หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 4

หมากกระดานแรก

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“เพล้ง!” ถ้วยชาเคลือบสีครามแตกกระจายอยู่แทบเท้าของสนมฉางที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่กลางตำหนักเย็น เสียงของมันดังสะท้อนก้องความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศราวกับจะสูบเอาออกซิเจนออกจากห้องไปจนหมดสิ้น หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้ขยับกาย นางเพียงแต่กวาดสายตามองเศษกระเบื้องเหล่านั้นด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยประกายคมกริบดุจใบมีด “เจ้าบอกว่าชาถ้วยนี้มีสรรพคุณช่วยให้บรรทมหลับสบายงั้นหรือ?” น้ำเสียงของหว่านเอ๋อร์นุ่มนวล ทว่ากลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูกสันหลัง นางก้าวเท้าเหยียบเศษกระเบื้องเบาๆ เสียง ‘กรอบแกรบ’ ยามที่ส้นรองเท้าปักลงบนเศษเซรามิกช่างบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของสนมฉาง “หะ...หม่อมฉัน... หม่อมฉันหาได้มีเจตนาอื่นไม่เพคะ!” สนมฉางละล่ำละลัก ก้มหน้าจนแทบชิดพื้น ฝ่ามือที่เกาะกุมชายกระโปรงสั่นเทาจนเห็นได้ชัด หว่านเอ๋อร์ย่อตัวลงตรงหน้าหญิงสาวผู้นั้น มือเรียวงามเชยคางสนมฉางขึ้นมาอย่างแผ่วเบา แต่แรงบีบที่ปลายคางนั้นหนักแน่นพอที่จะบังคับให้คนตรงหน้าสบตากับนาง “คนในวังหลังนี้มีสองประเภท คือคนที่โง่เขลาจนตายไม่รู้ตัว กับคนที่ฉลาดพอจะรู้ว่ารอยมดแดงบนถ้วยชานี้ ไม่ใช่สิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น... เจ้าคิดว่าข้าเป็นประเภทไหน?” สนมฉางเบิกตากว้าง สีหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย หว่านเอ๋อร์ปล่อยมือแล้วลุกขึ้นยืนหันหลังกลับช้าๆ ดวงตาดำขลับของนางมองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นเพียงรั้ววังชั้นในอันสูงตระหง่าน “เจ้าเป็นเพียงหมากตัวเล็กๆ ที่กุ้ยเฟยหยิบมาใช้เดินกระดานแรก เพื่อทดสอบความอดทนของข้า” หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “แต่สิ่งที่เจ้าพลาดไป คือการลืมดูว่าเจ้ากำลังถือกระดานหมากของใครอยู่” ความจริงที่ว่าหลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้ถูกหลอก กลับกลายเป็นความระทึกขวัญที่โถมเข้าใส่สนมฉาง นางพยายามจะเอ่ยแก้ตัว แต่เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังมาจากหน้าประตูตำหนักกลับขัดจังหวะทุกอย่างลงเสียก่อน บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งทาบทับเข้ามา ฮ่องเต้เฟยหลงก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาของเขากวาดผ่านเศษถ้วยชาและท่าทีที่ผิดปกติของสนมฉางก่อนจะหยุดอยู่ที่หว่านเอ๋อร์ เขามองสตรีตรงหน้าด้วยความสนใจที่ซ่อนเร้นอยู่ในความเงียบงัน “เกิดเรื่องอันใดขึ้น เหตุใดจึงมีเสียงแตกหักภายในตำหนักของเจ้า หว่านเอ๋อร์?” สุรเสียงกังวานทว่าเย็นเยียบของฮ่องเต้ดังขึ้น หว่านเอ๋อร์ถอนสายบัวอย่างอ่อนช้อย ท่าทางของนางสงบราบเรียบราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว “ไม่มีสิ่งใดมากไปกว่าสนมฉางที่ตั้งใจจะมอบ ‘น้ำใจ’ ให้หม่อมฉันเพคะ ทว่าน่าเสียดายที่หม่อมฉันเป็นคนแพ้เกสรดอกไม้ที่นางใส่มาในชา