แสงไฟนีออนสีขาวอมฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส AIO สามจอเรียงต่อกัน สะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของผมอย่างต่อเนื่อง เสียงพัดลมระบายความร้อนของเคสคอมพิวเตอร์สเปกสูงส่งเสียง “ฮัม” ต่ำๆ แข่งกับเสียงคีย์บอร์ดกลไกที่ถูกกดลงไปด้วยความเร็วและน้ำหนักที่สม่ำเสมอ บรรยากาศภายในห้องใต้ดินของร้านหนังสือมือสองยามวิกาลอบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่า คราบหมึกพิมพ์ และกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดจนหมดรสชาติ
“ถ้าคุณยังพยายามเจาะเข้าไฟร์วอลล์ชั้นที่เจ็ดด้วยวิธีบลute-force แบบนั้น ฮาร์ดดิスク ของเราจะไหม้คามือเสียก่อนนะฃรวินท์”
เสียงใสๆ ที่เจือไปด้วยความขบขันดังขึ้นจากมุมห้อง ลินินกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สำนักงานเบาะหนังสีดำ ในมือของเธอถือแก้วเซรามิกอุ่นๆ ที่ไอร้อนเริ่มจางหายไป สายตาคู่คมกริบภายใต้แพขนตายาวมองตรงมาที่หน้าจอหลัก ซึ่งตอนนี้ปรากฏเส้นกราฟสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวเป็นระยะ
ผมหยุดนิ้วที่กำลังคาอยู่บนแป้นพิมพ์ ชำเลืองมองตัวเลขสถานะความปลอดภัยบนหน้าจอที่ระบุว่า *[SECURITY BREACH DETECTED: TRACE ROUTE ACTIVE]*
“ระบบป้องกันของเซิร์ฟเวอร์เครือข่ายนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยโค้ดมนุษย์ทั่วไปครับ ลินิน” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดฝอยที่ขมับ “โครงสร้างตรรกะของมันซ้อนทับกันสามชั้น เป็นสถาปัตยกรรมแบบไดนามิกที่เปลี่ยนรหัสผ่านทุกๆ หกสิบวินาที ถ้าผมไม่ใช้กำลังทางคอมพิวเตอร์กดดันให้มันรวน เราไม่มีทางเข้าถึงไฟล์บันทึกคดีเมื่อสิบปีก่อนได้เลย”
“แต่คุณก็รู้ว่าพวกมันตั้งระบบ ‘Dead-Man’s Switch’ เอาไว้” ลินินวางแก้วลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของผม กลิ่นอซิตันอ่อนๆ และกลิ่นกระดาษผสมผสานกันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเธอ “ทุกครั้งที่คุณพยายามถอดรหัส บล็อกข้อมูลจะส่งสัญญาณพิกัดย้อนกลับไปยังต้นทาง ถ้าเราประเมินพลาดไปแม้แต่วินาทีเดียว ทีมไล่ล่าขององค์กรนั้นจะรู้ทันทีว่าเรากำลังขุดคุ้ยเรื่องอะไรอยู่”
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก
ในฐานะโพรไฟล์เลอร์ ผมถูกฝึกให้มองหาแบบแผนจากพฤติกรรมมนุษย์ แต่สิ่งที่อยู่หลังหน้าจอนี้ไม่ใช่พฤติกรรม มันคืออัลกอริทึมที่ถูกออกแบบมาเพื่อปิดปากคนที่อยากรู้อยากเห็น คดีฆาตกรรมหมู่ที่คร่าชีวิตครอบครัวของผมไปเมื่อสิบปีก่อน ถูกปะหน้าด้วยแฟ้มคดีอุบัติเหตุทางถนนธรรมดา แต่ร่องรอยการตัดสายเบรกและคราบสารเคมีที่พบในซากรถ กลับบอกเล่าเรื่องราวอีกด้านหนึ่งที่มืดมนกว่านั้นมาก
“ผมไม่มีทางเลือกอื่นครับ” ผมตอบเสียงต่ำ พลางขยับเมาส์คลิกเพื่อเปิดหน้าต่างคำสั่งชุดใหม่ “ข้อมูลชุดนี้แลกมาด้วยชีวิตของสารวัตรธน ภาระหน้าที่ที่ผมแบกรับอยู่ มันหนักหนาเกินกว่าจะถอยหลังกลับไปได้แล้ว”
ลินินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ความอบอุ่นจากตัวเธอที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวในห้องใต้ดินได้บ้าง นิ้วเรียวเล็กของเธอเอื้อมมาแตะลงบนไหล่ของผมเบาๆ เป็นการส่งผ่านกำลังใจที่ไร้คำพูด แต่ทรงพลังเสียยิ่งกว่าคำปลอบ
“โอเค ถ้าคุณยืนกรานแบบนั้น ฉันจะช่วยบล็อกสัญญาณย้อนกลับให้เอง” เธอยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มักจะปรากฏขึ้นเสมอยามที่เธอเจอเรื่องท้าทาย “เตรียมตัวให้พร้อมนะรวินท์ อีกสิบวินาที ฉันจะเปิดช่องโหว่ในชั้นที่ห้าให้ คุณต้องรีบดึงไฟล์ทั้งหมดออกมาก่อนที่ระบบจะล็อกตัวเองถาวร”
