หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 23

ทางเลือกของฮ่องเต้

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางลอยอวลปะปนกับกลิ่นหอมของกำยานหมื่นลี้ในตำหนักมังกร มีดสั้นตงจื่อในพระหัตถ์ของฮ่องเต้เฟยหลงสะท้อนแสงประทีปวับวามคมกริบจนน่าหวาดหวั่น ปลายคมมีดจ่ออยู่ห่างจากลำคอระหงของหลินหว่านเอ๋อร์ไม่ถึงครึ่งชุ่น ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคมมีด กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาไร้ก้นบึ้งในดวงเนตรของโอรสสวรรค์ผู้กุมชะตากรรมคนทั้งแผ่นดิน "เจ้าคิดว่าความเฉลียวฉลาดของเจ้า จะใช้ต่อรองกับบัลลังก์มังกรได้เช่นนั้นหรือ หว่านเอ๋อร์" สุรเสียงทุ้มต่ำตวัดก้องกังวาน บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง ทว่าหลินหว่านเอ๋อร์หาได้สะท้านสะเทือนไม่ ดวงตาคู่หงส์ที่มักซ่อนประกายคมปลาบไว้ภายใต้แพขนตางอนงาม กลับเงยขึ้นสบประสานกับพระเนตรที่ทอดมองลงมาอย่างไม่หลบเลี่ยง ในใจนางย่อมรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้กำลังเล่นละครฉากใหญ่ ท่ามกลางเงื้อมมือมืดมนของตำหนักในที่จับจ้องอยู่ทุกฝีก้าว นางแย้มยิ้มออกมารอยยิ้มหนึ่ง... รอยยิ้มที่บางเบาราวกับละอองหมอกยามเหมันต์ แต่กลับท้าทายอำนาจสูงสุดในแผ่นดินได้อย่างเจ็บแสบ "หม่อมฉันมิเคยบังอาจต่อรองกับฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเพียงแต่... กำลังเดิมพันด้วยชีวิตของตนเอง เพื่อแลกกับความจริงที่เน่าเฟะในวังหลังนี้ก็เท่านั้น" คำตอบของนางเด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัว เฟยหลงชะงักไปชั่วลมหายใจ ปลายมีดในพระหัตถ์สั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่ทรงพยายามกดขี่เอาไว้เบื้องลึก พระองค์ต้องใจแข็ง... หากทรงแสดงความอาทรนางออกมาแม้แต่น้อยนิด สายตาของกุ้ยเฟยเหม่ยหลินและขุนนางฝ่ายอัครมหาเสนาบดีที่แอบซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านไหม จะใช้จุดอ่อนนี้ขยี้หว่านเอ๋อร์ให้แหลกคามือทันที ฉับพลัน... เงาร่างอรชรในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงของกุ้ยเฟยเหม่ยหลินก็ก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยจังหวะจะโคนอันมั่นใจ นางแย้มยิ้มหยัน ดวงตาคู่คมกวาดมองคนทั้งสองด้วยความสมเพชเวทนา "โอ้... ดูภาพบาดตาบาดใจนี่สิเพคะ ฝ่าบาทกริ้วถึงขั้นต้องลงมือด้วยพระองค์เองเลยหรือเพคะ? หม่อมฉันก็นึกว่าสนมหลินผู้นี้จะมีเล่ห์เหลี่ยมแพรพราวสักเพียงใด ที่แท้ก็เป็นเพียงสตรีไร้ค่าผู้หนึ่งที่ทำให้อภิมหาบุรุษเช่นฝ่าบาททรงระคายเคืองเบื้องพระเนตรเท่านั้น" เหม่ยหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน จงใจเดินเข้าไปใกล้แท่นบรรทม กลิ่นหอมฉุนของบุปผาราตรีจากตัวนางยิ่งทำให้บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เฟยหลงมิได้หันไปมองกุ้ยเฟย พระองค์ยังคงจ้องมองหว่านเอ๋อร์ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนแปลกหน้า ก่อนจะตวาดกร้าวด้วยสุรเสียงเยียบเย็นที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตำหนัก "ไสหัวไปให้พ้น! ข้าจะจัดการนางอย่างไร มิใช่เรื่องที่สนมเช่นเจ้าจะต้องมาออกความเห็น!" เหม่ยหลินสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ นางไม่คาดคิดว่าฮ่องเต้จะทรงกริ้วใส่ตนต่อหน้าสตรีที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ ทว่านางก็ยังฝืนแย้มยิ้มออกมาแล้วย่อกายคำนับอย่างจำยอม "หม่อมฉันบังอาจไปแล้วเพคะ... แต่ทว่า ความผิดที่สนมหลินแอบลักลอบติดต่อกับตระกูลขุนนางนอกราชสำนัก เป็นเรื่องใหญ่หลวงยิ่งนัก ฝ่าบาทจะทรงปล่อยนางไปง่ายๆ หรือเพคะ?" เหม่ยหลินทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้เบื้องหลัง ก่อนจะถอยฉากออกไปด้วยความสะใจ นางมั่นใจว่าครั้งนี้หว่านเอ๋อร์ไม่มีทางรอดเงื้อมมือมัจจุราชไปได้แน่ เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ภายในตำหนักที่กว้างใหญ่หลงเหลือเพียงความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนผิวหนัง เฟยหลงลดมีดสั้นลงช้าๆ พระหัตถ์ที่กำด้ามมีดจนข้อพระกรขาวซีดบ่งบอกถึงความกดดันมหาศาลที่ทรงแบกรับไว้ หลินหว่านเอ๋อร์ทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ทว่าแผ่นหลังของนางยังคงตั้งตรงสง่างามไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมใดๆ นางรู้แล้ว... การที่ฮ่องเต้ทรงแสดงความเย็นชาเมื่อครู่ ไม่ใช่เพราะทรงรังเกียจเดียดฉันท์นาง แต่เป็นการ "ซื้อเวลา" และ "ตบตา" สายสืบของตระกูลเหม่ยต่างหาก "เจ้าโง่เขลา..." สุรเสียงของเฟยหลงอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อไม่มีใครอื่นอยู่เบื้องหน้า พระองค์โน้มพระวรกายลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยระคนตำหนิ "เหตุใดจึงดึงดันจะสืบเรื่องการตายของมารดาเจ้าในตอนนี้? เจ้าก็รู้ว่าตาเฒ่าตระกูลเหม่ยยังกุมอำนาจครึ่งหนึ่งในท้องพระโรงไว้!" "แล้วจะให้หม่อมฉันนิ่งดูดายปล่อยให้วิญญาณท่านแม่ต้องตายอย่างไร้ความเป็นธรรมเช่นนั้นหรือเพคะ?" หว่านเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์ หยาดน้ำใสคลอหน่วยในดวงตาคู่สวย แต่ไม่มีวันยอมไหลรินออกมาให้ใครได้เห็นความอ่อนแอ "หม่อมฉันมิใช่หงส์ในกรงทองของฝ่าบาท ที่จะยอมให้ผู้ใดเด็ดปีกตามใจชอบได้ หม่อมฉันยอมตายเสียยังดีกว่าต้องมีชีวิตอยู่โดยปราศจากศักดิ์ศรี!" คำพูดของนางราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงไปในพระหทัยของฮ่องเต้เฟยหลง พระองค์ทอดพระเนตรสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งรัก ทั้งหลงใหล และหวาดกลัวว่านางจะชิงตัดหน้ากระทำเรื่องบุ่มบ่ามจนเอาชีวิตไม่รอด "เจ้าคิดว่าข้าใจร้ายกับเจ้ามากใช่ไหม..." เฟยหลงยื่นพระหัตถ์มาเชยคางระหงของนางขึ้นเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นตัดกับความหนาาวเหน็บในห้องนอนอย่างสิ้นเชิง "หากข้าไม่เย็นชาใส่เจ้าในวันนี้... พรุ่งนี้รุ่งสาง ศีรษะของเจ้าคงไปประดับอยู่หน้าประตูเมืองแล้ว หว่านเอ๋อร์... เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะอดทนรอเวลามากกว่านี้" หว่านเอ๋อร์นิ่งอึงไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยด้านชากลับไหววูบอย่างรุนแรง นางหลุบตาลงมองพระหัตถ์ที่กำลังสัมผัสคางตนเอง ความอบอุ่นที่นางโหยหามาตลอดชีวิต กลับซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของความโหดร้ายในวังหลังแห่งนี้ ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอื้อMคำใดออก Itมาอีก ประตูตำหนักมังกรก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต! ร่างสูงโปรดักของขันทีสนิทประจำพระองค์ก้าวเข้ามาด้วยอาการลนลาน ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เขาล้มตัวลงกราบกรานจนหน้าผากกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น "ฝ่าบาท... เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ! ทางด้านตำหนักเย็น... เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ และ... และ..." ขันทีผู้นั้นละล้าละลัง ไม่กล้าเอ่ยต่อ เฟยหลงขมวดพระขนมเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ "มีอะไรก็ว่ามา อย่าอึกอัก!" "เอ่อ... มีรายงานว่า มีผู้พบศพของ 'ไทเฮา' สิ้นพระชนม์อยู่ภายในกองเพลิง... และข้างพระศพ มีตราประทับหยกประจำพระองค์ของสนมหลินตกอยู่พะยะค่ะ!" หลินหว่านเอ๋อร์เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง สีหน้าของนางซีดเผือดลงในพริบตาเดียว ตราประทับหยกของนางอยู่ที่ห้องลับในตำหนักของตนเอง เหตุใดจึงไปโผล่อยู่ในที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ของไทเฮาได้! นี่คือแผนการร้าย... แผนการขั้นเด็ดขาดที่ถูกวางไว้เพื่อฆ่านางให้ตายทั้งกลม! ไป๋เหลียนฮวาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าฟันเล่ห์กลในวังหลังมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%