หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 13

ราชกิจที่วุ่นวาย

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
ปลายกริชสีเงินวาววับสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันในตำหนักอี้คุนจนเกิดเป็นประกายสีเลือด เย็นยะเยือกจนสัมผัสได้แม้กั้นด้วยระยะห่างเพียงก้าวเดียว กุ้ยเฟยเหม่ยหลินไม่ได้เพียงแค่ขู่ นางตั้งใจจะปลิดชีพข้าให้ดับดิ้นไปพร้อมกับความลับที่กำอยู่ในจดหมายยับยู่ยี่ฉบับนั้น "สนมขั้นห้าอย่างเจ้า... บังarอาจล่วงเกินฟ้าเบื้องบนเกินไปแล้วกระมัง หว่านเอ๋อร์" น้ำเสียงของเหม่ยหลินเยียบเย็นราวกับสายลมจากขุมนรก ดวงตาหงส์คู่นั้นเบิกกว้างด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ร่องรอยแห่งความริษยาที่สะสมมานานนับปีระเบิดออกมาในค่ำคืนนี้ รัศมีของสตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดในวังหลังแผ่ซ่านจนน่าอึดอัด แต่ข้า... หลินหว่านเอ๋อร์ กลับไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ข้าสูดลมหายกลิ่นชาผู่เอ๋อร์ที่เย็นชืดเข้าปอดลึกๆ สายตาจับจ้องไปที่คมกริช ก่อนจะเลื่อนขึ้นประสานกับดวงตาของคู่ปรับอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของข้า รอยยิ้มที่ทำให้กุ้ยเฟยชะงักฝีเท้าที่กำลังพุ่งเข้ามา "หม่อมฉันจะบังอาจหรือไม่อย่างไร เกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องที่กุ้ยเฟยี่ต้องกังวลเพคะ..." ข้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น "แต่สิ่งที่พระองค์ทรงกังวลในตอนนี้ น่าจะเป็นข่าวจากชายแดนเหนือที่กำลังจะถึงท้องพระโรงในยามเช้าตรู่ต่างหาก...จริงไหมเพคะ?" มือที่ถือกริชของเหม่ยหลินชะงักกึกทันที ปลายนิ้วเรียวงามที่สวมปลอกเล็บทองคำสั่นระริกเล็กน้อย แม้จะเพียงเสี้ยววินาทีแต่มันก็ไม่หลุดพ้นจากสายตาที่เฉียบคมของข้า ข่าวจากชายแดนเหนือ... ชนวนเพลิงที่กำลังลุกโชนจากการเมืองภายนอกกำลังจะแผดเผาเข้ามาถึงบัลลังก์มังกร และนั่นคือไพ่ตายที่ข้าใช้ยันคมกริชของนางเอาไว้ ตระกูลอวี้ของกุ้ยเฟยเหม่ยหลินกุมอำนาจฝ่ายทหารชายแดนมาอย่างยาวนาน ทว่าการเคลื่อนไหวของแคว้นเหลียงทางเหนือในสัปดาห์นี้ กลับมีกลิ่นอายของการทรยศหักหลังซ่อนอยู่ จดหมายในมือข้า—ที่ถูกยับยู่ยี่ด้วยแรงอารมณ์เมื่อครู่—แท้จริงแล้วคือรายงานลับที่สืบสาวราวเรื่องได้ว่า พี่ชายแท้ๆ ของกุ้ยเฟยแอบลักลอบค้าอาวุธและเสบียงให้กับศัตรูเพื่อแลกกับผลประโยชน์มหาศาล หากเรื่องนี้ถึงพระเนตรพระกรรณของฮ่องเต้เฟยหลง ตระกูลอวี้ทั้งตระกูลย่อมไม่พ้นโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร และกุ้ยเฟย... ก็คงไม่แคล้วถูกปลดเป็นสามัญชนและพระราชทานผ้าแพรขาวให้ปลิดชีพตนเองในตำหนักเย็น "เจ้า... รู้เรื่องนี้ได้เช่นไร" เหม่ยหลินเค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก กริชในมือลดระดับลงโดยไม่รู้ตัว "ในวังหลังแห่งนี้ ไม่มีกำแพงใดไม่มีรู และไม่มีความลับใดที่เป็นอมตะหรอกเพคะ" ข้าก้าวเข้าไปใกล้ร่างระหงของนางอีกครึ่งก้าว กลิ่นหอมเย็นของดอกม่อหลี่บนตัวนางผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากความดุร้ายในแววตา "หม่อมฉันเป็นเพียงสนมตัวเล็กๆ ที่หวังเพียงความสงบสุข แต่หากมีผู้ใดคิดจะพรากชีวิตของหม่อมฉันไป หม่อมฉันก็พร้อมจะลากผู้นั้นลงนรกไปพร้อมกัน... พระองค์ทรงคิดว่า กองกำลังของตระกูลอวี้จะปกป้องพระองค์จากข้อหากบฏได้ทันก่อนที่ฝ่าบาทจะทรงพิโรธหรือไม่เล่าเพคะ?" ความเงียบเข้าปกคลุมตำหนักอี้คุนชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของนางกำนัลที่หมอบกราบอยู่มุมห้องและเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของกุ้ยเฟย เหม่ยหลินจ้องมองข้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความกระหายเลือดกลายเป็นความหวาดระแวง และท้ายที่สุด... คือความพ่ายแพ้ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความคับแค้นใจ นางค่อยๆ เก็บกริชเข้าฝักอย่างช้าๆ รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นบนใบหน้าที่ยังคงงดงามแม้อายุจะล่วงเลยเข้าสู่วัยสามสิบ "เก่งกาจนัก หลินหว่านเอ๋อร์... เจ้าคิดว่าเจ้ากำชัยชนะไว้ในมือแล้วสินะ แต่เจ้าอย่าลืมว่า การเมืองภายนอกที่เจ้ากำลังเล่นอยู่ มันไม่ใช่เรื่องของสตรีในวังหลังอย่างพวกเรา ขุนนางฝ่ายศาลหลวงต่างกระหายเลือด และฝ่าบาท... ก็ทรงระแวงตระกูลหลินของเจ้าไม่แพ้ตระกูลอวี้ของข้าหรอการเมืองภายนอกกำลังจะพลิกผัน และเมื่อถึงเวลานั้น ศพของเจ้าอาจจะไม่ได้ฝังอยู่ในสุสานหลวงด้วยซ้ำ!" ข้าไม่ได้ตอบคำถามนั้น รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ทว่าในใจกลับเต้นระรัวดั่งกลองรบ คำพูดของเหม่ยหลินไม่ใช่เรื่องเกินจริง ฮ่องเต้เฟยหลงทรงเป็นกษัตริย์ที่ระแวงความมั่นคงของบัลลังก์เหนือสิ่งอื่นใด อำนาจของตระกูลหลินและตระกูลอวี้ต่างก็เป็นหนามยอกอกที่พระองค์ทรงต้องการกำจัดทิ้งทั้งคู่ การที่ข้าเข้ามาเล่นเกมการเมืองภายนอกผ่านการข่าวในวังหลัง เท่ากับข้ากำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงข้ามหุบเหวแห่งความตาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาใกล้ประตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องของขันทีประจำพระองค์ที่ทำให้หัวใจของข้ากระตุกวูบ "ฝ่าบาทเสด็จ—!" ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์สีทองปักลายมังกรห้าเล็บก้าวเข้ามาด้วยพระพักตร์ที่เคร่งขรึมราศีกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ฮ่องเต้เฟยหลงกวาดสายพระเนตรมองสถานการณ์ในห้องที่มีเศษกระดาษกระจัดกระจายและกลิ่นอายความตึงเครียดคุกรุ่น ก่อนที่สายตาคมกราบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของข้าและกุ้ยเฟย "เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" พระสุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถาม ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ กุ้ยเฟยเหม่ยหลินทรุดกายลงกราบแทบพระบาททันที น้ำตาร่วงหล่นราวกับไข่มุกขาดสาย นางเอ่ยฟ้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ฝ่าบาททรงโปรดให้ความเป็นธรรมด้วยเพคะ สนมหลิน... นางบังอาจลักลอบขโมยเอกสารราชกิจลับจากท้องพระโรงมาข่มขู่หม่อมฉัน และยังกล่าววาจาลบหลู่พระราชอำนาจเพคะ!" ข้าเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ไม่คิดว่านางจะพลิกเกมกล่าวหาข้าด้วยข้อหาที่หนักหนาถึงเพียงนี้ ข้อหาลักลอบนำเอกสารราชกิจลับออกมา ย่อมมีโทษถึงประหารชีวิตสถานเดียว! ฮ่องเต้เฟยหลงหันพระพักตร์มาทางข้า ช้าๆ สายตาคู่นั้นเย็นชาและลึกล้ำจนไม่อาจคาดเดาความรู้สึกได้ พระองค์ทรงจ้องมองข้านานนิ่ง ราวกับกำลังรอคำแก้ตัว หรือบางที... อาจกำลังรอจังหวะที่จะปิดบัญชีกับความอาจหาญของข้า ข้าสูดลมหายใจเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย เตรียมใจยอมรับความเสี่ยงทั้งหมด แล้วจึงค่อยๆ คุกเข่าลงช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์ของพระองค์อย่างไม่หลบเลี่ยง "ทูลฝ่าบาท..." ข้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงมั่นคง กังวานใสในความเงียบงัน "สิ่งที่กุ้ยเฟยตรัส เป็นความจริงครึ่งเดียวเพคะ..." ฮ่องเต้เลิกพระขนงขึ้นเล็กน้อย "แล้วอีกครึ่งเล่า... คืออะไร?" ข้าแย้มยิ้มบางเบา ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของกุ้ยเฟยและสายตาที่จับผิดของฮ่องเต้ "อีกครึ่งหนึ่งคือ... เอกสารฉบับนี้ไม่ได้ถูกขโมยมาจากท้องพระโรงเพคะ แต่มีคนจงใจส่งมันมาให้หม่อมฉัน เพื่อเปิดโปงว่า... **ในบรรดาขุนนางที่กำลังสมคบคิดกับแคว้นเหลียง มีชื่อของคนสนิทใกล้ชิดใต้เบื้องพระบาทรวมอยู่ด้วยเพคะ**" สิ้นคำพูดนั้น พระเนตรของฮ่องเต้เฟยหลงก็หรี่แคบลงทันที บรรยากาศในตำหนักอี้คุนดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา ในขณะที่สีหน้าของกุ้ยเฟยเหม่ยหลินซีดเผือดไร้สีเลือด ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดไม่ไร้น้ำตา" มาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%