“กระสุนนัดนั้นไม่ได้ยิงมาเพื่อฆ่า แต่มันยิงมาเพื่อเตือนให้มึงหยุดเล่นบทพระเอกเสียที รวินท์”
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในตรอกมืดหลังโกดังร้าง กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นน้ำมันเครื่องเก่าๆ คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ รวินท์ในสภาพสะบักสะบอมยันกายขึ้นจากพื้นดินแฉะ มือข้างที่บาดเจ็บสั่นระริกขณะกดบาดแผลที่ต้นแขน เลือดสีเข้มไหลซึมผ่านปลายนิ้วลงสู่พื้นคอนกรีตเป็นหย่อมๆ
ลินินที่หลบอยู่หลังลังไม้ผุพังค่อยๆ ขยับตัวออกมา ดวงตาคมกริบของเธอยังคงกวาดมองไปรอบด้านด้วยสัญชาตญาณของนักถอดรหัสที่ผ่านสมรภูมิข้อมูลมานับไม่ถ้วน มือของเธอไม่ได้ถืออาวุธ แต่ถือเครื่องมือพกพาขนาดเล็กที่กำลังรัวคำสั่งผ่านหน้าจอโฮโลแกรมจางๆ เพื่อเช็กสัญญาณชีพของศัตรูที่เพิ่งล่าถอยไป
“คุณเป็นใคร” รวินท์เค้นเสียงถาม แม้จะเจ็บจนแทบขาดใจ แต่สายตาของเขายังคงจ้องจับพิรุธชายแปลกหน้าที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอิฐอยู่ห่างออกไปสามเมตร ชายผู้นี้สวมเสื้อโค้ทสีมอซอ ปีกหมวกปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่รอยแผลเป็นพาดผ่านคิ้วซ้ายนั้นบอกเล่าประสบการณ์โชกโชนเกินกว่าจะเป็นคนเดินถนนธรรมดา
“คนที่ถูกองค์กรของมึงเขี่ยทิ้งเมื่อสิบปีก่อนไงล่ะ” ชายคนนั้นโยนซองบุหรี่ที่แบนแฟบลงพื้น “ไอ้พวกคนดีมีศีลธรรมในกรมตำรวจมันไม่เคยบอกมึงสินะ ว่าคดีที่ครอบครัวมึงตายจริงๆ แล้วมันมี ‘ช่องโหว่’ ที่เกิดจากการตัดสินใจของใครบางคนในระดับสูง”
รวินท์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความเจ็บปวดทางกายถูกแทนที่ด้วยความเย็นวาบที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
“คุณหมายความว่ายังไง?”
“หมายความว่ามึงกำลังเดินเข้ากรงขังที่พวกมันวางไว้ให้” ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาใกล้ขึ้น แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่กะพริบถี่ๆ เผยให้เห็นดวงตาที่ฉายแววเวทนา “กูชื่อ ‘เดช’ เคยเป็นสายสืบที่รู้เรื่องพวกมันมากเกินไป เลยต้องลงไปนอนคลุกโคลนอยู่ในเงามืดแบบนี้ไงล่ะ”
ลินินเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าข้างตัว ก่อนจะแทรกบทสนทนาขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความเด็ดขาด “ถ้าคุณรู้เรื่องลึกขนาดนั้น ทำไมถึงเพิ่งปรากฏตัวตอนนี้? และทำไมต้องช่วยพวกเราที่กำลังจะกลายเป็นศพในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า?”
เดชหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นฟังดูแห้งแล้ง “เพราะโพรไฟล์เลอร์ที่มั่นใจในตรรกะตัวเองจนเกินไปแบบเขา คือตัวหมากตัวสุดท้ายที่ผมจะยอมให้พวกมันเขมือบได้ไงแม่สาวน้อย... อีกอย่าง ระบบรหัสที่คุณกำลังพยายามเจาะอยู่น่ะ มันไม่ใช่แค่ระบบความปลอดภัยทั่วไป แต่มันคือ ‘ประตูสู่ความจริง’ ที่ถูกฝังรหัสผ่านเปลี่ยนใหม่ทุกสิบห้านาที”
รวินท์ขมวดคิ้ว ความสามารถในการวิเคราะห์ของเขาเริ่มทำงานอีกครั้ง เขาพยายามสังเกตพฤติกรรมของเดช จังหวะการยืน การวางตำแหน่งเท้า และรอยคล้ำใต้ตาที่บ่งบอกถึงอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง ทุกอย่างสอดคล้องกับโปรไฟล์ของ ‘อดีตตำรวจที่สูญสิ้นศรัทธา’ ไม่มีการเสแสร้ง หรือถ้ามี ชายคนนี้ก็เป็นนักแสดงระดับออสการ์ที่หาตัวจับยาก
“พาไปที่ที่ปลอดภัยได้ไหม” รวินท์เอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง “ถ้าคุณรู้เรื่ององค์กรนั้นจริง เราก็มีเป้าหมายเดียวกัน”
“ปลอดภัยไม่มีอยู่จริงหรอกรวินท์” เดชโยนปืนพกกระบอกหนึ่งให้เขา “มีแค่ที่ที่พวกมันจะหาเจอช้าที่สุดเท่านั้น ตามมา ถ้าไม่อยากให้ปอดของมึงพรุนไปมากกว่านี้”
ทั้งสามคนเคลื่อนที่ออกจากตรอกมืดไปอย่างเงียบเชียบ ลินินเดินปิดท้าย เธอยังคงป้อนคำสั่งลงในอุปกรณ์พกพาเป็นระยะเพื่อล้างร่องรอยดิจิทัลที่พวกเขาทิ้งไว้ รวินท์สังเกตเห็นว่าเดชนำทางผ่านเส้นทางที่ไม่ปรากฏบนแผนที่ ทั้งทางระบายน้ำเก่าและทางเชื่อมตึกที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าชายคนนี้มีความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างเมืองนี้อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องของคดีความ
เมื่อถึงที่พักชั่วคราวที่เป็นห้องใต้ดินลับใต้ร้านหนังสือเก่า ลินินรีบทำแผลให้รวินท์อย่างชำนาญ มือของเธอแผ่ไอเย็นบางอย่างออกมา ซึ่งเป็นผลมาจากทักษะพิเศษที่เธอซ่อนไว้ การบาดเจ็บที่ต้นแขนดูเหมือนจะบรรเทาลงอย่างน่าประหลาด
“คุณเดช” รวินท์เปิดบทสนทนาขึ้นอีกครั้งหลังจากความเงียบปกคลุม “ทำไมต้องเป็นผม? ทำไมไม่ใช่คนอื่นที่ฉลาดกว่าผมในองค์กรนั้น?”
เดชที่กำลังชงกาแฟดำกลิ่นฉุนกึกหันกลับมามอง “เพราะมึงมีสิ่งที่พวกมันไม่มี... ความบ้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นไงล่ะ การเป็นโพรไฟล์เลอร์มันไม่ใช่แค่การวิเคราะห์ แต่คือการ ‘สวมรอย’ เป็นคนร้ายเพื่อเข้าใจจิตใจพวกมัน มึงทำได้ดีกว่าใคร แต่มึงก็เปราะบางที่สุดเพราะมึงยังยึดติดกับความยุติธรรมแบบเด็กๆ”
ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมบนข้อมือของรวินท์ก็สั่นรัว มันสว่างวาบเป็นสีแดงฉานพร้อมเสียงสัญญาณเตือนที่ดังจนหนวกหู
*ระบบเตือนภัยระดับสูงสุด:*
*[ตรวจพบการบุกรุกโดยหน่วยล่าสังหารรหัส ‘เงามรณะ’]*
*[เวลาถึงที่หมาย: 120 วินาที]*
รวินท์ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขามองหน้าลินินที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันไปหาเดชที่ยังคงจิบกาแฟอย่างใจเย็น
“ดูเหมือน ‘มิตรภาพ’ ของเราจะต้องเจอศึกหนักเร็วกว่าที่คิดนะ” เดชแสยะยิ้มก่อนจะคว้าลูกซองสั้นข้างตัว “จำไว้รวินท์... ในเกมนี้ ใครที่เลิกเป็นคนดีก่อน คือคนที่จะรอดชีวิต”
ทว่า ในวินาทีที่รวินท์กำลังจะเตรียมตัวต่อสู้นั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องใต้ดินดังขึ้นสามจังหวะสั้นๆ สลับยาว ตามด้วยเสียงหญิงสาวที่ทุกคนคุ้นเคยดี… เสียงที่รวินท์ไม่มีวันลืม แม้จะเป็นเสียงที่เขาเชื่อว่าตายไปแล้วพร้อมกับเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน
“พี่รวินท์... หนูรู้ว่าพี่อยู่ที่นั่น เปิดประตูให้หนูเถอะค่ะ”
รวินท์ตัวแข็งทื่อ ปืนในมือแทบหลุดจากอุ้งมือ ลินินมองเขาด้วยแววตาสั่นระริก เพราะในฐานข้อมูลของเธอ ‘น้องสาว’ ของรวินท์คือบุคคลที่เสียชีวิตในคดีนั้นไปตั้งแต่วันแรกที่มันเริ่มขึ้นแล้ว
*สถานการณ์พลิกผันเกินกว่าตรรกะใดจะรองรับได้... ใครคือผู้ที่อยู่หลังประตูบานนั้นกันแน่?*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ!
โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ•ตอนที่ 19
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!