รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 20

ผู้ช่วยที่ไม่คาดฝัน

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
"เจ้าจะหยุดสั่นเสียทีได้หรือไม่ กล้า" น้ำเสียงแหบพร่าแต่กังวานของหลวงตาเมตตาธรรมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของกุฏิไม้เก่าคร่ำคร่า กลิ่นธูปจางๆ ผสมกับกลิ่นอับของสมุดข่อยโบราณคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กล้าที่กำลังนั่งกอดเข่าตัวสั่นงันงกอยู่มุมห้องค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยคมเข้มดุจนักเขียนผู้มีความเชื่อมั่นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและร่องรอยของคราบน้ำตาที่แห้งกรัง "ผม... ผมไม่อาจหยุดได้ขอรับหลวงตา" กล้าเอ่ยเสียงแผ่ว พลางปาดเหงื่อเย็นชืดออกจากหน้าผาก "ขุนอินทร์ไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ใครรอดไปได้ง่ายๆ ยิ่งลายแทงในมือผมเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่เขาต้องการเพื่อกุมอำนาจเหนืออยุธยา... การที่ผมเอาตัวเข้ามาพัวพันกับท่านเช่นนี้ เท่ากับผมกำลังลากความตายมาสู่ประตูวัด" หลวงตาเมตตาธรรมมิได้ตอบในทันที ท่านค่อยๆ วางพู่กันลงบนแท่นไม้ จ้องมองไปยังเปลวเทียนที่วูบไหวราวกับจะเตือนสติคนตรงหน้า "ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดเป็นเหตุบังเอิญหรอกโยมกล้า เจ้าหนีการตามล่ามาจนถึงเขตวัดร้างแห่งนี้ได้ มิใช่เพราะโชคชะตาพามา แต่เพราะเจ้ายังมีสิ่งที่ต้องจารึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ก่อนที่ลมหายใจจะดับสิ้น" กล้านิ่งอึ้ง เขาพยายามรวบรวมสมาธิ สายตาเหลือบไปเห็นม้วนกระดาษเก่าๆ ที่เขากำชับไว้แน่นในอกเสื้อ มันคือบันทึกลับที่แม่หญิงบัวเสี่ยงชีวิตส่งให้ก่อนที่เธอจะถูกกักบริเวณ บันทึกที่เปิดเผยถึงความฉ้อฉลของขุนอินทร์ในการจัดตั้งกองกำลังนอกกฎหมายภายใต้ฉากหน้าของเหล่าพ่อค้าสำเภาจีน "แต่หลวงตาขอรับ คนบริสุทธิ์ต้องตายเพราะผมมามากพอแล้ว... ทั้งครอบครัวที่อยุธยา ทั้งพ่อค้าที่เคยให้ที่พัก... ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าการรักษาบันทึกนี้ไว้ มันคุ้มค่ากับเลือดที่ต้องหลั่งหรือไม่" กล้าก้มหน้าลงอีกครั้ง ความรู้สึกผิดเกาะกินใจราวกับก้อนหินหนักอึ้ง หลวงตาขยับกายลุกขึ้นอย่างช้าๆ ท่านเดินไปที่ตู้ไม้ประดับมุกที่ดูขัดกับความทรุดโทรมของตัวกุฏิ มือเหี่ยวย่นหยิบห่อผ้าสีซีดออกมาวางไว้ตรงหน้ากล้า "หากเจ้ามองว่ามันเป็นแค่บันทึกของคนตาย มันก็คือภาระ แต่หากเจ้ามองว่ามันคือเสียงของราษฎรที่ไม่มีโอกาสได้ร้องขอความเป็นธรรม เจ้าจะเข้าใจว่าทำไมอาตมาถึงยอมแหกกฎของสงฆ์เพื่อซ่อนตัวชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏไว้ในเขตพุทธาวาส" กล้าคลี่ห่อผ้านั้นออก หัวใจของเขาสั่นระรัวทันทีที่เห็นตราประทับสีแดงสดที่มุมขอบกระดาษ มันไม่ใช่แค่บันทึก แต่มันคือราชโองการปลอมที่ขุนอินทร์ใช้สั่งการกองกำลัง! "หลวงตา... นี่ท่าน..." "อาตมาไม่ใช่แค่พระสงฆ์ที่ถือศีลเพียงอย่างเดียว