กลิ่นอายของกำยานสุคนธรสหอมหวานจนชวนให้รู้สึกวิงเวียน แต่สำหรับหลินหว่านเอ๋อร์แล้ว กลิ่นนี้กลับคล้ายกลิ่นคาวเลือดที่ถูกเจือจางด้วยมวลดอกไม้ราคาแพง
"น้องหญิงหว่าน... เจ้าช่างมีวาสนายิ่งนัก ฮ่องเต้ถึงกับประทานปิ่นหยกสลักลายหงส์คู่ชิ้นนี้ให้ด้วยพระองค์เอง"
สุ้มเสียงหวานราวน้ำผึ้งอาบยาพิษดังขึ้นจากสตรีผู้สวมอาภรณ์สีแดงเพลิงปักดิ้นทองระยิบระยับ พระพักตร์งดงามเย้ายวนแต่แววตากลับซ่อนความริษยาไว้อย่างมิดชิด กุ้ยเฟยเหม่ยหลินแย้มพระ oรսยิ้มกว้าง ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไม่ส่งไปถึงดวงตาคู่คมกริบราวกับพญาเหยี่ยวที่จ้องจะขย้ำเหยื่อ
หลินหว่านเอ๋อร์ย่อกายถวายพระพรอย่างงดงาม ท่วงทีสำรวมและไร้ที่ติ นางป้องมือไว้เบื้องหน้า สายตาทอดมองต่ำลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความระแวดระวังที่พาดผ่านดวงตาคู่คม
"หม่อมฉันเป็นเพียงสนมชั้นล่าง มิกล้าอาจเอื้อมรับคำชมจากพระสนมกุ้ยเฟยหรอค่ะ สิ่งนี้เป็นเพียงพระเมตตาที่ฝ่าบาททรงมีต่อตำหนักเย็น... เอ้ย ต่อตำหนักบูรพาต่างหากเพคะ" หว่านเอ๋อร์จงใจเปลี่ยนคำพูดเพียงเสี้ยววินาที เพื่อให้กุ้ยเฟยตายใจว่าตนยังคงหวาดกลัวและเลินเล่อ
เหม่ยหลินหัวعเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวعเราะนั้นระคนไปด้วยความเย้ยหยัน นางก้าวเข้าไปใกล้หว่านเอ๋อร์ทีละน้อย กลิ่นกายหอมฉุนของกุ้ยเฟยโชยปะทะนาสิกจนหว่านเอ๋อร์ต้องกลั้นลมหายใจชั่วขณะ
"เจ้าไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอ... คนฉลาดเช่นเจ้า ย่อมรู้ดีว่าสิ่งใดควรเก็บรักษา และสิ่งใดควรปล่อยวาง" กุ้ยเฟยเอื้อมมือเรียวที่สวมปลอกเล็บทองคำยาวเฟื้อยมาแตะที่ปลายคางของหว่านเอ๋อร์เบาๆ
สัมผัสเย็นเฉียบของโลหะมีค่าแนบอยู่กับผิวเนื้อจนหว่านเอ๋อร์รู้สึกขนลุกชัน แต่นางมิได้ถอยหนี นางเพียงเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มีอำนาจสูงสุดในฝ่ายหลังอย่างไม่เกรงกลัว แววตาของหว่านเอ๋อร์นิ่งสงบราวน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น
"หม่อมฉันโง่เขลานัก พระสนมโปรดชี้แนะด้วยเพคะ ว่าสิ่งใดที่เรียกว่า 'ควรปล่อยวาง'?" หว่านเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ทว่าแฝงนัยยะท้าทายไว้อย่างแนบเนียน
กุ้ยเฟยชะงักไปชั่วครู่ รอยยิ้มบนพระพักตร์แข็งค้างไปเสี้ยวลมหายใจ นางไม่คาดคิดว่าสตรีตรงหน้าซึ่งเคยเป็นเพียงบุตรสาวขุนนางตกอับ จะมีความกล้าต่อกรทางวาจากับตนถึงเพียงนี้
"เจ้า..." เหม่ยหลินหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหง "ความตายของมารดาเจ้าในตระกูลหลิน... ช่างน่าเวทนานัก เจ้าไม่คิดหรือว่า บางทีความจริงที่ไม่ควรถูกขุดคุ้ย ก็ควรปล่อยให้มันฝังกลบไปพร้อมกับกาลเวลา ดีกว่าจะต้องทำให้คนที่เจ้า... รัก ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย"
ราวกับสายฟ้าแลบแปลบปلاسเข้ามากลางใจ ปมในอดีตที่หว่านเอ๋อร์พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตา มือบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมา แต่ความแค้นกลับร้อนรุ่มยิ่งกว่า
แต่นางเป็นใครกัน? หลินหว่านเอ๋อร์ผู้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เหตุไฉนจะพ่ายแพ้ให้กับคำขู่เพียงเท่านี้!
หว่านเอ๋อร์แย้มยิ้มออกมารอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้ม ทว่ากลับเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปีในฤดูหนาว ดวงตาคู่กวางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกุ้ยเฟย ราวกับต้องการสะท้อนความชั่วร้ายทั้งหมดกลับไปหาเจ้าของ
"พระสนมตรัสถูกต้องแล้วเพคะ... ความจริงบางอย่าง หากขุดคุ้ยขึ้นมา ผู้ที่ต้องนอนไม่หลับย่อมไม่ใช่หม่อมฉัน แต่คงเป็นผู้ที่เคยมือเปื้อนเลือดในอดีตต่างหากเพคะ" หว่านเอ๋อร์กระซิบแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน ทว่ากลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจศัตรู
กุ้ยเฟยเหม่ยหลินพระพักตร์เผือดสีลงทันที ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนพระ oรսเขաղสั่นระริก นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสตรีสามหาวผู้นี้ให้หลาบจำ
เพียะ!
