หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น•ตอนที่ 21

น้ำตาหยดสุดท้าย

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
เสียงกราวของกำไลหยกกระทบกันเบาๆ ยามที่ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหญ้าคาของหลินหว่านเอ๋อร์บรรจงวางถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามลงบนโต๊ะไม้จันทน์ ภายในตำหนักเย็นที่ครั้งหนึ่งเคยชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาและกลิ่นอายความตาย บัดนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งการชำระแค้น นางมิได้เร่งรีบ ดวงตาหงส์คู่คมกวาดมองร่างของฮูหยินรองลี่ซื่อ—มารดาเลี้ยงผู้เคยเหยียบย่ำมารดาแท้ๆ ของนางจนต้องตรอมใจตาย—ที่บัดนี้กำลังสั่นเทาอยู่บนพื้นเย็นเยียบ สภาพของอีกฝ่ายยับเยินไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ผมเผ้าหลุดรุ่ย เสื้อผ้าอาภรณ์หลุดลุ่ยราวกับสุนัขจนตรอก "แปลกจริงนะเจ้าคะ..." น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้อง "ยามที่ท่านแม่ของข้าต้องกราบกรานขอความเมตตาจากท่านในเรือนนั้น สายตาของท่านช่างเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยวเสียเหลือเกิน เหตุไฉนวันนี้... เพียงแค่ลมหายใจของท่านเอง ท่านกลับสั่นกลัวเสียจนน่าเวทนาเช่นนี้เล่า?" ลี่ซื่อเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง นางพยายามตะเกียกตะกายเข้ามาใกล้ แต่อนุรักษ์ขันทีข้างกายหลินหว่านเอ๋อร์กลับใช้ปลายเท้ากดทับชายผ้าอ้อมของนางไว้ แน่นหนาจนขยับไม่ได้ "นัง... นังลูกอกตัญญู!" ลี่ซื่อเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย "ข้าอุส่าห์เลี้ยงดูเจ้าให้เติบใหญ่ ข้าทำลายนาคตของแม่เจ้าก็เพราะตระกูลหลินต้องอยู่รอด! เจ้ามันพวกเนรคุณ!" หลินหว่านเอ๋อร์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มงดงามแต่กลับเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกเสียดเสียวสันหลังวาบ นางค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ นั่งยองลงให้ระดับสายตาเสมอกับสตรีผู้พ่ายแพ้ ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปเชยคางของลี่ซื่อขึ้นบังคับให้สบตา "เลี้ยงดูหรือเจ้าคะ?" หว่านเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ ทว่าชัดเจนก้องกังวานในโสตประสาท "เศษข้าวเดนที่ท่านโยนให้ เศษผ้าห่มเก่าๆ ที่หนาวเหน็บในฤดูหนาว และหยาดน้ำตาที่ข้าต้องหลั่งรินทุกค่ำคืน... สิ่งเหล่านี้หรือคือบุญคุณที่ข้าต้องทดแทน?" นางสะบัดหน้าลี่ซื่อออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดปลายนิ้ว ราวกับว่าการสัมผัสโดนตัวอีกฝ่ายทำให้1นางรังเกียจถึงขีดสุด "เจ้า... เจ้าคิดจะทำอะไร ข้าเป็นถึงฮูหยินตระกูลหลินนะ! ฝ่าบาท... ฝ่าบาทจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!" ลี่ซื่อกรีดร้องอย่างเสียสติเมื่อเห็นหลินหว่านเอ๋อร์หยิบขวดกระเบื้องสีชาขนาดย่อมขึ้นมาจากถาดเงิน ในจังหวะนั้นเอง ประตูตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงสง่าของฮ่องเต้เฟยหลงที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงเนตรคมกริบกลับกวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดด้วยความเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง พระองค์มิได้ตรัสห้าม มิได้แสดงความตกใจ ราวกับทรงคาดการณ์ไว้แล้วว่าสตรีในดวงใจจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร หลินหว่านเอ๋อร์เพียงเหลือบพักตร์ไปมองฮ่องเต้แวบหนึ่ง ก่อนจะย่อกายทำความเคารพตามพิธีการอย่างสง่างามโดยไม่เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เฟยหลงยกพระหัตถ์ขึ้นเป็นเชิงอนุญาตให้ลุกขึ้น ทรงสาวพระบาทมาหยุดยืนเคียงข้างนาง ทอดพระเนตรมองลี่ซื่อที่กำลังคลานเข้ามาหมอบกราบแทบพระบาท เพื่อหวังพึ่งพาอำนาจของโอรสสวรรค์ "ฝ่าบาท! ทรงโปรดเมตตาด้วยเพคะ! สนิมเนื้อในตน พระสนมหลินนางเสียสติไปแล้ว นางกำลังจะฆ่าคนเพคะ!" ลี่ซื่อโขกศีรษะกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ เฟยหลงก้มพระพักตร์ลงทอดพระเนตรสตรีที่กำลังร่ำไห้คร่ำครวญ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความรู้สึก "ความผิดฐานใส่ร้ายขุนนางผู้ใหญ่และวางยาพิษสนมเอกในอดีต... มีโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร เจ้าคิดว่ากระิ่นเช่นเจ้า สมควรได้รับความเมตตากระนั้นหรือ?" ลี่ซื่อใบหน้าซีดเผือด ไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง หลินหว่านเอ๋อร์ย่อตัวลงอีกครั้ง เปิดจุกขวดกระเบื้องสีชา กลิ่นหอมหวานเอียนชวนคลื่นไส้โชยออกมา มันคือยาพิษชนิดเดียวกันกับที่ลี่ซื่อเคยใช้ปลิดชีวีมารดาของนางเมื่อหลายปีก่อน "ข้าไม่ได้จะฆ่าท่านหรอกนะเจ้าคะ..." หว่านเอ๋อร์เอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีด "แต่ข้าแค่อยากให้ท่านได้ลิ้มรสชาติ... ของความทรมานที่ไร้ซึ่งทางออก ช้าๆ ทีละนิด... จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหมดไป" นางบังคับกรอกน้ำยาพิษลงในลำคอของลี่ซื่อ ท่ามกลางเสียงสำลักและเสียงกรีดร้องที่ค่อยๆ แห้งเหือดหายไปตามฤทธิ์ยา ดวงตาของลี่ซื่อเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายชักกระตุกก่อนจะแน่นิ่งสนิทลงไปกับพื้น หยาดน้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินออกจากหางตาของลี่ซื่อ... เป็นการชดใช้ด้วยชีวิตอย่างสาสม หลินหว่านเอ๋อร์ยืนขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึก1เพื่อขับไล่ความอึดอัดในอกออกไป มือเรียวเล็กถูกกุมไว้ด้วยฝ่ามืออุ่นหนาของเฟยหลง พระองค์ดึงนางเข้าไปสวมกอดไว้แนพระอุระอย่างเงียบๆ มอบความอบอุ่นแทนคำปลอบโยนทั้งหมดในโลกใบนี้ ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและความสำเร็จอันน่าสะพรึงกลัว ขันทีประจำพระองค์กลับวิ่งหน้าตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเบื้องพระบาทด้วยเนื้อตัวสั่นเทา "ฝ่าบาท... พระสนม... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีละล่ำละลักรายงานด้วยเสียงขาดห้วง "ไทเฮา... ไทเฮาเสด็จมาที่นี่ พร้อมกับราชโองการปลด... ปลดพระสนมหลินพ่ะย่ะค่ะ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์ผงาดบัลลังก์เลือด: น้ำตาแห่งการชำระแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%