"หากฝ่าบาททรงมองข้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานที่พระองค์เสกสรรปั้นแต่งขึ้นมา เช่นนั้นเหตุใดหัตถ์ที่กำลังกุมมือข้าอยู่ตอนนี้ ถึงได้สั่นเทาเล่าเพคะ?"
หลินหว่านเอ๋อร์เอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออกในตำหนักบรรทม นางไม่หลบสายตาคมกริบของบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดินที่เพิ่งจะกระชากหน้ากากแห่งความเมตตาของเขาออกไปจนหมดสิ้น ฮ่องเต้เฟยหลงชะงักไปชั่วครู่ แววตาว่างเปล่าดั่งทะเลลึกนั้นวูบไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม
"เจ้าช่างกล้านัก... หว่านเอ๋อร์" เขาปล่อยมือจากนางพลางแค่นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "ความกล้าที่นำไปสู่ความตายได้ง่ายดายที่สุด"
เขาสะบัดชายเสื้อคลุมมังกรเดินห่างออกไป ทิ้งให้นางยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่รายล้อมด้วยแผนร้ายของเหล่าสนมในวังหลัง ทันใดนั้น กุ้ยเฟยเหม่ยหลินก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับสาวใช้ที่ถือถาดชาหยกสีเข้ม กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในฤดูหนาวโชยมาแตะจมูก แต่นางกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นเหม็นเขียวประหลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหอมนั้น
"สนมหลิน เหตุใดจึงทำหน้าตาตื่นตระหนกเช่นนั้นเล่า?" เหม่ยหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานทว่าแฝงคมมีด "ข้าเพิ่งไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทมา พระองค์ทรงพระราชทานชาหลงจิ่งชั้นเลิศให้เจ้าเป็นการปลอบขวัญที่เจ้าทำหน้าที่ 'หมาก' ได้ดีเยี่ยม... ข้าจึงอาสาถือมาให้ด้วยตนเอง"
หลินหว่านเอ๋อร์กวาดสายตามองถ้วยชาในมือศัตรู ก่อนจะขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก หัวใจของนางเต้นรัวดั่งกลองศึก แต่ทว่าภายนอกกลับนิ่งสงบดุจผิวน้ำยามไร้ลม
"ขอบพระทัยกุ้ยเฟยที่เมตตาเพคะ แต่ข้าเกรงว่าวันนี้ร่างกายข้าจะไม่ค่อยสู้ดีนัก คงมิอาจรับน้ำพระทัยนี้ได้"
"เจ้าจะปฏิเสธน้ำพระทัยของฝ่าบาทเชียวหรือ?" เหม่ยหลินก้าวเข้ามาประชิด สายตาจ้องเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปในดวงจิตของนาง "หรือว่าเจ้าเริ่มรู้ตัวแล้วว่า ที่นี่ไม่มีที่ว่างให้สำหรับคนทรยศ?"
ความกดดันบีบคั้นจนหว่านเอ๋อร์แทบสำลักอากาศ นางเหลือบมองเข็มเงินที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ... หากจะสู้ต้องสู้ในถิ่นของศัตรู นางยกถ้วยชาขึ้นช้าๆ ทว่าในจังหวะที่นิ้วเรียวแตะขอบถ้วย นางแสร้งทำเป็นมือสั่นด้วยความซาบซึ้งจนถ้วยชาเอียงวูบ น้ำชาร้อนๆ หกเลอะลงบนชุดแพรของกุ้ยเฟยเหม่ยหลินจนนางกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
"เจ้าคนชั้นต่ำ! ทำอะไรของเจ้า!" เหม่ยหลินถอยกรูดด้วยความโมโห
หว่านเอ๋อร์ไม่รอช้า นางใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังชุลมุน หยิบจอกชาอีกใบที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ มาสลับที่ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ก่อนจะคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้น
"หม่อมฉันสมควรตายเพคะ! แต่กุ้ยเฟยโปรดระวังเถิด น้ำชาร้อนลวกท่านแล้ว ให้หม่อมฉันช่วยเช็ดเถิดเพคะ"
ขณะที่เหม่ยหลินกำลังวุ่นวายกับการปัดเช็ดชุดของตน หว่านเอ๋อร์แอบหยิบน้ำชาในถ้วยที่นางสลับมาเทลงในกระถางต้นไม้นอกหน้าต่างทันที เพียงไม่กี่อึดใจ ใบไม้สีเขียวสดในกระถางก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำและเหี่ยวเฉาลงราวกับถูกไฟเผา
เหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นมา สายตาเต็มไปด้วยความอาฆาต "คราวนี้เจ้าโชคดี แต่จำไว้เถิดหลินหว่านเอ๋อร์ ในวังนี้ ความตายมักมาเยือนในรูปแบบที่เจ้าคาดไม่ถึงเสมอ"
เมื่อนางลับสายตาไป หว่านเอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความอ่อนแรง เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มแผ่นหลัง นางเข้าใจแล้วว่านี่ไม่ใช่แค่สงครามความรัก แต่มันคือสงครามเอาชีวิตที่นางต้องเดินหมากด้วยเลือด
ทว่าในตอนที่นางกำลังจะเป่าตะเกียงเพื่อพักผ่อน ประตูก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทก้าวเข้ามาแทนที่ฮ่องเต้เฟยหลงคนเดิม กลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้นี้รุนแรงกว่าเหม่ยหลินหลายเท่าตัว เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านางพร้อมกับวางจดหมายลับฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะ
"ในเมื่อฝ่าบาทมองเจ้าเป็นหมาก... ทำไมเจ้าไม่ลองร่วมมือกับคนที่คิดจะโค่นบัลลังก์พระองค์ดูเล่า?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ หลินหว่านเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองชายปริศนาผู้นี้ ก่อนจะพบว่าตราประทับบนจดหมายนั้น... คือตราประจำตัวของตระกูลหลินที่ควรจะสูญสิ้นไปนานแล้ว!
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าเรื่องราวจะเข้มข้นจนท่านผู้อ่านวางไม่ลงนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับหว่านเอ๋อร์ค่ะ
หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 9
ยาพิษในถ้วยชา
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!