ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาในมือข้าสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงบีบคั้นจากสายตาคมปลาบดุจกระบี่ของบุรุษเบื้องหน้า กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยที่ลอยอบอวลอยู่ในตำหนักดูจะมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงกลิ่นอายความตายที่คลุ้งกระจายอยู่ในอากาศ
"ว่าอย่างไรเล่า? หลินหว่านเอ๋อร์... หรือว่าความกล้าของเจ้ามีเพียงแค่ลมปาก?"
ฮ่องเต้เฟยหลงก้าวย่างเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ในฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรทองดูน่าเกรงขามจนลมหายใจของข้าสะดุดกึก พระพักตร์เรียบเฉยนั้นมิได้เปิดเผยอารมณ์ใด แต่นัยน์ตาคู่คมกลับจับจ้องทุกจังหวะการหายใจของข้าอย่างไม่ละวาง
ข้าสูดลมหายใจลึก กลิ่นยาพิษ 'กลีบหิมะร่วง' ที่ผสมอยู่ในชานั้นแม้จะจางเบาเพียงใด แต่ประสาทสัมผัสของข้าที่ถูกฝึกมาจากการเอาตัวรอดในตระกูลหลินกลับรับรู้ได้ชัดเจน หากข้าดื่ม... ข้าตาย หากข้าปฏิเสธ... ข้าก็ตาย ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้นร้ายแรงนัก แต่หากข้าหาวิธีที่เหนือกว่านั้นเล่า?
ข้าคลี่ยิ้มบาง เผยให้เห็นท่าทีที่นิ่งสงบจนผิดวิสัยคนปกติ "ฝ่าบาท... ยาพิษที่ร้ายกาจที่สุด มิใช่สิ่งที่อยู่ในถ้วยนี้ แต่เป็นความระแวงที่อยู่ในพระทัยของท่านต่างหากเพคะ"
ข้าขยับกาย ก้าวเข้าไปหาพระองค์จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นกำยานอ่อนๆ จากพระวรกายของพระองค์ปะทะเข้ากับจมูกข้า ก่อนที่ข้าจะแสร้งทำเป็นเสียหลักเพราะชายกระโปรงที่ยาวเกินไป มือที่ถือถ้วยชาไถลออกไปตามแรงเหวี่ยง
"เพล้ง!"
ถ้วยชาตกลงพื้นแตกกระจาย ของเหลวสีใสซึมลงสู่พื้นหินขัดอย่างรวดเร็ว ข้าทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยท่าทีตกใจสุดขีด ทว่าภายใต้ความวุ่นวายนั้น นิ้วมือของข้ากลับแตะลงบนพื้นหินชื้นๆ แล้วแตะที่ลิ้นของตนเองเพียงเสี้ยววินาที... พิษชนิดนี้มิได้ออกฤทธิ์ทันที แต่จะเริ่มกัดกินเส้นเลือดภายในหนึ่งชั่วยาม
"ฝ่าบาท! หม่อมฉันสมควรตาย... แต่หากพระองค์ทรงประสงค์จะพิสูจน์ ก็ทรงใช้พระขรรค์ตัดสินหม่อมฉันเถิด อย่าได้ใช้ยาพิษที่ต่ำช้าเช่นนี้เลยเพคะ" ข้าเงยหน้าขึ้น สบตาพระองค์ตรงๆ แววตาที่สั่นไหวของข้าในเวลานี้ มิใช่ความกลัว แต่มันคือการท้าทาย
เฟยหลงชะงักไปครู่หนึ่ง พระเนตรวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด ก่อนจะทรงแค่นพระสรวลออกมาเบาๆ "เจ้าฉลาดนักหว่านเอ๋อร์... เจ้าทำลายหลักฐานด้วยการแสร้งทำเป็นซุ่มซ่าม แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ ว่าที่นี่คือวังหลังของข้า ทุกฝีก้าวของเจ้าล้วนมีสายตาจับจ้อง"
ข้าก้มหน้าลงซ่อนความนัยในดวงตา พิษนั้นเริ่มออกฤทธิ์ที่ปลายนิ้วของข้า มันชาหนึบจนแทบไร้ความรู้สึก ข้าต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่อาการของข้าจะถูกจับได้
ยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามา ท้องฟ้าภายนอกไร้แสงดาว มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักเข้ามาในตำหนักร้าง ข้าโซซัดโซเซออกมาจากตำหนักใหญ่ด้วยเรี่ยวแรงที่ถดถอย หัวใจเต้นแผ่วเบาจนน่าตกใจ ความเย็นของพิษวิ่งพล่านไปตามเส้นเลือด ข้าต้องหาทางบรรเทา... น้ำค้างดอกเหมยในสวนหลวงคือทางรอดเดียว
ข้าเดินลัดเลาะไปตามทางเดินมืดมิด ทว่าท่ามกลางความเงียบงัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่มิใช่เสียงของขันทีหรือนางกำนัลกลับดังขึ้นเบื้องหลัง ข้าหมอบตัวลงข้างพุ่มไม้ด้วยความรวดเร็ว กั้นหายใจจนสุดความสามารถ
"จัดการมันเสีย อย่าให้เหลือร่องรอย... ใครที่กล้าขัดขวางแผนการของกุ้ยเฟย ผู้นั้นต้องมีจุดจบเช่นเดียวกับฮ่องเต้ในคืนนี้!"
