หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 20

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“ข้าให้เจ้าไปสืบเรื่องสมุนไพรในตำหนักของกุ้ยเฟย ผลเป็นอย่างไร?” หลินหว่านเอ๋อร์เอ่ยถามเสียงเรียบขณะจรดพู่กันลงบนกระดาษสา มือที่จับด้ามพู่กันมั่นคงดุจหินผา แม้ในใจจะกำลังก่อร่างสร้างพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะซัดสาดวังหลังให้พินาศ “ทูลพระสนม… เป็นไปตามคาดเพคะ ‘หยาดน้ำค้างดารา’ ถูกเก็บไว้ในหีบไม้จันทน์หลังฉากกั้นลายมังกรพ่นน้ำจริงเพคะ” เสี่ยวชิง นางกำนัลคนสนิทกระซิบตอบ พลางเหลียวมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง “แต่กุ้ยเฟยระวังตัวแจ นางสั่งให้ขันทีคนสนิทเฝ้าหน้าตำหนักตลอดยามชั่วยาม” หว่านเอ๋อร์วางพู่กันลง มุมปากกระตุกยิ้มบางเบาที่ดูเย็นเยือก “ระวังตัวแจงั้นหรือ? ยิ่งระวัง ยิ่งมีช่องโหว่... นางลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่ากฎมณเฑียรบาลข้อที่สิบสามระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามมิให้ผู้ใดครอบครองสมุนไพรที่มีฤทธิ์ระงับประสาทรุนแรงไว้ในเขตพระราชฐานชั้นในโดยมิได้รับอนุญาตจากหมอหลวง” “พระสนมจะให้หม่อมฉันทำอย่างไรเพคะ?” “คืนนี้... จงนำกลิ่นกำยาน ‘จันทน์หอมจาง’ ไปจุดไว้ที่มุมอับของตำหนักข้า แล้วปล่อยให้กลิ่นหอมชวนเลี่ยนนั้นลอยไปแตะจมูกกุ้ยเฟยเสียหน่อย นางผู้มีจมูกไวต่อกลิ่นยิ่งกว่าสุนัขล่าเนื้อ ต้องร้อนรนจนทนไม่ได้ที่จะต้องหาของบางอย่างมากลบกลิ่น... และของสิ่งนั้นต้องเป็น ‘หยาดน้ำค้างดารา’ เท่านั้น” หว่านเอ๋อร์ลุกขึ้นยืน แสงเทียนวูบไหวสะท้อนแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นางก้าวเดินไปยังหน้าต่างที่เปิดกว้าง มองออกไปยังตำหนักของศัตรูตัวร้ายที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดล้ำเริ่มโชยไปตามสายลม กุ้ยเฟยเหม่ยหลินผู้กำลังจัดเตรียมเครื่องประดับเพื่อรอรับเสด็จฮ่องเต้ในวันพรุ่งนี้ ขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้กลิ่น นางสั่งให้ขันทีรีบตรวจสอบทั่วทั้งตำหนักด้วยความหงุดหงิด “กลิ่นนี่มันอะไรกัน! ข้ารู้สึกวิงเวียนไปหมด!” เหม่ยหลินตวาดลั่น “ไปเอา ‘หยาดน้ำค้างดารา’ มาให้ข้า ข้าต้องการทำใจให้สงบก่อนที่ฝ่าบาทจะเสด็จมา!” ขันทีรีบนำหีบไม้จันทน์มาวางตรงหน้าอย่างรวดเร็ว โดยหารู้ไม่ว่าในเงามืดของเสาต้นใหญ่ มีร่างของเงาดำเงาหนึ่งกำลังจดบันทึกทุกอิริยาบถด้วยสายตาที่เฉียบคม หลินหว่านเอ๋อร์ไม่ได้มาคนเดียว แต่นางมาพร้อมกับ ‘ขันทีเฒ่าจาง’ หัวหน้ากรมวังผู้มีความซื่อตรงเป็นที่ตั้ง ทันทีที่กุ้ยเฟยเปิดหีบออก กลิ่นหอมเย็นพุ่งเข้าปะทะจมูก แต่นั่นไม่ใช่จุดจบของแผนการ ในจังหวะนั้นเอง หลินหว่านเอ๋อร์ก็ก้าวเท้าออกมาจากเงามืด เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับค้อนทุบลงบนใจของเหม่ยหลิน “กุ้ยเฟย... เหตุใดจึงทรงมีของต้องห้ามไว้ในครอบครองเล่าเพคะ?” เหม่ยหลินหน้าซีดเผือด นางรีบปิดหีบ แต่สายตาของขันทีเฒ่าจางได้เห็นมันเข้าเต็มตาแล้ว “เจ้า! หว่านเอ๋อร์ เจ้ากล้าดักฟังข้าหรือ!” “ข้าเพียงแค่ผ่านมาทางนี้ และได้กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์... กลิ่นของสมุนไพรที่ใช้สยบอาการคุ้มคลั่งของนักโทษประหาร