“เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าตราประทับนี้มิใช่ของปลอมที่คนภายนอกทำเลียนแบบขึ้นมาเพื่อล่อลวงเรา?”
เสียงของหลินหว่านเอ๋อร์ราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านอยู่ในความเงียบงันของห้องลับใต้ดิน แสงเทียนวูบไหวสะท้อนดวงตาที่วาวโรจน์ดุจกระบี่คมกริบของนาง นางไม่ได้มองหน้าชายปริศนาผู้นั้นอีก แต่จ้องเขม็งไปยังตราประทับหยกสีเลือดที่วางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์หอม
ชายผู้นั้นขยับกายเล็กน้อย ชุดสีเทาเข้มของเขาดูเลือนหายไปกับความมืด “ตระกูลหลินในยามนี้ไม่มีผู้ใดกล้าปลอมแปลงตราประทับชิ้นนี้หรอกนะแม่นาง เพราะหากมันปรากฏขึ้น นั่นหมายถึงความล่มสลายที่พวกเขากำลังเผชิญ... ท่านพี่ชายของท่านกำลังขัดแย้งกับเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลอย่างหนัก เรื่องการครอบครองสมบัติที่ควรจะถูกฝังไปพร้อมกับมารดาของท่าน”
หลินหว่านเอ๋อร์แค่นยิ้มที่มุมปาก “คนตายไปแล้ว แต่มรดกยังคงเป็นที่ต้องการของพวกเหลือบไรที่เรียกตัวเองว่าญาติ น่ารังเกียจสิ้นดี”
นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา ถือพู่กันจุ่มหมึกดำสนิท มือที่เคยสั่นไหวด้วยความโกรธแค้นกลับนิ่งสนิทราวกับหินผา นางเริ่มจรดปลายพู่กันเขียนถ้อยคำที่เปรียบเสมือนยาพิษอาบน้ำผึ้ง—จดหมายลับที่นางจะส่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิน เนื้อความในนั้นมิใช่คำขู่ แต่เป็นหลักฐานเท็จที่นางรังสรรค์ขึ้นเพื่อทำให้คนในตระกูลเกิดความระแวงสงสัยกันเอง นางรู้ดีว่าตระกูลหลินนั้นเต็มไปด้วยหนอนบ่อนไส้ที่จ้องจะกัดกินกันอยู่แล้ว สิ่งที่นางต้องทำมีเพียงแค่การ 'จุดชนวน' ให้ระเบิดลูกใหญ่นี้ทำงานเท่านั้น
เช้าวันต่อมา ภายในตำหนักของกุ้ยเฟยเหม่ยหลิน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานราคาแพงที่อบจนน่าเวียนหัว กุ้ยเฟยเหม่ยหลินกำลังนั่งประทับอยู่บนเก้าอี้หวาย สายตามองดูสาวใช้ที่กำลังนวดประคบเท้าให้อย่างใจเย็น ทว่าคิ้วเรียวสวยนั้นกลับขมวดมุ่นเมื่อได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากคนสนิท
“บอกว่าตระกูลหลินกำลังระส่ำระสายรึ?” นางเอ่ยขึ้น เสียงหวานใสนั้นแฝงไปด้วยความเยือกเย็น “เรื่องสมบัติที่ควรจะจบไปแล้ว กลับมีคนปล่อยข่าวว่าพี่ชายของหลินหว่านเอ๋อร์แอบยักยอกไปส่วนหนึ่ง และที่สำคัญ... มีคนพบเห็นหว่านเอ๋อร์ลอบเข้าพบฮ่องเต้ในยามวิกาลพร้อมตราประจำตระกูลชิ้นนั้น”
เหม่ยหลินหัวเราะแผ่วเบา เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น “เด็กน้อยผู้นี้ช่างกล้าเล่นกับไฟ หากข้าทำให้ตระกูลหลินเชื่อว่าหว่านเอ๋อร์เป็นคนนำความลับของตระกูลไปถวายให้ฮ่องเต้เพื่อแลกกับความดีความชอบ... พี่ชายของนางย่อมไม่อยู่เฉยแน่”
แผนการซ้อนแผนเริ่มดำเนินไป หลินหว่านเอ๋อร์ที่ซุ่มดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ รับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวในวังหลวง นางไม่ได้ตื่นตระหนก ตรงกันข้าม นางกลับวางแผนที่จะส่ง 'ของขวัญ' ชิ้นต่อไปให้กุ้ยเฟยเหม่ยหลินได้รับรู้รสชาติของการถูกไล่ต้อนจนมุม
ในค่ำคืนที่จันทร์เสี้ยวถูกเมฆบดบัง หลินหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่ริมระเบียงที่มองลงไปเห็นสวนหลวงเบื้องล่าง เงาร่างสูงใหญ่ของชายผู้หนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายนาง เขาคือฮ่องเต้เฟยหลง ผู้ซึ่งมักจะปรากฏตัวในที่ที่ไม่มีใครคาดคิดเสมอ
“เจ้าทำเช่นนี้ ตระกูลหลินย่อมต้องพินาศ” เฟยหลงเอ่ยเสียงทุ้มลึก สายตามองตรงไปยังทิศทางของจวนตระกูลหลิน “เจ้าไม่เสียใจเลยหรือที่ต้องทำลายรากเหง้าของตนเอง?”
หลินหว่านเอ๋อร์หันไปสบตาเขา ดวงตาของนางว่างเปล่าไร้ความรู้สึก “ฝ่าบาท รากเหง้าที่เน่าเฟะจนกัดกินชีวิตของมารดาข้าไป... ข้าเพียงแค่ถอนมันทิ้งเพื่อให้ต้นไม้ต้นใหม่ได้เติบโตเท่านั้นเพคะ”
ฮ่องเต้เฟยหลงขยับกายเข้ามาใกล้จนนางสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผงอกของเขา มือหนาเอื้อมมาจับปลายคางของนางบังคับให้มองสบตา “เจ้าไม่ได้ทำเพื่อต้นไม้ต้นใหม่ แต่เจ้าทำเพื่อจะก้าวขึ้นไปยืนบนจุดที่สูงที่สุดเพื่อให้ทุกคนที่เคยดูแคลนเจ้าต้องสยบลงแทบเท้า... ข้าพูดถูกหรือไม่?”
หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ตอบ นางเพียงแต่ยกยิ้มที่ทำให้หัวใจของฮ่องเต้กระตุกวูบ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ดังขึ้นหน้าตำหนัก พร้อมกับเสียงรายงานที่ทำให้นางต้องชะงัก
“ทูลฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่ที่จวนตระกูลหลินพ่ะย่ะค่ะ! พี่ชายของสนมหลินถูกลอบสังหารภายในจวน และหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ... คือปิ่นปักผมหยกของสนมหลินหว่านเอ๋อร์พ่ะย่ะค่ะ!”
หลินหว่านเอ๋อร์เบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง นางหันไปมองฮ่องเต้ที่บัดนี้ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและแฝงด้วยความสงสัยอย่างปิดไม่มิด
นี่ไม่ใช่แผนของนาง... มีคนอื่นที่ก้าวเดินเร็วกว่านางหนึ่งก้าวเสมอ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวสุดเข้มข้นนี้ไปกับ "ไป๋เหลียนฮวา" นะคะ
หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 10
รอยร้าวในจวน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!