แสงไฟนีออนสีชาจากป้ายร้านเหล้าใต้ดินสะท้อนผ่านกระจกกันกระสุนของรถยนต์ซีดานคันหรู เผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างของรวินท์ที่กำลังเพ่งพินิจหน้าจอแท็บเล็ตในมืออย่างเงียบงัน ข้อมูลดิจิทัลนับร้อยบรรทัดไหลผ่านม่านตาคมกริบของเขาอย่างรวดเร็ว ทุกตัวเลขและรหัสผ่านถูกประมวลผลด้วยตรรกะอันแม่นยำราวกับคอมพิวเตอร์ แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับเสียงเคาะเบาๆ ที่พวงมาลัย ซึ่งจังหวะของมันฟ้องว่าเขากำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วงเพื่อคำนวณความเสี่ยงในปฏิบัติการคืนนี้
“คุณรวินท์คะ... เอ๊ย ผมหมายถึง คุณรวินท์ครับ” เสียงกระซิบผ่านหูฟังไร้สายดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่แม้จะมองไม่เห็น แต่เขาก็จินตนาการภาพของลินินที่กำลังแลบลิ้นแก้เขินได้ทันที
“ระวังเรื่องสรรพนามด้วยครับ ลินิน” รวินท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย สายตายังคงไม่ละไปจากหน้าจอ “เรากำลังอยู่ในพื้นที่เสี่ยง สถานะของคุณตอนนี้คือแฮกเกอร์รับจ้างอิสระ ไม่ใช่พนักงานร้านหนังสือฝึกหัด”
“รับทราบครับผม!” เสียงของลินินปรับเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันตาเห็น “ระบบสแกนใบหน้าหน้าทางเข้าห้องประมูลลับถูกฉันเจาะเรียบร้อยแล้วค่ะ... อ่าส์ ผมหมายถึง เจาะเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้คุณเดินเข้าประตู VIP ทางด้านหลังได้เลย ไม่มีใครสังเกตเห็นแน่นอน สัญญาณกล้องวงจรปิดในรัศมีสิบเมตรถูกวนลูปภาพเก่าไว้เรียบร้อยแล้ว ระบบความปลอดภัยของพวกมันดูเหมือนจะแน่นหนา แต่ถ้าเทียบกับโครงสร้างระบบในอดีตที่ฉันเคยดูแล มันก็แค่บ้านกระดาษดีๆ นี่เอง”
รวินท์พยักหน้ารับช้าๆ มือขวาเอื้อมไปเลื่อนปิดช่องเก็บของหน้ารถ เผยให้เห็นปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติที่บรรจุสกระสุนเต็มอัตราศึก เขาตรวจสอบความพร้อมของอาวุธด้วยความคุ้นชิน นิ้วหัวแม่มือลูบผิวโลหะเย็นเฉียบเพื่อเรียกสมาธิ บาดแผลทางใจจากการสูญเสียครอบครัวในอดีตยังคงเป็นเงาลึกในจิตใจ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ความแค้นและความโศกเศร้าถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นความเยือกเย็นอันคมกริบ
เขาเปิดประตูรถก้าวลงสู่ความมืดของตรอกซอยแคบๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นบุหรี่ฉุนกึกปะทะเข้ากับจมูก แต่รวินท์ไม่ได้แสดงอาการรังเกียจแม้แต่น้อย ฝ่ายตรงข้ามเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้การประมูลสิ่งผิดกฎหมายและข้อมูลลับสุดยอดเป็นเครื่องมือฟอกเงิน การจะลากคอมนุมมืดเหล่านี้ออกมาสู่แสงสว่าง จำเป็นต้องใช้เหยื่อล่อที่หอมหวานพอ และ "เหยื่อ" ในคืนนี้ก็คือตัวเขาเอง
