ปลายมีดสั้นเล่มคมกริบจ่ออยู่ที่คอหอยของข้าจนรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ซึมลึกผ่านผิวหนัง หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย สายตาเรียบเฉยของนางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของฮ่องเต้เฟยหลง ราวกับจะค้นหาคำตอบสุดท้ายท่ามกลางเสียงอึกทึกของฝีเท้าทหารที่วิ่งพล่านอยู่ภายนอกตำหนัก
"เลือกเอาเถิดหว่านเอ๋อร์" ฮ่องเต้เฟยหลงกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจของเขารดรินอยู่ข้างหูข้า "จะแทงตัวตายก่อนที่ศัตรูของเจ้าจะมาถึง หรือจะยอมเป็นหมากตัวสำคัญในแผนการเลือดของข้า... แล้วดูว่าใครกันแน่ที่จะรอดไปถึงรุ่งสาง"
"ฝ่าบาททรงเล่นเกมที่เดิมพันด้วยชีวิตผู้อื่นมามากเกินไปแล้วนะเพคะ" หว่านเอ๋อร์ยิ้มมุมปาก มือเรียวบางเอื้อมไปจับคมมีดอย่างไม่กลัวตาย เลือดสีแดงสดซึมออกมาแต้มปลายนิ้วนาง "ในเมื่อทางเลือกของหม่อมฉันคือความตายทั้งสองทาง เช่นนั้นขอให้หม่อมฉันได้เลือก 'วิธี' ที่จะตายโดยไม่ทำให้พระองค์ผิดหวังเถิด"
ทันใดนั้น เสียงพังประตูไม้โอ๊คหนาดังสนั่นหวั่นไหว กุ้ยเฟยเหม่ยหลินก้าวเข้ามาพร้อมกับทหารองครักษ์ชุดดำนับสิบ ใบหน้าสวยสง่าบัดนี้อาบไปด้วยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะที่บิดเบี้ยว นางไม่ได้ดูตกใจกับการเผชิญหน้า แต่กลับหัวเราะร่าราวกับคนเสียสติ
"ช่างเป็นภาพที่น่ารื่นรมย์เสียจริง" เหม่ยหลินเอ่ยพลางกรีดนิ้วเรียวผ่านอากาศ "ฝ่าบาททรงมีเวลาพลอดรักในวาระสุดท้าย ก่อนที่บัลลังก์นี้จะกลายเป็นสุสานของคนทั้งคู่"
เฟยหลงเบี่ยงตัวหลบไปทางเงามืดอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ ทิ้งให้หว่านเอ๋อร์เผชิญหน้ากับกลุ่มกบฏเพียงลำพัง ทว่าไม่มีความตื่นตระหนกในดวงตาของนาง หว่านเอ๋อร์ขยับตัวเปลี่ยนท่าทางเล็กน้อย มือที่เปื้อนเลือดแอบแตะลงบนกลไกใต้โต๊ะทรงอักษรที่นางวางแผนไว้ตั้งแต่เมื่อวาน
"กุ้ยเฟย ท่านมั่นใจหรือว่ากองกำลังที่ท่านรวบรวมมา... เป็นของท่านโดยแท้จริง?" หว่านเอ๋อร์ถามพลางขยับถอยหลังไปช้าๆ
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร!" เหม่ยหลินชะงัก สีหน้าเปลี่ยนจากเยาะเย้ยเป็นระแวง
"อา... ก็หมายความว่า หมากที่ท่านคิดว่าควบคุมได้ อาจจะถูกเปลี่ยนสีไปตั้งแต่ท่านก้าวเท้าเข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นในแล้ว" หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ขณะที่ความวุ่นวายภายนอกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงโห่ร้องที่ผิดแปลกไป
ทันใดนั้นเอง แสงไฟจากคบเพลิงหน้าตำหนักก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่ว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอากาศ เสียงดาบปะทะกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งวังหลัง ฮ่องเต้เฟยหลงหายสาบสูญไปในเงามืดอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้กุ้ยเฟยเหม่ยหลินยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางกลุ่มกบฏของตนเองที่เริ่มหันคมดาบเข้าหากันเอง
หว่านเอ๋อร์อาศัยจังหวะชุลมุนถอยร่นเข้าไปในเส้นทางลับใต้ดินที่นางแอบขุดไว้ แสงจากคบเพลิงในอุโมงค์สลัวลางเผยให้เห็นร่างของชายผู้หนึ่งที่กำลังรอคอยอยู่ตรงหน้า แต่มิใช่เฟยหลง... หากแต่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งตระกูลหลินที่นางคิดว่าตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อน
"ข้าบอกท่านแล้ว... ว่าข้าจะกลับมาทวงคืนทุกอย่าง" ชายผู้นั้นกล่าวพร้อมกับยื่นมือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นมาให้หว่านเอ๋อร์
หัวใจของหว่านเอ๋อร์เต้นระรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความจริงที่เพิ่งกระจ่าง... แผนการของเฟยหลงที่เขาว่าคือ 'หมากตัวสำคัญ' แท้จริงแล้วไม่ได้รวมถึงการรักษาบัลลังก์ แต่เป็นการชำระล้างตระกูลหลินด้วยเลือดของเขาเอง และตอนนี้ นางคือคนเดียวที่กุมชะตากรรมของแผ่นดินที่กำลังจะล่มสลายในชั่วข้ามคืน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งดังมาจากปลายทางอุโมงค์อีกด้าน แสงคบเพลิงสว่างจ้าขึ้นเผยให้เห็นกองทัพปริศนาที่สวมหน้ากากเหล็ก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคนที่สวมชุดมังกรที่เปื้อนเลือดของเฟยหลงเดินนำหน้ามาโดยไร้รอยขีดข่วน เขาหยุดตรงหน้าหว่านเอ๋อร์ มือที่ถือดาบยังคงมีหยดเลือดหยดลงพื้นช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่าขนลุกว่า "ยินดีด้วยที่เลือกถูกข้าง หว่านเอ๋อร์... แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ว่าคนที่จะตายในคืนนี้ ไม่ได้มีแค่ศัตรูของเจ้าเพียงคนเดียว"
ในวินาทีนั้นเอง หว่านเอ๋อร์สัมผัสได้ถึงคมดาบที่แตะอยู่ที่แผ่นหลังของนางจากเงาร่างที่ปรากฏขึ้นด้านหลังแม่ทัพตระกูลหลิน
ไป๋เหลียนฮวารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พาคุณร่วมเดินทางมาถึงจุดหักเหที่สำคัญที่สุดของเรื่อง ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาโดยตลอดนะคะ
หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 38
คืนแห่งการทรยศ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!