หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 28

อำนาจที่สั่นคลอน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"เจ้าคิดว่าเก้าอี้มังกรตัวนั้น... มันนั่งสบายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ใต้เท้าหลิว?" คำถามของหลินหว่านเอ๋อร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในตำหนักเย็นที่บัดนี้กลายเป็นห้องประชุมลับ นางนั่งนิ่งอยู่หลังฉากกั้นไม้ฉลุลาย สายตาจับจ้องไปยังขุนนางผู้ใหญ่ที่กำลังสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่ไม่ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ใต้เท้าหลิวเหงื่อซึมตามไรผม เขาไม่กล้าเงยหน้าสบตากับสตรีผู้นี้ ผู้ที่ใครๆ ต่างตราหน้าว่าเป็นเพียงดอกไม้ในวังหลวง แต่ในยามนี้นางกลับถือครองอำนาจที่แม้แต่ขุนนางระดับสูงยังต้องก้มหัวให้ "พระสนม... เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่สตรีควรยุ่งเกี่ยว พ่ะย่ะค่ะ หากฝ่าบาททรงทราบ..." "หากฝ่าบาททรงทราบ ข้าคงหัวขาดไปนานแล้ว แต่ในเมื่อข้ายังนั่งอยู่ตรงนี้ นั่นย่อมหมายความว่าแผนการของพวกท่านมันหละหลวมเสียจนข้าอดเวทนาไม่ได้" หลินหว่านเอ๋อร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เสียงอาภรณ์ผ้าไหมเสียดสีกับพื้นกระดานดังแผ่วเบาทว่าบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของผู้ฟัง "พวกท่านใช้กุ้ยเฟยเหม่ยหลินเป็นหมากเพื่อล้มฮ่องเต้ โดยหวังว่านางจะโน้มน้าวพระทัยให้ยอมยกกองทัพให้พวกท่านควบคุม... ช่างเป็นความคิดที่ไร้เดียงสาเสียจริง" "ท่านหมายความว่าอย่างไร!" ใต้เท้าหลิวเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววอาฆาต "กุ้ยเฟยไม่มีวันทรยศฝ่าบาทหรอกนะ เพราะนางรักในอำนาจยิ่งกว่าชีวิต และอำนาจของนางผูกติดอยู่กับบัลลังก์ของเขา" นางยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา "สิ่งที่พวกท่านไม่รู้ คือนางเป็นคนนำรายชื่อผู้ร่วมก่อกบฏทั้งหมดมาให้ข้าด้วยตัวเอง... แลกกับการที่ข้าจะไว้ชีวิตครอบครัวของนางในชายแดน" ท่ามกลางความตึงเครียด กุ้ยเฟยเหม่ยหลินก้าวออกมาจากมุมมืดของตำหนัก ใบหน้าที่เคยงดงามหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือด นางกำพัดในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาที่เคยเป็นศัตรูคู่ปรับบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อชะตากรรมที่หลินหว่านเอ๋อร์ขีดเส้นไว้ "เจ้า... เจ้าหลอกข้า" เหม่ยหลินเค้นเสียงลอดไรฟัน "ข้าแค่เสนอทางเลือกที่สมเหตุสมผลให้เจ้า" หว่านเอ๋อร์เดินเข้าไปใกล้พลางโน้มตัวลงกระซิบข้างหู "อำนาจที่สั่นคลอนไม่ได้เกิดจากฝ่าบาทหรอกนะ แต่มันเกิดจากความโลภของพวกท่านที่ไม่มีวันสิ้นสุดต่างหาก" ในขณะที่สถานการณ์กำลังบีบคั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของมหาดเล็กนับสิบคนก็ดังระงมขึ้นภายนอกตำหนัก ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ฮ่องเต้เฟยหลงก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ในมือของเขาถือม้วนคัมภีร์สีเหลืองทองที่ดูคุ้นตา "ดูเหมือนว่าการเจรจาในวันนี้ จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะด้วยนะ" ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงด้วยไอสังหารที่ทำเอาขุนนางที่ร่วมวางแผนถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น "ฝ่าบาท..." ใต้เท้าหลิวตัวสั่นระริก "กระหม่อมเพียงแค่..." "เพียงแค่คิดจะกบฏต่อแผ่นดินโดยใช้สตรีในวังหลังเป็นเครื่องมือ?" ฮ่องเต้เดินตรงมาหยุดข้างกายหลินหว่านเอ๋อร์ ก่อนจะใช้มือหนาวางบนบ่าของนางเบาๆ สายตาที่เขามองนางไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและน่าหวาดหวั่นกว่านั้น "หว่านเอ๋อร์..." เขาเรียกชื่อนางแผ่วเบา "เจ้าวางแผนมานานเพียงใดที่จะดึงตัวนางกุ้ยเฟยมาเป็นสายให้เจ้า โดยไม่ให้ข้ารู้ตัว?" หว่านเอ๋อร์ไม่ตอบ นางเพียงแต่ก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ในขณะที่ความเงียบเข้าปกคลุม ทุกคนในห้องก็ต้องตะลึงงันเมื่อทหารองครักษ์หลวงที่ตามหลังฮ่องเต้มา กลับชักกระบี่ออกมาจ่อที่คอของฮ่องเต้เฟยหลงโดยพร้อมเพรียงกัน! นี่ไม่ใช่การกบฏของขุนนาง... แต่มันคือการเปลี่ยนตัวผู้คุมอำนาจที่หลินหว่านเอ๋อร์ซุ่มเงียบวางหมากเอาไว้ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าวัง! "ฝ่าบาทเพคะ" หว่านเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้เป็นที่รักด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับน้ำแข็ง "อำนาจที่สั่นคลอนน่ะ... ไม่ใช่ของข้า แต่เป็นของท่านต่างหาก" กุ้ยเฟยเหม่ยหลินหัวเราะร่าออกมากลางตำหนักที่เต็มไปด้วยความตาย ในขณะที่ฮ่องเต้เฟยหลงเผยรอยยิ้มที่ทำให้คนทั้งห้องต้องหนาวสั่น เขาก้าวไปข้างหน้าจนคมกระบี่บาดเข้าที่ลำคอจนเลือดไหลซึม แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน "เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้ากำลังทำอะไรอยู่, หว่านเอ๋อร์?" ฮ่องเต้กระซิบ "แต่เจ้าลืมไปหนึ่งอย่าง... ในวันที่เจ้ากำลังจดจ่ออยู่กับการวางแผนล้มข้า คนที่เจ้าส่งไปกำจัดตระกูลหลินคนสุดท้าย... ก็คือคนที่ข้าเลี้ยงดูมาเองกับมือ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตกอยู่ในวังวนแห่งเล่ห์กลไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%