จังหวะการพิมพ์คีย์บอร์ดของลินินดังขึ้นราวกับเสียงฝนตกกระทบบนหลังคาสังกะสีในคืนไร้เดือน มันรัว เร็ว และเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับของเธอปูดโปนเล็กน้อย
แต่อุณหภูมิในห้องใต้ดินของร้านหนังสือเก่าแก่แห่งนี้ไม่ได้เย็นเยียบเพราะสายฝน มันร้อนระอุด้วยกระแสความร้อนจากเซิร์ฟเวอร์สำรองสามตัวที่กำลังทำงานเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติสีฟ้าครามที่สะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตของเธอกำลังกะพริบถี่เป็นสีแดงฉาน
"พวกมันไม่ได้มาแค่ตัวคนเดียว..." ลินินพึมพำ เสียงของเธอแห้งผาก รอยยิ้มขี้เล่นที่มักประดับอยู่บนใบหน้าจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของอดีตเจ้าหน้าที่ไซเบอร์มือฉกาจ "รวินท์ ดูนี่สิ โปรโตคอลการเข้ารหัส... มันไม่ใช่บอตธรรมดา แต่มันคือโครงข่ายเอไอระดับทหารที่ถูกดัดแปลง"
รวินท์ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือไม้สักโบราณ ดวงตาคมกริบสีนิลกวาดมองเส้นกราฟข้อมูลที่วิ่งพล่านบนหน้าจอด้วยความนิ่งสงบผิดมนุษย์ แม้ภายนอกเขาจะดูเยือกเย็นราดด้วยน้ำแข็ง แต่กระบวนการคิดในสมองของโพรไฟล์เลอร์หนุ่มกลับทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าตัวประมวลผลในคอมพิวเตอร์เสียอีก เขากำลังวิเคราะห์รูปแบบการโจมตีนี้ผ่านหลักจิตวิทยาเชิงพฤติกรรมของแฮกเกอร์
ความนิ่งของศัตรู ความโลภในข้อมูล และจังหวะเวลาที่เลือกเจาะระบบ... ทุกอย่างบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่การสุ่มโจมตี แต่มันคือ "การประกาศสงคราม"
"มันกำลังพยายามเจาะทะลวงไฟร์วอลล์ชั้นที่สาม" รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน คว้าแก้วกาแฟที่เย็นชืดขึ้นมาจิบเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นสติ "วิเคราะห์จากความเร็วในการส่งแพ็กเก็ตข้อมูล พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ขโมยไฟล์คดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อเจ็ดปีก่อน แต่พวกมันกำลังดาวน์โหลด ‘ตัวตน’ ของเราไปตรวจสอบ"
"ถ้ามันผ่านไฟร์วอลล์ชั้นที่สี่เข้าไปได้ ข้อมูลชีวมิติและที่อยู่จริงของเราจะถูกเปิดเผยทันที" ลินินกัดริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวยาวพรมลงบนแป้นพิมพ์เพื่อสร้างกับดักรหัสหลอกลวงขึ้นมาต้านทาน "ฉันกำลังพยายามย้อนรอยเส้นทางไอพีของพวกมัน แต่โครงข่ายนี้ถูกกระจายผ่านเซิร์ฟเวอร์นับพันจุดทั่วโลก... บ้าจริง! พวกมันใช้เทคนิค Proxy Chaining ซ้อนทับกันเป็นร้อยชั้น!"
รวินท์ไม่ได้พูดอะไรขัดจังหวะ เขารู้ดีว่าในโลกดิจิทัล ลินินคือผู้เชี่ยวชาญที่หาตัวจับยาก แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้ด้วยสัญชาตญาณของโพรไฟล์เลอร์ว่า การตั้งรับฝ่ายเดียวไม่มีวันชนะสงครามจิตวิทยา
"หยุดวิ่งหนี แล้วต้อนมันเข้ามุม" รวินท์เอ่ยเสียงเรียบ
ลินินชะงักมือที่กำลังพิมพ์ หันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ "นายหมายความว่ายังไง? ให้เปิดช่องโหว่เหรอ? นั่นมันบ้าชัดๆ!"
