"หากฝ่าบาททรงมีพระราชวินิจฉัยเช่นนั้น กองเสบียงทางเหนือย่อมถึงทางตันภายในเจ็ดวัน หม่อมฉันเพียงแค่ทูลเสนอในสิ่งที่ควรจะเป็น ไม่ได้หมายจะก้าวก่ายอำนาจการปกครองของพระองค์เลยแม้แต่น้อยเพคะ"
สุ้มเสียงของหลินหว่านเอ๋อร์ราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ขณะที่ปลายนิ้วเรียวงามกำลังตวัดพู่กันลงบนกระดาษสาผืนบางเบา นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ดำรงตำแหน่งโอรสแห่งสวรรค์ที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหลังแม้แต่น้อย บนโต๊ะทรงพระอักษรของฮ่องเต้เฟยหลง บัดนี้เต็มไปด้วยแผนผังการเดินเรือและการคำนวณตัวเลขทางบัญชีที่ซับซ้อนเกินกว่าที่สนมคนใดจะกล้าแตะต้อง
เฟยหลงหรี่ตาลง แสงเทียนวูบไหวสะท้อนนัยน์ตาคมกริบของเขา เขาขยับกายเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ จากกายหญิงสาว คล้ายดอกท้อที่ต้องน้ำค้าง "เจ้ากำลังบอกข้าว่า ขุนนางระดับสูงในกรมคลังรวมหัวกันฉ้อฉลภาษีเรือสำเภาอย่างนั้นหรือ? หลักฐานเลื่อนลอยเพียงเท่านี้ เจ้าคิดว่าข้าจะกล้าสั่งประหารใครได้ลงคอ?"
หว่านเอ๋อร์วางพู่กันลงช้าๆ นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม "หลักฐานชิ้นนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อประหารคนเพคะ แต่มีไว้เพื่อ 'บีบ' ให้พวกมันคายทรัพย์สินคืนแผ่นดิน หากพระองค์นำผังนี้ไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของใต้เท้าจางในเช้าวันพรุ่งนี้ โดยที่ไม่ต้องตรัสสิ่งใด... เชื่อเถอะว่า ก่อนตะวันตกดิน เงินเหล่านั้นจะไหลเข้าสู่ท้องพระคลังจนครบถ้วน"
"เจ้าช่าง... ร้ายกาจนัก" เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาเชยคางนางขึ้นเบาๆ สัมผัสถึงความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "นี่คือเหตุผลที่เจ้าไม่ยอมปรากฏตัวในงานเลี้ยงกุ้ยเฟยใช่หรือไม่? ทั้งที่เจ้ามีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะไปตบหน้าพวกมันด้วยบรรดาศักดิ์ แต่เจ้ากลับเลือกจะนั่งขลุกอยู่ในห้องลับนี้ เพื่อจัดการเรื่องที่ไม่มีใครเห็นหัวเจ้า"
หว่านเอ๋อร์ปัดมือเขาออกอย่างนุ่มนวล แต่หนักแน่นในที "ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือชัยชนะที่ศัตรูไม่รู้ตัวว่าถูกกำจัดไปตั้งแต่เมื่อใด หม่อมฉันไม่ต้องการตำแหน่งงานราชการที่หอมหวาน แต่ต้องการความมั่นคงในแผ่นดินที่มารดาของหม่อมฉันต้องสูญเสียไป... ฝ่าบาทเพคะ ทรงโปรดหยิบกระดาษแผ่นที่สองขึ้นมาดูเถิด"
เฟยหลงคิ้วขมวด เขาหยิบแผนที่เขตมณฑลทางตะวันตกขึ้นมา บนนั้นมีรอยหมึกแดงล้อมรอบจุดยุทธศาสตร์สำคัญสามแห่งที่กำลังเกิดวิกฤตความแห้งแล้ง หญิงสาวไม่ได้เพียงแต่ชี้ปัญหา แต่นางยังร่างแผนการขุดคลองลัดเพื่อผันน้ำจากแม่น้ำสายหลัก ซึ่งเป็นวิธีที่ประหยัดงบประมาณและแรงงานคนได้อย่างอัศจรรย์
เขามองดูแผนการนั้นด้วยความทึ่ง ความฉลาดล้ำลึกของนางเกินกว่าที่บุรุษขุนนางผู้เฒ่าในสภาจะทำได้ นางไม่ใช่แค่สนม นางคือนักกลยุทธ์ที่เกิดมาเพื่อบัลลังก์นี้ แต่ทว่า...