กุ้ยเฟยมีไว้ในครอบครองเพื่อการใดกันแน่?” หว่านเอ๋อร์แค่นยิ้ม ดวงตาดั่งหงส์จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเหยียดหยาม ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด บานประตูตำหนักกุ้ยเฟยก็ถูกผลักออกอย่างแรง กองทหารรักษาการณ์วังหลวงกรูเข้ามาล้อมพื้นที่ไว้ทั้งหมด ท่ามกลางความตื่นตระหนก ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์สีเหลืองทองของฮ่องเต้เฟยหลงก็ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัว “เกิดเรื่องอันใดกัน ทำไมถึงส่งเสียงเอะอะโวยวายกันถึงเพียงนี้?” สุรเสียงกังวานเย็นเยียบทำให้ทั่วทั้งตำหนักตกอยู่ในความเงียบงัน เหม่ยหลินรีบทรุดตัวลงคุกเข่า “ฝ่าบาท! หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ หว่านเอ๋อร์นางกลั่นแกล้งหม่อมฉัน!” ทว่า ก่อนที่นางจะได้พูดต่อ ฮ่องเต้เฟยหลงกลับเดินตรงไปที่หีบไม้จันทน์ที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะ พระองค์ทรงหยิบหีบนั้นขึ้นมาแล้วเปิดออก สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีตวัดมองกุ้ยเฟยด้วยความเย็นชาที่นางไม่เคยได้รับมาก่อน “เหม่ยหลิน... เจ้าบอกว่าเจ้าถูกใส่ร้าย แต่ทำไมสมุนไพรชนิดนี้ถึงได้อยู่ในตำหนักของเจ้า ทั้งที่กฎมณเฑียรบาลห้ามไว้ชัดเจนเช่นนี้?” หว่านเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างกายพระองค์ขยับยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ทว่าก่อนที่ฮ่องเต้จะได้มีพระราชโองการตัดสินความผิด จู่ๆ ขันทีคนสนิทของกุ้ยเฟยก็พุ่งตัวเข้ามาแย่งหีบในพระหัตถ์ฮ่องเต้แล้วกลืนสมุนไพรเม็ดนั้นลงคอไปต่อหน้าต่อตาผู้คนทั้งหลาย! เขาล้มลงชักเกร็งอย่างรุนแรง เลือดสีดำไหลออกจากปากก่อนจะสิ้นใจลงตรงพระบาทฮ่องเต้ กลิ่นไหม้ฉุนกึ๊กตลบอบอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับรอยยิ้มสุดท้ายที่ดูบิดเบี้ยวของขันทีผู้นั้น... “ไม่ใช่นะ... ข้าไม่ได้สั่งให้เขาทำเช่นนี้!” กุ้ยเฟยกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แต่เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองหลินหว่านเอ๋อร์ สิ่งที่นางได้รับตอบกลับมา คือดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมศพและเสียงกระซิบเบาๆ ที่มีเพียงนางที่ได้ยิน “ดูเหมือนว่า... ขันทีของท่านจะเป็นคนรักเจ้านายมากเสียจนยอมตายแทน... แต่ท่านคิดจริงๆ หรือเพคะ ว่าความตายของเขาจะช่วยล้างมลทินให้ท่านได้?” หลินหว่านเอ๋อร์หันไปสบตาฮ่องเต้เฟยหลง ซึ่งบัดนี้แววตาของพระองค์มิได้เต็มไปด้วยความรัก แต่กลับมีความสงสัยที่เริ่มกัดกินหัวใจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ และในวินาทีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของกุ้ยเฟย ประตูหลังตำหนักก็ถูกเปิดออกโดย ‘คนที่ไม่คาดฝัน’... หญิงชราผู้หนึ่งในชุดนางกำนัลอาวุโสที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อนก้าวเข้ามา พร้อมกับจดหมายในมือที่ประทับตราลับของตระกูลหลิน! ไป๋เหลียนฮวาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความเข้มข้นที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%