เกรงว่าความปรารถนาดีของนางจะกลายเป็นดาบสองคมเสียเปล่าๆ” หว่านเอ๋อร์กล่าวพลางยิ้มบางๆ ซึ่งไม่ได้ไปถึงดวงตา ฮ่องเต้เฟยหลงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้ไต่ถามต่อถึงพิษในชา แต่กลับเดินตรงมาที่โต๊ะน้ำชาแล้วเอื้อมมือไปแตะถ้วยที่เหลืออยู่เพียงใบเดียวที่ยังไม่ได้ถูกทำลาย “เจ้าจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร ในเมื่อเจ้าบอกว่ามันเป็นดาบสองคม?” “ความเมตตาในวังหลังคืออาวุธที่อันตรายที่สุดเพคะฝ่าบาท” หว่านเอ๋อร์ขยับเข้าใกล้ฮ่องเต้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาจากฉลองพระองค์ “หม่อมฉันเพียงแค่ให้สนมฉาง ‘ชิม’ น้ำชาของนางเองจนหมดถ้วย เพื่อพิสูจน์ว่ามันเป็นยาบำรุงหรือยาพิษที่นางกล่าวอ้าง...” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง สนมฉางที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังถึงกับตัวแข็งทื่อ นางสำลักออกมาเป็นเลือดสีคล้ำในวินาทีนั้น ร่างกายสั่นกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะฟุบลงกับพื้น ขาดใจตายไปต่อหน้าพระพักตร์อย่างน่าเวทนา เฟยหลงหรี่ตามองภาพตรงหน้า เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับความตายของสนมชั้นผู้น้อย กลับกันเขากลับเผยรอยยิ้มที่มุมปากอย่างพึงใจ “เจ้าช่างโหดเหี้ยมกว่าที่ข้าคิดนะ หว่านเอ๋อร์” “ชีวิตในวังหลังไม่มีที่ว่างสำหรับความสงสารเพคะฝ่าบาท” หว่านเอ๋อร์ตอบกลับอย่างไม่ลดละ ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความทระนง “คนที่พยายามจะสังหารข้าก่อน ควรจะเป็นผู้ที่ต้องได้รับรสชาติแห่งความตายนั้นด้วยตนเอง” ฮ่องเต้หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมใบหูของนาง “ดี... ข้าชื่นชอบความตรงไปตรงมาของเจ้า แต่เจ้าคงลืมไปว่าสนมฉางเป็นคนของเหม่ยหลิน การที่เจ้าฆ่าเบี้ยของนางทิ้งในตำหนักตนเองแบบนี้ เท่ากับว่าเจ้าได้เปิดศึกกับกุ้ยเฟยอย่างเป็นทางการแล้ว” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของนางกำนัลจากภายนอกดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยการปรากฏตัวของขันทีคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่า “ฝ่าบาท! พระสนมกุ้ยเฟยเสด็จมาที่นี่ พร้อมกับป้ายอาญาสิทธิ์ของไทเฮาเพคะ!” หว่านเอ๋อร์หันไปมองประตูที่เพิ่งเปิดออก ร่างสง่างามของกุ้ยเฟยเหม่ยหลินก้าวเข้ามาด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย ในมือของนางถือม้วนฎีกาปิดผนึกด้วยตราประทับสีทองของไทเฮาเอาไว้แน่น ก่อนที่นางจะแสยะยิ้มที่ทำให้หว่านเอ๋อร์ต้องกำหมัดแน่น “หลินหว่านเอ๋อร์ เจ้ากล้าสังหารสนมในวังด้วยความอาฆาต... วันนี้ข้าจะให้เจ้าชดใช้ด้วยการเข้าคุกหลวงสถานเดียว!” หว่านเอ๋อร์แค่นยิ้มในใจ นี่คือหมากที่เหม่ยหลินวางไว้ตั้งแต่ต้น... แต่สิ่งที่เหม่ยหลินไม่รู้ คือหว่านเอ๋อร์แอบเปลี่ยนตัว ‘หลักฐาน’ ที่นางเตรียมไว้ตั้งแต่นาทีที่รู้ว่าสนมฉางเข้ามาหาเรื่อง นางมองป้ายอาญาสิทธิ์ในมือกุ้ยเฟยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยแผนการที่เหนือกว่า หวังว่าท่านจะเพลิดเพลินไปกับทุกจังหวะลมหายใจของตัวละครในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%