“ฝ่าบาท... พระองค์ทรงเชื่อใจหม่อมฉันตั้งแต่เมื่อใดหรือเพคะ?”
เสียงของหลินหว่านเอ๋อร์ราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแววตากลับเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ครองแผ่นดินที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ทว่าสายตาจดจ้องเพียงถ้วยชาที่ก้นถ้วยมีคราบตะกอนของใบชาลอยคว้าง ราวกับชีวิตของนางในวังหลวงแห่งนี้ที่ถูกพัดพาไปตามกระแสธารแห่งอำนาจอย่างไร้จุดหมาย
ฮ่องเต้เฟยหลงชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวข้ามธรณีประตู มือหนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อยาวกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ความเงียบงันในตำหนักหย่งเหอหนาหนักจนแทบจะกลายเป็นก้อนหินที่บดทับหัวใจของทั้งสอง
“เจ้าถามประโยคนี้ ในวันที่เจ้าวางแผนลอบนำหลักฐานเรื่องตระกูลหลินไปไว้ในมือของเหม่ยหลินงั้นหรือ?” สุรเสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าด้วยแรงโทสะที่พยายามสะกดไว้ “หรือเจ้าถามเพื่อที่จะตอกย้ำว่า... ข้าไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเลย?”
หลินหว่านเอ๋อร์แค่นยิ้มที่มุมปาก ท่าทีของนางช่างดูสูงส่งและเย่อหยิ่ง นางค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ ร่างบางในชุดผ้าไหมสีม่วงเข้มดูตัดกับความมืดมิดของยามค่ำคืน นางเดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวที่เขาเคยหลงใหลบัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายของความระแวงที่บาดลึก
“หม่อมฉันไม่ได้ลอบวางแผนเพคะ ฝ่าบาท... หม่อมฉันเพียงแค่ ‘ทดสอบ’ ว่าในวันที่หม่อมฉันพ่ายแพ้ พระองค์จะทรงปกป้องหัวใจของหม่อมฉัน หรือจะใช้ดาบเล่มเดียวกันนั้น... ปลิดชีพหม่อมฉันเพื่อรักษาความสงบสุขของบัลลังก์” นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขา “และคำตอบที่หม่อมฉันได้รับ ก็ชัดเจนเกินกว่าจะประสานรอยร้าวในใจได้อีกแล้ว”
เฟยหลงก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว เขารู้สึกเหมือนถูกสายตาคู่นั้นกรีดลึกไปถึงกระดูกดำ เขาไม่ได้ต้องการให้เรื่องราวลงเอยเช่นนี้ แต่การเป็นฮ่องเต้ที่ถูกล้อมรอบด้วยเหล่าขุนนางที่คอยแทงข้างหลัง ทำให้ความไว้วางใจกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่เขาไม่มีวันจับจ่ายได้ แม้กระทั่งกับสตรีที่เขารักที่สุด
“เจ้าเปลี่ยนไปแล้ว หว่านเอ๋อร์” เขาพึมพำ “เจ้ากลายเป็นคนหวาดระแวง ไม่ต่างจากคนในวังหลวงที่เจ้าเคยรังเกียจ”
“ใครกันแน่ที่ทำให้หม่อมฉันเป็นเช่นนี้?” หลินหว่านเอ๋อร์สวนกลับทันควัน เสียงของนางสั่นเครือแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยว “ความตายของมารดาหม่อมฉันยังไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วพระองค์ยังจะให้หม่อมฉันเชื่อใจใครได้อีก นอกจากความมืดมิดในใจของตนเอง?”
ภายในห้องโถงกว้าง อากาศเริ่มเบาบางลง ความกดดันบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ กุ้ยเฟยเหม่ยหลินที่แอบฟังอยู่หลังม่านบังตาถึงกับเผยรอยยิ้มอาบยาพิษ นางรอคอยเวลานี้มานาน... เวลาที่หงส์กับมังกรหันคมเขี้ยวเข้าหากันเอง
“หากเจ้าเลือกจะสงสัยข้าจนถึงเพียงนี้ ก็ย่อมได้” ฮ่องเต้เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลงกว่าเดิม “นับจากนี้ ตำหนักหย่งเหอจะเป็นเขตหวงห้าม เจ้าไม่ต้องออกไปพบใคร และข้า... ก็จะไม่มาที่นี่จนกว่าเจ้าจะเข้าใจว่า ‘หน้าที่’ ของนางในกษัตริย์คือสิ่งใด”
เขาหมุนกายจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว หลินหว่านเอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก น้ำตาที่ไม่เคยไหลรินต่อหน้าใครกลับค่อยๆ ร่วงหล่นลงบนฝ่ามือที่เย็นเฉียบ นางรู้ดีว่านี่คือจุดแตกหักที่ไม่มีวันย้อนกลับ
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจมดิ่งอยู่กับความร้าวราน เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นไม้ฉลุลวดลายมังกรพยศ เป็นกงกงคนสนิทที่นางเคยไว้วางใจที่สุด เขาไม่ได้ก้มหน้าเคารพดังเช่นทุกครั้ง แต่กลับยืนตัวตรงพร้อมรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุก
“พระสนม... พระองค์ยังไม่รู้อีกหรือว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงต้องทำเช่นนี้?” กงกงผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหลมเล็กที่ผิดปกติ “จดหมายที่พระองค์ฝากไว้กับข้าให้ส่งถึงตระกูลหลิน... มันไม่เคยออกจากวังหลวงแม้แต่ฉบับเดียว เพราะข้าเป็นคนเอาไปถวายให้กุ้ยเฟยด้วยมือของข้าเอง”
หลินหว่านเอ๋อร์เบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง นางรีบลุกขึ้นถอยหลังจนสะดุดชายกระโปรง ล้มลงไปกองกับพื้นในขณะที่มือของกงกงผู้นั้นเริ่มควักบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ... มันคือมีดสั้นเล่มเดียวกับที่ท่านพ่อของนางเคยใช้สังหารศัตรูในสงคราม!
“นี่คือของขวัญจากใต้ฝ่าเท้ากุ้ยเฟย... พระองค์ทรงรับไว้เถิดนะพะยะค่ะ ก่อนที่จะได้พบกับความจริงว่า ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการตายของมารดาพระองค์จริงๆ”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตกอยู่ในวังวนแห่งเล่ห์กลไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 25
รอยร้าวที่ยากประสาน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!