เสียงตบดังสนั่นหวั่นไหว ทว่า... มันมิได้กระทบลงบนใบหน้าของหลินหว่านเอ๋อร์
หว่านเอ๋อร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีทองอร่ามก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างพวกนางไว้ มือหนาของฮ่องเต้เฟยหลงคว้าข้อมือของกุ้ยเฟยไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กุ้ยเฟยนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ฝ่าบาท..." กุ้ยเฟยร้องเสียงหลง น้ำตาคลอเบ้าอย่างรวดเร็วจนน่าอัศจรรย์ นางเปลี่ยนสีหน้าเป็นหวาดกลัวและน้อยเนื้อต่ำใจได้อย่างแนบเนียนในพริบตา "หม่อมฉัน... หม่อมฉันแค่เพียงตักเตือนสนมหลินเรื่องกฎระเบียบคัดเลือกนางกำนัล แต่นางกลับ... กลับวาจาปีศาจใส่หม่อมฉันเพคะ!"
เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตากลมโตคู่นั้นมองกุ้ยเฟย พระพักตร์หล่อเหลาคมคายบึ้งตึงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนอุณหภูมิในตำหนักแทบจะติดลบ สายตาคมกริบราวพญาอินทรีตวัดมองกุ้ยเฟยด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
"ตักเตือนหรือ?" สุสุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของราชสีห์ดังขึ้น "เรายืนอยู่นานพอที่จะได้ยินทุกคำพูด... เหม่ยหลิน ดูท่าช่วงนี้เจ้าจะว่างงานมากสินะ ถึงได้มีเวลามาสั่งสอนสนมรักของเราถึงตำหนักนี้!"
กุ้ยเฟยเข่าทรุดฮวบลงกับพื้น นางตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง มิใช่การเสแสร้งอีกต่อไป "ฝ่าบาททรงกริ้วเข้าใจผิดแล้ว หม่อมฉันเพียงแต่..."
"หุบปาก!" เฟยหลงสะบัดพระหัตถ์ทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันมามองหลินหว่านเอ๋อร์ สายตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงทันทีเมื่อทอดมองสตรีตรงหน้า พระองค์เอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของหว่านเอ๋อร์ขึ้นมาสำรวจรอยแดงจากเล็บที่นางจิกฝ่ามือไว้
"เจ้าเจ็บหรือไม่?" น้ำเสียงของฮ่องเต้ทุ้มนุ่มและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด
หว่านเอ๋อร์ส่ายศีรษะเบาๆ ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาที่ถูกบีบให้ออกมาอย่างพพอเหมาะพอควร เพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสารจากบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน
"หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... เพียงแต่ตกใจนิดหน่อยที่พระสนมกุ้ยเฟยทรงกรุณามาเยี่ยมเยียนถึงที่นี่" คำพูดอ่อนหวานแตะใจ ทว่าซ่อนคมดาบไว้เบื้องหลัง ทำให้เฟยหลงยิ่งฉุนเฉียวมากขึ้นไปอีก
"ดี... ในเมื่อเหม่ยหลินทรงว่างมากนัก งั้นก็จงกลับไปคุกเข่าสำนึกผิดที่ตำหนักหลินหยางเป็นเวลาสามเดือน! ห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยม และห้ามก้าวเท้าออกนอกตำหนักแม้แต่ก้าวเดียว!" รับสั่งประกาศิตราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางศาลายังความตกตะลึงให้แก่ทุกคน
กุ้ยเฟยเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู นางร่ำไห้ฟูมฟายแทบขาดใจ ทว่าไม่มีขันทีหรือนางกำนัลคนใดกล้าเอ่ยปากทูลแก้ตัวให้แม้แต่ครึ่งคำ
ในจังหวะที่ความวุ่นวายกำลังถึงขีดสุดนั้นเอง ขันทีเฒ่าผู้ดูแลหน้าพระตำหนักก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าโขกศีรษะจนฝุ่นตลบ ลมหายใจหอบกระชั้นราวกับวิ่งหนีความตายมาไกล
"ทูลฝ่าบาท... ทูลพระสนม... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีเฒ่าละล่ำละลักละลอกพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ราชครูหลิน... บิดาของพระสนมหลิน ถูกจับกุมตัวข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏแดนใต้... และ... และในจดหมายลับระบุว่า มีชื่อของพระสนมหลินเกี่ยวข้องด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
รอยยิ้มอาบยาพิษที่กุ้ยเฟยเคยซ่อนไว้เมื่อครู่ พลันเปลี่ยนเป็นเสียงหัวعเราะเยาะเย้ยที่หลุดลอดออกมาจากลำคออย่างสะใจ ขณะที่หลินหว่านเอ๋อร์ชะงักงัน ร่างทั้งร่างเย็นเฉียบดั่งถูกแช่แข็งในน้ำแข็งขั้วโลก เมื่อกับดักมรณะที่แท้จริงหาใช่กุ้ยเฟย... หากแต่เป็นห้วงเหวที่ถูกขุดรอไว้ล่วงหน้าแล้ว!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับเล่ห์เหลี่ยมในวังหลังด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - ไป๋เหลียนฮวา
หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 14
รอยยิ้มอาบยาพิษ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!