ประตูเหล็กบานใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังกองลังกระดาษถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง รวินท์ก้าวเข้าไปในความสลัวของทางเดินปูพรมแดง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นซิการ์ชั้นดี บ่งบอกถึงสถานะของผู้คนที่อยู่เบื้องหลังประตูบานถัดไป
“รวินท์ครับ ทางเข้าห้องโถงใหญ่มีบอดี้การ์ดสองคน สเปกความสูงประมาณร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร น้ำหนักราวเก้าสิบกิโลกรัม ผ่านการฝึกศิลปะการต่อสู้ระยะประชิดมาอย่างโชกโชน ระวังตัวด้วยนะครับ ฉันตรวจพบสัญญาณชีพจรที่ผิดปกติจากพวกมัน น่าจะเป็นปืนพกซ่อนใต้สูท” เสียงเตือนจากลินินดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในหูฟัง
รวินท์ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด เขาสวมหน้ากากอนามัยสีดำสนิทเพื่ออำพรางใบหน้าส่วนล่าง ก่อนจะก้าวเดินด้วยท่าทีสุขุมราวกับเป็นแขกวีไอพีผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง การก้าวเท้าแต่ละครั้งมั่นคงและเต็มไปด้วยความมั่นใจ จนกระทั่งบอดี้การ์ดร่างยักษ์ทั้งสองคนยกมือขึ้นขวางทาง
“ขอตรวจสอบบัตรเชิญด้วยครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง สายตาสอดส่องสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของรวินท์
รวินท์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขายื่นสมาร์ทโฟนที่หน้าจอแสดงผลคิวอาร์โค้ดเข้ารหัสพิเศษให้ตรวจสอบ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง โพรไฟล์เลอร์หนุ่มใช้ทักษะการสังเกตอันเฉียบคมกวาดตามองการลงน้ำหนักที่เท้าขวาของบอดี้การ์ดฝั่งซ้าย น้ำหนักตัวทิ้งไปข้างหลังเล็กน้อย... *หมอนี่ถนัดขวาและกำลังระวังภัยด้านมุมอับ*
“เชิญครับ” บอดี้การ์ดพยักหน้ารับหลังจากสแกนโค้ดผ่านระบบที่ลินินเพิ่งแฮกแก้ไขฐานข้อมูลสดๆ ร้อนๆ ประตูบานคู่แกะสลักลวดลายวิจิตรจึงเปิดออก
แสงไฟสีทองสลัวจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสาดส่องลงมากระทบกับห้องโถงกว้างขวาง บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความเงียบสงบอันน่าอึดอัด ผู้ทรงอิทธิพล นักการเมืองทุจริต และพ่อค้าอาวุธเถื่อนนับสิบชีวิตนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้รอบเวทีประมูลตรงกลาง ทุกคนสวมหน้ากากแฟนซีเพื่อปกปิดตัวตน แต่รวินท์กลับสามารถอ่านภาษากายและโปรไฟล์ของแต่ละคนได้อย่างทะลุปรุโปร่งผ่านท่าทางการนั่งและการประสานมือ
เขาก้าวเข้าไปนั่งเงียบๆ ที่มุมอืดของแถวที่สาม สายตาคมกวาดมองไปยังแท่นประมูลด้านหน้า ซึ่งขณะนี้วัตถุชิ้นสำคัญกำลังถูกนำขึ้นมาจัดแสดง—แฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่บันทึกข้อมูลลับสุดยอดของกรมตำรวจและรายชื่อสายลับนอกแถว
“เอาล่ะครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน...” เสียงพิธีกรในชุดสูทเนี๊ยบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานชวนระทึก “สินค้าชิ้นถัดไป... คือกุญแจที่จะไขประตูสู่อำนาจที่แท้จริง ข้อมูลชุดนี้มีราคาเริ่มต้นที่สิบล้านดอลลาร์...”