กล้าเอ๋ย" หลวงตาเมตตาธรรมกล่าวพลางมองออกไปนอกหน้าต่างที่แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบไม้ "ในอดีต อาตมาเคยเป็นราชเลขานุการในรัชกาลก่อน ก่อนที่ความเห็นผิดจะทำให้ตระกูลของอาตมาต้องโทษประหาร อาตมาจึงเลือกหันหลังให้ทางโลกเพื่อรอวันที่จะได้ส่งต่อความจริงนี้ให้ถึงมือผู้ที่คู่ควร... และเจ้า คือคนผู้นั้น" บรรยากาศในกุฏิเย็นเยียบขึ้นถนัดตา กล้ารู้สึกถึงน้ำหนักมหาศาลบนบ่า เขาไม่ใช่แค่ช่างเขียนลายมืออีกต่อไป แต่เขาคือผู้ถือครองความจริงที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของอยุธยา ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหินด้านหน้าวัด ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรั้ววัดอย่างเกรี้ยวกราด "เปิดประตู! พวกเราได้รับคำสั่งจากขุนอินทร์ให้ตรวจค้นทุกตารางนิ้ว หากพระท่านไม่ให้ความร่วมมือ ก็อย่าหาว่าพวกเราลบหลู่!" กล้าสะดุ้งสุดตัว เขามองไปรอบกุฏิด้วยความลนลาน หลวงตาเมตตาธรรมยังคงนิ่งสงบ ท่านชี้มือไปที่ฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง "ลงไปในช่องลับข้างใต้เสีย กล้า หากเจ้าถูกจับได้ แผนการทุกอย่างจะจบลงที่นี่" กล้ามุดลงไปในช่องแคบๆ กลิ่นดินและน้ำมันตะเกียงตีเข้าจมูก ขณะที่เขากำลังจะปิดฝาไม้ลง หลวงตาก็โน้มตัวลงมาสบตาเขาเป็นครั้งสุดท้าย "จำไว้ว่า ความกลัวไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือเข็มทิศที่จะบอกว่าเจ้ากำลังเดินอยู่บนทางที่ถูกต้องหรือไม่" ฝาไม้ปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงพังประตูวัดที่ดังสนั่นหวั่นไหว กล้านอนขดตัวอยู่ในความมืด สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามนับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังราวกับกลองศึก เขาได้ยินเสียงสนทนาที่อยู่เหนือหัวขึ้นไป "หลวงตา! ส่งตัวไอ้ช่างเขียนนั่นออกมาเสียดีๆ พวกเราพบรอยเท้าคนมาทางนี้!" เสียงทหารขุนอินทร์ตะคอก "ที่นี่เป็นเขตพุทธาวาส การละเมิดสถานศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ เจ้ามิเกรงกลัวต่อบาปกรรมบ้างเลยหรือ" หลวงตาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงด้วยอำนาจที่ทำให้เหล่าทหารชะงักไปชั่วครู่ ขณะที่กล้ากำลังลุ้นระทึก ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ต้นคอ มีมือปริศนาจากความมืดในช่องลับนั้นเอื้อมมาแตะไหล่เขาไว้แน่นพร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจนขนลุกซู่ "ข้าบอกท่านแล้ว... ว่าเราจะกลับมาพบกันใหม่ ในที่ที่ท่านคาดไม่ถึง" กล้าพยายามหันไปมองในความมืด ดวงตาสีอำพันที่สะท้อนแสงจันทร์รำไรจากช่องรอยแตกของไม้ทำให้เขาแทบหยุดหายใจ นั่นไม่ใช่ทหารของขุนอินทร์ และไม่ใช่คนของหลวงตา... แต่คือคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้วในสมรภูมิคราวก่อน! รอยจารึกแห่งอยุธยาในตอนต่อไป จะนำพาให้ท่านพบกับความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของมิตรและศัตรู ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%