หน้าจอบนโต๊ะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท มีเพียงตัวอักษรสีเขียววิ่งผ่านรวดเร็วเหมือนสายฝนในภาพยนตร์ไซไฟ
*10... 9... 8...*
หัวใจของผมเต้นรัวระรัว อะดรีนาลีนหลั่ง 3 ทั่วร่างกาย ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกปลุกให้ตื่นตัวถึงขีดสุด สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงเพื่อคำนวณขนาดของไฟล์และเส้นทางดาวน์โหลดที่สั้นที่สุด
*3... 2... 1... เริ่ม!*
ลินินกระแทกนิ้วลงบนคีย์บอร์ดฝั่งเธอ เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังสนั่นราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสี หน้าจอหลักของผมแตกแขนงออกเป็นหน้าต่างย่อยนับร้อย บังคับให้สายตาต้องกวาดมองทุกบรรทัดอย่างแม่นยำ
*“เจอแล้ว!”* ผมพึมพำกับตัวเอง นิ้วมือขยับลากไฟล์โฟลเดอร์ขนาดใหญ่ที่ถูกเข้ารหัสลับระดับทหารเข้ามายังฮาร์ดดิสก์สำรอง แถบแสดงสถานะการดาวน์โหลดพุ่งทะยานจาก 10% ไปเป็น 50% อย่างรวดเร็ว
ทว่า... ทันใดนั้นเอง หน้าจอก็เปลี่ยนเป็นสีเลือด
สัญญาณเตือนภัยเสียงแหลมสูงดังขึ้นลั่นห้องใต้ดิน ไฟนีออนสีขาวกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลง เหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากระบบฉุกเฉินที่สะท้อนใบหน้าของเราทั้งสองคน
“แย่แล้ว!” ลินินอุทาน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “มันไม่ใช่แค่บล็อกสัญญาณธรรมดา แต่มันคือไวรัสทำลายล้างข้อมูลขั้นเด็ดขาด พวกมันตั้งโปรแกรมดักรอไว้ล่วงหน้าแล้ว!”
“ถอดสายเคเบิลออกเดี๋ยวนี้!” ผมตะโกนลั่น พยายามกระชากสายเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์ภายนอกออก แต่ช้าไปเสี้ยววินาที หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักเกิดประกายไฟเล็กๆ พร้อมกับควันสีขาวบางเบาลอยขึ้นมาจากช่องระบายความร้อน กลิ่นไหม้ของแผงวงจรลอยแตะจมูก
ไฟล์ข้อมูลเกือบทั้งหมดหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงหน้าจอสีดำสนิทที่มีข้อความทิ้งท้ายกระพริบช้าๆ เป็นจังหวะ
*[ACCESS DENIED. WE SEE YOU, PROFILER.]*
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจของเราทั้งคู่ ลินินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของเธอ ขณะที่ผมยังคงจ้องมองหน้าจอที่ดับสนิทด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความโกรธ ความคับแค้น และความว่างเปล่าผสมปนเปกันในอก
ทว่า ในความมืดมิดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแปลกปลอมก็ดังขึ้นจากสมาร์ทโฟนส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะ
*ติ๊ง!*
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา หน้าจอแสดงพิกัดจีพีเอสล่าสุด พร้อมกับข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง
*[ข้อมูลที่คุณตามหาไม่ได้อยู่ในเซิร์ฟเวอร์นั้น... แต่อยู่ที่ปลายทางที่คุณกำลังจะไป จงระวังตัวให้ดี โพรไฟล์เลอร์หนุ่ม ผู้ช่วยของคุณซ่อนอะไรบางอย่างไว้มากกว่าที่คุณคิด]*
ผมชะงักค้าง หันขวับไปมองหน้าลินินที่กำลังนั่งมองข้อความนั้นผ่านไหล่ของผมเช่นกัน แววตาสดใสและขี้เล่นในตอนแรกของเธอบัดนี้หายวับไป เหลือเพียงความเรียบเฉยที่ชวนให้ขนลุกเกรียว
แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดทางขึ้นร้านหนังสือ... มันกำลังเดินตรงลงมายังห้องใต้ดินแห่งนี้อย่างช้าๆ และมั่น 3
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ!
โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ•ตอนที่ 18
ข้อมูลที่แลกด้วยเลือด
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!