รวินท์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยภายใต้หน้ากากรักษาสีหน้า แผนการล่อให้ผู้ร้ายติดกับกำลังดำเนินไปตามสเต็ปที่เขาคาดการณ์ไว้ทุกประการ ข้อมูลชุดนี้ไม่ใช่ข้อมูลจริง แต่เป็น "ไวรัสโทรจัน" ระดับสูงที่ลินินฝังตัวติดตามเอาไว้ ทันทีที่มีใครดาวน์โหลดข้อมูลจากแฟลชไดรฟ์นี้ ตำแหน่งที่ตั้งและเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดขององค์กรจะถูกเปิดเผยในพริบตา
“สิบห้าล้าน!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากมุมมืดทางด้านขวา
“ยี่สิบห้าล้าน!” อีกเสียงสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้
รวินท์ยังคงนิ่งเงียบ เขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อนประมูลในตอนนี้ หน้าที่ของเขาคือการรอดูว่าใครคือ "ปลาตัวใหญ่" ที่อยู่เบื้องหลังการประมูลครั้งนี้ และแล้ว สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับชายร่างสูงวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนระเบียงชั้นลอยวีไอพี ชายคนนั้นไม่ได้ยกป้ายประมูล แต่เขากำลังส่งสัญญาณมือลับบางอย่างให้กับผู้ช่วยข้างกาย
*รอยแผลเป็นบริเวณข้อมือซ้าย... ท่าทางการวางมือที่แสดงถึงอำนาจเหนือกว่า... และแหวนตราสัญลักษณ์รูปงูอูโรโบรอส*
สมองของรวินท์ประมวลผลทันที—นั่นคือ "เป้าหมายหลัก" บุคคลที่กรมตำรวจตามล่ามานานแรมปี หัวหน้าเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของครอบครัวเขา
“ลินินครับ เช็คสัญญาณจากระเบียงชั้นลอยฝั่งตะวันตก เป้าหมายปรากฏตัวแล้ว” รวินท์กระซิบผ่านไมโครโฟนจิ๋ว
“รับทราบค่ะ เอ๊ย รับทราบครับคุณรวินท์!” เสียงของลินินตื่นเต้นจนเนื้อเต้น “ฉันกำลังเจาะเข้าสู่ระบบควบคุมกล้องวงจรปิดมุมสูงของจุดนั้น... เดี๋ยวนะคะ... เอ๊ย! เดี๋ยวนะครับ!”
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของลินินทำให้รวินท์ขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างแล่นแปลบขึ้นมาตามสันหลัง
“มีอะไรผิดพลาดหรือครับ ลินิน?”
“ระบบรักษาความปลอดภัยของพวกมันไม่ได้ถูกแฮกแค่ฝ่ายเดียวค่ะ... เอ๊ย ฝ่ายครับ! มีไวรัสอีกตัวหนึ่งกำลังพยายามแย่งชิดการควบคุมระบบจากฉัน... ไม่ใช่สิ มันกำลังพยายามเจาะเข้ามาที่เซิร์ฟเวอร์ของเราเอง!” เสียงแป้นพิมพ์รัวเร็วราวกับห่าฝนดังลอดเข้ามาในหูฟัง “นี่มันไม่ใช่ระบบป้องกันขององค์กรนี้... แต่มันคือการดักฟังจากบุคคลที่สาม!”
ในวินาทีนั้นเอง ไฟทั่วทั้งห้องโถงประมูลก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่โดยรอบ เสียงอื้ออึงด้วยความตกใจของผู้ทรงอิทธิพลดังขึ้นระงม แต่รวินท์ไม่ได้ขยับเขยื้อน เขารีบชักปืนพกออกจากซองอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยอันตรายถึงชีวิต
ท่ามกลางความมืดสนิท มีแสงเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งพุ่งตรงมาหยุดนิ่งอยู่ตรงกลางหน้าผากของเขาพอดี
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากความมืดบนระเบียงชั้นลอย ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกที่ก้องกังวานผ่านลำโพงสนาม
“ยินดีต้อนรับสู่กับดักของฉัน... ท่านโพรไฟล์เลอร์ผู้ฉลาดล้ำ”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับตอนนี้นะครับ!
โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ•ตอนที่ 20
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!