"หากเรื่องนี้รั่วไหลไปถึงหูกุ้ยเฟยเหม่ยหลิน เจ้าคิดหรือว่านางจะนิ่งเฉย?" เฟยหลงถามเสียงต่ำ "นางมองเจ้าเป็นหนามยอกอก การที่เจ้าแอบทำหน้าที่แทนที่นางในฐานะผู้ดูแลวังหลังย่อมทำให้เจ้ากลายเป็นเป้าหมายที่นางต้องกำจัดทิ้งให้เร็วที่สุด"
หว่านเอ๋อร์เดินไปที่หน้าต่าง มองดูเงาตะคุ่มของเหล่าทหารองครักษ์ที่เฝ้าอยู่ภายนอก นางรู้ดีว่าทุกย่างก้าวของนางถูกจับตาโดยสายลับของเหม่ยหลิน แต่สิ่งที่นางทำมาตลอดนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วังหลวง คือการสร้าง 'ตัวตนที่สอง' ขึ้นมาหลอกล่อศัตรู นางให้คนสนิทแต่งกายเลียนแบบเดินไปทั่ววัง สร้างข่าวลือที่ผิดพลาด และทิ้งเบาะแสลวงไว้เสมอ
"นางจะไม่มีวันรู้เพคะ ว่างานที่นางต้องรับผิดชอบแล้วเกิดความผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วนนั้น แท้จริงแล้วถูกหม่อมฉัน 'แก้' ให้เงียบๆ ไปตั้งกี่ครั้ง" หว่านเอ๋อร์กล่าวเสียงนิ่ง "ปล่อยให้กุ้ยเฟยหลงระเริงกับอำนาจจอมปลอมต่อไปเถิด เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม... หม่อมฉันจะทำให้นางล้มลงโดยที่ไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย"
"แล้วเจ้าเล่า? หากข้าเป็นฝ่ายถูกกดดันจากเหล่าขุนนางจนต้องทิ้งเจ้าไว้กลางทางเพื่อรักษาบัลลังก์ เจ้าจะยังยืนหยัดอยู่ข้างข้าเช่นนี้หรือ?" คำถามของเฟยหลงแฝงความหยั่งเชิงอย่างร้ายกาจ
หว่านเอ๋อร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในบทสนทนานี้ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของฮ่องเต้หนุ่มต้องสั่นไหว นางก้าวเข้าไปใกล้จนลมหายใจรดกัน "หากวันนั้นมาถึง ฝ่าบาทจะทรงพบว่าหม่อมฉันไม่ได้เป็นเพียงดอกไม้ในแจกันที่รอวันเหี่ยวเฉา แต่หม่อมฉันคือคมมีดที่เตรียมไว้เชือดเฉือนผู้ที่ทรยศต่อความภักดีของหม่อมฉัน... แม้แต่พระองค์เอง"
ขณะที่บรรยากาศในห้องเงียบลงจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นจังหวะไม่เท่ากัน ประตูไม้แกะสลักหน้าห้องลับก็ถูกเคาะอย่างแรงสามครั้งด้วยจังหวะที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณลับว่ามีคนกำลังบุกเข้ามา
"ฝ่าบาท! กุ้ยเฟยนำกองกำลังราชองครักษ์ล้อมตำหนักนี้ไว้แล้ว นางอ้างว่าได้รับรายงานว่ามีไส้ศึกซ่อนตัวอยู่ในห้องลับของพระองค์เพคะ!" เสียงขันทีน้อยตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกจากหลังบานประตู
เฟยหลงชักกระบี่ข้างกายออกมาทันที แต่หว่านเอ๋อร์กลับคว้ามือเขาไว้ นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว กลับกัน... ในดวงตาของนางกลับมีความตื่นเต้นอย่างประหลาด นางหยิบพัดขนนกขึ้นมาเปิดออกเผยให้เห็นตราประทับลับที่แอบคัดลอกมาจากห้องทรงอักษรของกุ้ยเฟยเมื่อวานนี้
"อย่าเพิ่งออกไปเพคะ หากหม่อมฉันจะเล่นละครบทนี้ให้จบ ก็ต้องทำให้นางเข้าประตูนี้มาด้วยตัวเอง... ในฐานะผู้บุกรุกที่ไร้ความชอบธรรม" นางกระซิบพร้อมรอยยิ้มที่เย็นเยียบที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตกอยู่ในวังวนแห่งเล่ห์กลไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 27
ช่วยเหลือโดยไร้ตัวตน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!