"ไม่ใช่เปิดช่องโหว่ แต่เป็นการสร้าง 'กระจกเงา'" รวินท์โน้มตัวลงมา มือเรียวเอื้อมไปแตะบนแป้นพิมพ์ข้างมือเธอ สัมผัสที่เย็นเฉียบแต่หนักแน่นทำให้ลินินสงบลงชั่วขณะ "พวกมันคิดว่ากำลังล่าเหยื่อในเขาวงกต แต่พวกมันลืมไปว่า... ในเขาวงกตแห่งนี้ เราคคนออกแบบกำแพงทุกด้าน"
รวินท์เริ่มป้อนคำสั่งชุดใหม่ลงไปอย่างคล่องแคล่ว มันคือโค้ดภาษาซีพลัสพลัสผสมผสานกับตรรกะทางจิตวิทยาการตัดสินใจของมนุษย์ เขาไม่ได้ใช้แค่ตัวเลขและตัวอักษร แต่เขากำลังฝัง "กับดักทางความคิด" ลงไปในระบบส่งกลับข้อมูล (Feedback Loop)
"ถ้าพวกมันต้องการข้อมูลของเรานัก ก็จัดให้มัน..." มุมปากของรวินท์ยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้เดินเข้าสู่กรงขัง "ส่งไฟล์ขยะขนาดมหึมาที่มีการเข้ารหัสซ้อนทับเจ็ดชั้นไปให้มัน แต่ในชั้นที่สาม... ฝังโทรจันประเภทจิตวิทยาเชิงสังคม (Social Engineering Trojan) ที่จะบังคับให้เซิร์ฟเวอร์ต้นทางของมันเปิดเผยพิกัดจริงออกมาเองเมื่อมันพยายามถอดรหัส"
ลินินเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง ประกายความตื่นเต้นกลับมาอยู่ในดวงตาของเธออีกครั้ง "สุดยอด... นายใช้ความโลภของมันเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้รหัสทำงานเร็วกว่าเดิม!"
"ถูกต้อง เมื่อคนเราเจอข้อมูลที่อยากได้มากๆ ความระแวดระวังจะลดลงครึ่งหนึ่ง นั่นคือหลักจิตวิทยาพื้นฐาน" รวินท์ถอนหายใจยาวเล็กน้อยเมื่อภารกิจการโต้กลับเริ่มต้นขึ้น หน้าจอหลักเปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีเหลืองกระพริบ และในไม่ช้า... แถบสถานะการดาวน์โหลดของฝ่ายตรงข้ามก็สะดุดกึก
ในโลกภายนอก สายฝนยังคงโปรยปรายกระทบกระจกหน้าร้านหนังสือ แต่ภายในห้องใต้ดินกลับเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง
หน้าจอโฮโลแกรมแสดงผลการปะทะกันของข้อมูลราวกับสนามรบย่อมๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงค่อยๆ เงียบลง แทนที่ด้วยเสียงติ๊ดเบาๆ ที่ส่งสัญญาณว่า "กับดักทำงานแล้ว"
"ได้ตัวแล้ว!" ลินินร้องออกมาด้วยความดีใจ เธอรีบดึงพิกัดที่ซ่อนอยู่ออกมาแสดงผลบนจอหลัก "พิกัดต้นทางไม่ได้อยู่ต่างประเทศ... มันมาจากตึกร้างย่านการค้าเก่าใจกลางเมือง ห่างจากเราไปไม่ถึงห้ากิโลเมตร!"
รวินท์หรี่ตาลง มองพิกัดบนแผนที่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว ตึกร้างย่านนั้นเป็นเขตหวงห้ามและถูกปล่อยทิ้งร้างมานานหลายปี เหตุใดจึงมีระบบเซิร์ฟเวอร์ระดับทหารซ่อนอยู่ได้? หรือว่า... การโจมตีครั้งนี้จะเป็นเพียงการทดสอบฝีมือจากใครบางคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีในอดีตของเขา?
ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะได้วิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม หน้าจอทั้งหมดในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที
ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องใต้ดิน มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวๆ ที่สาดส่องลงมาบนโต๊ะทำงาน ลินินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เธอรีบเอื้อมมือไปแตะปุ่มรีสตาร์ทเซิร์ฟเวอร์สำรอง แต่ยังไม่ทันที่ระบบจะบูทกลับขึ้นมาใหม่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่บันไดไม้เก่าแก่ด้านนอก... เสียงที่ก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ทรงพลัง และจงใจให้พวกเขาได้ยิน
*เอี๊ยด... เอี๊ยด...*
เสียงไม้ลั่นตามน้ำหนักกดทับดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ รวินท์ขยับตัวไปยืนบังหน้าลินินโดยสัญชาตญาณ มือขวาเอื้อมไปหยิบปืนพกขนาด 9 มม. ที่ซองพกใต้เสื้อสูทอย่างเงียบเชียบ สติสัมปชัญญะทุกส่วนถูกปลุกเร้าถึงขีดสุด
ไม่มีการเคาะประตู ไม่มีเสียงทักทาย
เงาร่างสูงโปร่งในชุดโค้ทสีดำสนิทปรากฏขึ้นตรงกรอบประตูห้องใต้ดิน มือข้างหนึ่งถือร่มเปียกฝนที่หยดน้ำลงมากระทบพื้นส่งเสียงดัง *ติ๋ญ... ติ๋ญ...* เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่ความตาย
ร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มปริศนาที่มุมปาก พร้อมกับเสียงพูดทุ้มนุ่มที่ดังลอดความมืดเข้ามาในโสตประสาท
"ยินดีด้วยที่แก้ปริศนากับดักแรกได้... โพรไฟล์เลอร์หนุ่ม แต่เกมกระดานนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นเดินหมากตาแรกเท่านั้นเอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความระทึกขวัญในบทนี้นะครับ
โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ•ตอนที่ 7
กับดักในโลกดิจิทัล
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!