะท้านอยู่เบื้องหน้า “หว่านเอ๋อร์... ช่วยข้าด้วย” เสียงของกุ้ยเฟยเหม่ยหลินแหบพร่าและสั่นเครือ สตรีผู้เคยสูงส่งดุจนางพญาที่ใครต่างเกรงขาม บัดนี้อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองเลอะเทอะไปด้วยคราบดินและหยดเลือดที่มิใช่ของตน ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงกลับซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาที่เคยจ้องจะแว้งกัดหลินหว่านเอ๋อร์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บัดนี้กลับคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง หลินหว่านเอ๋อร์วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้หอมกลิ่นแก่นจันทน์เสียงดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่มันกลับดังก้องไปทั่วความเงียบงันในตำหนัก นางเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรจ้องมองศัตรูคู่อาฆาตด้วยความเวทนาที่ปนเปไปกับความสมเพช “เหตุใดข้าต้องช่วย? ในเมื่อหายนะที่เจ้ากำลังเผชิญ คือผลผลิตที่เจ้าเพียรพยายามปลูกฝังมันมากับมือมิใช่หรือ กุ้ยเฟย” “พวกมันหักหลังข้า!” เหม่ยหลินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมปักลายโบตั๋น มือที่สั่นเทาคว้าชายกระโปรงของหว่านเอ๋อร์ไว้ “ข้าให้ทองคำ พวกมัน... พวกมันสัญญาว่าจะนำทัพเข้ายึดประตูเมืองทางทิศตะวันตก แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับกลายเป็นข้าที่ถูกทิ้งไว้กลางสมรภูมิเพื่อให้รับผิดชอบกับความผิดฐานกบฏเพียงลำพัง หากข้าตาย... เจ้าคิดว่าฮ่องเต้จะปล่อยให้คนที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเจ้าลอยนวลไปได้หรือ!” หว่านเอ๋อร์แค่นหัวเราะในลำคอ นางก้มลงมองสตรีผู้พ่ายแพ้ แววตาของนางมิได้มีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ เพราะสำหรับนาง เหม่ยหลินในตอนนี้ไม่ใช่ศัตรูที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่เป็นเพียงหมากที่เดินพลาดจนหลุดออกจากกระดาน “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่ขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้อย่างนั้นหรือ?” หว่านเอ๋อร์ขยับกายเข้าไปใกล้ กระซิบถ้อยคำที่บาดลึกถึงกระดูก “เจ้าเชื่อใจพวกกบฏที่แม้แต่ชื่อแซ่ยังปกปิด แต่เจ้ากลับไม่เคยเชื่อใจสตรีที่เจ้าพยายามจะฆ่ามาตลอดหลายปี... เหม่ยหลิน เจ้าไม่ได้แพ้เพราะพวกมันหักหลังหรอก แต่เจ้าแพ้เพราะเจ้าไม่เคยรู้จักคำว่า 'มิตรแท้' ในวังวนที่ไร้หัวใจแห่งนี้ต่างหาก” “ข้า... ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หว่านเอ๋อร์” เหม่ยหลินสะอื้นไห้ ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านราวกับใบไม้ต้องลม “ข้ายังมีข้อมูล... ข้อมูลเรื่องการสวรรคตของฝ่าบาทองค์ก่อน และรายชื่อขุนนางที่สนับสนุนกบฏกลุ่มนี้ทั้งหมด หากเจ้าช่วยข้าให้รอดพ้นจากคืนนี้ ข้าจะมอบทุกอย่างให้เจ้า... ให้เจ้าใช้เป็นอาวุธขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงที่สุด” หว่านเอ๋อร์นิ่งไป ครุ่นคิดถึงทางเลือกที่อยู่ตรงหน้า ความแค้นเรื่องมารดาเป็นดั่งเข็มพิษที่ฝังอยู่ในใจนางมานานหลายปี หากข้อมูลของเหม่ยหลินเป็นความจริง นี่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการกวาดล้างตระกูลหลินที่โสมมให้สิ้นซากไปจากแผ่นดินเสียที “เจ้าจะให้ข้าเชื่อใจคนที่เคยพยายามวางยาพิษในสำรับอาหารของข้าได้อย่างไร?” “ในสถานการณ์ที่ความตายอยู่แค่ปลายจมูก สัญญาที่สาบานต่อฟ้าดินไม่มีค่าเท่าความแค้นที่ฝังรากลึกในใจเจ้าหรอก” เหม่ยหลินเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำแฝงด้วยความฉลาดแกมโกงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด “เราสองคนเกลียดชังกัน แต่ในตอนนี้ ศัตรูของเจ้าก็คือศัตรูของข้า... หากเจ้าต้องการบัลลังก์ และข้าต้องการเพียงแค่ลมหายใจ เราก็เป็นพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุดมิใช่หรือ?” หว่านเอ๋อร์มองลึกเข้าไปในดวงตาของสตรีตรงหน้า นางเห็นความปรารถนาในการมีชีวิตรอดที่รุนแรงพอๆ กับความอาฆาตมาดร้าย หว่านเอ๋อร์ยืดตัวขึ้นตรง มองออกไปนอกหน้าต่างที่ความมืดมิดเริ่มปกคลุมพระราชวังหลวง เสียงฝีเท้าของทหารยามที่เร่งรีบดังก้องมาจากไกลๆ บ่งบอกว่าเวลาของพวกนางเหลือน้อยเต็มที “ข้าจะให้เจ้าซ่อนตัวอยู่ในห้องลับใต้ตำหนักนี้” หว่านเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “แต่จำไว้เหม่ยหลิน หากเจ้าคิดตุกติกแม้เพียงครึ่งก้าว ข้าจะส่งหัวของเจ้าไปถวายฝ่าบาทด้วยมือของข้าเอง” เหม่ยหลินก้มศีรษะลงจดพื้นด้วยความจำนน ขณะที่หว่านเอ๋อร์กำลังจะหันไปสั่งการสาวใช้คนสนิท เสียงประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างรุนแรงจนบานประตูไม้แกะสลักกระแทกกับผนังดังสนั่น ฮ่องเต้เฟยหลงก้าวเข้ามาในห้องด้วยอาภรณ์นักรบเต็มยศ ใบหน้าคมสันเคร่งขรึมดูดุดันกว่าทุกครั้ง ในพระหัตถ์ถือกระบี่อาญาสิทธิ์ที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ กลิ่นคาวเลือดโชยแตะจมูกหว่านเอ๋อร์ทันทีที่พระองค์ประทับยืนอยู่เบื้องหน้า “หว่านเอ๋อร์... เจ้าคงไม่ได้กำลังซ่อน 'สวะ' ที่บังอาจริอ่านสั่นคลอนบัลลังก์ของข้าเอาไว้ในตำหนักนี้หรอกนะ” สายพระเนตรคมกริบของฮ่องเต้กวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่มุมมืดหลังฉากกั้นไม้ฉลุที่ซึ่งชายอาภรณ์ของเหม่ยหลินโผล่พ้นออกมาเพียงเล็กน้อย หว่านเอ๋อร์รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก แต่นางกลับฝืนยิ้มเย็นเยียบออกมาได้โดยไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตกอยู่ในวังวนแห่งเล่ห์กลไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%