เสียงกระซิบที่คุ้นหูทำให้ข้าตัวแข็งทื่อ กุ้ยเฟยเหม่ยหลิน? นางคิดจะลงมือสังหารฮ่องเต้ในคืนนี้หรือ! ข้ามองออกไปผ่านกิ่งไม้ เห็นเงาร่างชุดดำสามร่างกำลังดักรออยู่ตรงหัวเลี้ยวที่ฮ่องเต้จะต้องเสด็จผ่านยามกลับจากตำหนักอักษร
ข้าตระหนักได้ทันทีว่า ยาพิษในถ้วยนั้นมิใช่เพียงแค่การทดสอบข้า แต่เฟยหลงทรงถูกลอบวางยามาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว!
ร่างกายของข้าสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก แต่จิตใจกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ข้าหยิบปิ่นปักผมเงินปลายแหลมคมออกมาจากมวยผม กัดฟันแน่นจนเลือดซึมออกมาจากริมฝีปากเพื่อเรียกสติ พิษยังคงแล่นริ้ว แต่ข้าจะปล่อยให้องค์เหนือหัวต้องเสด็จไปรับความตายเช่นนี้ไม่ได้... ไม่ใช่เพราะข้ารักพระองค์ แต่เพราะหากพระองค์สิ้นพระชนม์ ข้าจะไม่มีวันได้แก้แค้นให้มารดา!
ข้าตัดสินใจพุ่งตัวออกไปขวางทางเสด็จในมุมมืดที่เหล่านักฆ่ามองไม่เห็น ในจังหวะที่ร่างสูงใหญ่ของเฟยหลงเดินผ่านเข้ามาเพียงลำพังด้วยท่าทีที่ดูมึนงงจากพิษที่อาจจะได้รับมาบ้างแล้ว ข้าโถมตัวเข้าใส่พระองค์ ผลักพระองค์ให้ล้มลงข้างพุ่มไม้ใหญ่ในเงามืดพอดี
"ฝ่าบาท! หมอบลงเพคะ!" ข้ากระซิบเสียงต่ำ พลางใช้ร่างกายของข้าทาบทับพระองค์ไว้เพื่อกำบัง
ลมหายใจของเฟยหลงรดรินอยู่ข้างหูข้า พระองค์ขยับพระวรกายดิ้นรนเล็กน้อยด้วยความงุนงง แต่เมื่อเห็นนักฆ่าชุดดำเดินผ่านจุดที่พระองค์เพิ่งประทับอยู่ไปเพียงไม่กี่ก้าว พระเนตรของพระองค์ก็เบิกกว้างด้วยความตระหนัก
ข้าสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากพระองค์ แขนแกร่งตวัดโอบเอวข้าแน่นดึงเข้าหาพระอุระเพื่อปกป้อง ทว่าในจังหวะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี กลิ่นหอมประหลาดที่ข้าสัมผัสได้จากปลายแขนเสื้อของนักฆ่าผู้หนึ่งก็ลอยมาแตะจมูกข้า... มันคือกลิ่นเดียวกับที่อยู่ในถ้วยชาของข้าเมื่อครู่
"ฝ่าบาท..." ข้ากระซิบเบาๆ หัวใจร่วงหล่นไปที่ตาตุ่ม เมื่อนักฆ่าคนหนึ่งหยุดชะงักและค่อยๆ หันกลับมาทางที่ข้าและฮ่องเต้ซ่อนตัวอยู่ แสงจันทร์ตกกระทบคมดาบในมือนั้นวาววับ มันหันปลายแหลมตรงมาที่พุ่มไม้ที่ข้าอยู่!
"ข้าได้ยินเสียง... ตรงนั้น!" นักฆ่าผู้นั้นคำราม พร้อมกับก้าวย่างเข้ามาอย่างช้าๆ
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าท่านจะเพลิดเพลินไปกับทุกจังหวะลมหายใจของตัวละครในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 3
ใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!