"ถ้าหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ไปในทิศทางนั้น สัญชาตญาณส่วนตัวของคุณก็เป็นเพียงแค่อคติราคาถูกครับ ผู้กองพงศธร"
น้ำเสียงของรวินท์ราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งความเกรงใจใดๆ แม้ว่าสถานการณ์เบื้องหน้าจะคือห้องประชุมลับชั้นใต้ดินของกองปราบปรามที่อัดแน่นไปด้วยนายตำรวจระดับสูงถึงหนายสนาย บรรยากาศรอบโต๊ะประชุมตัวยาวสีมะฮอกกานีตึงเครียดเสียจนแทบจะได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่โพรไฟล์เลอร์หนุ่มด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด โดยเฉพาะผู้กองพงศธร นายตำรวจหัวหน้าชุดสืบสวนเฉพาะกิจผู้มีผลงานโชกโชน ซึ่งตอนนี้ใบหน้าคมเข้มเริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนหักหน้ากลางที่ประชุม
รวินท์นั่งไขว่ห้าง แผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างผ่อนคลายทว่าดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตากลับกวาดมองเอกสารสำนวนคดีบนโต๊ะด้วยความละเอียดรอบคอบ โครงสร้างของคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง "รอยแยก" นี้ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล คนร้ายไม่ได้ทิ้งร่องรอยลายนิ้วมือหรือดีเอ็นเอไว้เลยแม้แต่น้อย ทว่าสิ่งที่หลงเหลือคือ "รูปแบบพฤติกรรม" (Behavioral Pattern) ที่รวินท์ใช้ทักษะการวิเคราะห์เชิงจิตวิทยาถอดรหัสออกมาได้ตั้งแต่แรกเห็น แต่ปัญหาก็คือ มันขัดแย้งกับหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทีมสืบสวนหลักเพิ่งค้นพบ
"คุณรวินท์! อย่าลืมนะว่าคุณเป็นแค่ที่ปรึกษาพิเศษจากหน่วยงานภายนอก ไม่ใช่พนักงานสอบสวน!" ผู้กองพงศธรตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้กระแทกพื้นเสียงดังลั่น "หลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้งคราบเขม่าดินปืนและพยานบุคคลยืนยันชัดเจนว่าไอ้กรisณ์คือฆาตกร! เรามีหมายจับอยู่ในมือแล้ว ทำไมคุณถึงยังดึงดันจะหาแพะตัวอื่นอยู่ได้ หรือว่าคุณมีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรกับพวกมันกันแน่!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ทุกสายตาหันมามองรวินท์เป็นตาเดียวเพื่อรอดูการตอบโต้ แต่ชายหนุ่มเพียงแค่ขยับแว่นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเบา แสดงถึงความเหนือกว่าทางด้านตรรกะและเหตุผล
"ถ้ากรisณ์คือฆาตกรจริง อย่างที่คุณผู้กองมั่นใจนัก..." รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "แล้วทำไมรอยกรีดบนศพรายที่สาม ถึงทำมุมสิบห้าองศาเข้าหาลำตัวในขณะที่ผู้ต้องสงสัยของคุณถนัดมือซ้ายล่ะครับ? คนถนัดซ้ายไม่มีทางสร้างบาดแผลฉีกขาดในมุมที่ต้องใช้แรงเหวี่ยงจากมือขวาแบบนั้นได้เว้นเสียแต่ว่า เขาจะถูกบังคับให้ถืออาวุธด้วยมือที่ไม่ถนัด หรือ... มีคนจงใจจัดฉากหลักฐานชิ้นนั้นขึ้นมาเพื่อปิดคดีให้เร็วที่สุด เพื่อตบตาผู้บังคับบัญชาใช่ไหมครับ?"
ผู้กองพงศธรอ้าปากค้าง พูดไม่ออก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความจนด้วยเหตุผล แต่มือกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคือง การปะทะกันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความเห็นทางคดี แต่มันคือการ "หักล้างอำนาจ" ระหว่างระบบราชการแบบเก่าที่อาศัยอำนาจและพยานวัตถุดิบ กับระบบวิเคราะห์พฤติกรรมสมัยใหม่ที่ใช้เหตุผลและหลักจิตวิทยาเป็นตัวนำ
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะปะทุถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็เบาขึ้นสามครั้ง ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะเปิดออก
ลินินก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมถักสีเบจดูอบอุ่น ขัดกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากและแฟ้มข้อมูลดิจิทัลในมือ เธอเดินตรงมาหารวินท์อย่างไม่เกรงกลัวสายตาดุดันนับสิบคู่ของนายตำรวจรอบห้อง ก่อนจะโน้มตัวกระซิบเบาๆ ข้างหูของโพรไฟล์เลอร์หนุ่ม
"ฉันเพิ่งเจาะเข้าระบบเซิร์ฟเวอร์สำรองของกองพิสูจน์หลักฐานเมื่อกี้..." เสียงกระซิบของลินินเจือความตื่นเต้นเล็กน้อย "ผลตรวจดีเอ็นเอจากคราบเขม่าบนเสื้อของผู้ต้องสงสัย... ถูกแก้ไขเวลาบันทึกเมื่อสามชั่วโมงที่แล้วค่ะรวินท์ มีคนจงใจยัดหลักฐานเข้า in-system จริงๆ ด้วย"
รวินท์หันไปสบตากับหญิงสาว แววตาที่เคยเย็นชาฉายประกายคมปลาบขึ้นมาวูบหนึ่ง เคมีและความเข้ากันของทั้งคู่ทำงานอย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง รวินท์หันกลับมามองหน้าผู้กองพงศธรอีกครั้ง แววตานั้นเปลี่ยนเป็นความกดดันระดับสูงสุดที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับผอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ดูเหมือนว่า 'รอยแยก' ของความยุติธรรมในคดีนี้ จะไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวคนร้ายแล้วล่ะครับผู้กอง..." รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีคุกคามแบบ FBI แผ่ซ่านไปทั่วห้อง "แต่รอยแยกที่แท้จริง มันกำลังกัดกินอยู่ข้างในกรมตำรวจแห่งนี้นี่เอง"
ก่อนที่ผู้กองพงศธรจะทันได้อ้าปากสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวทั้งคู่ หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่หน้าห้องประชุมซึ่งควรจะดับสนิท กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีใครสั่งการ ภาพวิดีโอวงจรปิดแบบเรียลไทม์จากห้องเก็บของกลางปรากฏขึ้นบนจอ พร้อมกับเสียงเตือนของระบบรักษาความปลอดภัยที่ดังลั่นห้อง
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! — ตรวจพบการเข้าถึงไฟล์ลับระดับ SSS: โครงการ 'เงาสะท้อน'*
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในพริบตา เมื่อภาพบนจอไม่ได้แสดงห้องเก็บของ แต่เป็นภาพร่างของบุคคลปริศนาในชุดโค้ทสีดำกำลังยืนหันหลังอยู่หน้าตู้เซฟนิรภัย ก่อนที่บุคคลนั้นจะค่อยๆ หันหน้ามามองกล้อง ชูนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากในเชิงส่งสัญญาณเงียบ... และรอยยิ้มอันคุ้นเคยที่ทำให้หัวใจของรวินท์กระตุกวูบ
นั่นคือรอยยิ้มของอดีตสารวัตรผู้ล่วงลับ... พ่อของรวินท์เอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความระทึกขวัญในบทนี้นะครับ
โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ•ตอนที่ 9
รอยแยกของความยุติธรรม
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โพรไฟล์เลอร์สายตาดุกับผู้ช่วยสาวเจ้าของรหัสลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!