รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 21

จารึกที่หายไป

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
“เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าคนเฝ้าหอสมุดหลวงไม่เห็นใครเข้าออกในยามวิกาล” เสียงของกล้าที่ถามออกไปนั้นต่ำและสั่นพร่า มือของเขายังคงวางค้างอยู่บนฐานหินที่ควรจะเป็นที่ตั้งของแผ่นศิลาจารึกยุคต้นอยุธยา แต่มันกลับว่างเปล่า มีเพียงรอยฝุ่นที่หนาเตอะเป็นวงบ่งบอกว่าวัตถุที่ควรอยู่ตรงนั้นเพิ่งถูกเคลื่อนย้ายไปไม่นานนี้เอง ขุนอินทร์ไม่ได้ตอบคำถามทันที ชายร่างสูงใหญ่ในชุดราชปะแตนสีเข้มยืนกอดอกอยู่ตรงทางเข้าหอสมุด ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบห้องอย่างไม่วางใจ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ “กล้า... เจ้าถามคำถามที่โง่ที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้ยินมา ในที่แห่งนี้มีเพียงคนไม่กี่คนที่ถือกุญแจ หากเจ้าจะกล่าวหาว่าข้าเป็นโจรขโมยสมบัติของแผ่นดินตัวเอง ก็จงพูดออกมาให้ชัดๆ อย่าได้มาเล่นลิ้นกับข้าในที่ลับตาคนเช่นนี้” กล้าหันกลับมาประจันหน้ากับขุนนางผู้มากบารมี สายตาของช่างเขียนหนุ่มไม่ได้มีความเกรงกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรวดร้าวที่ถูกกดทับไว้ “จารึกแผ่นนี้ไม่ใช่แค่สมบัติ แต่มันคือบันทึกรายนามผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกบฏในรัชกาลก่อน หากมันหายไป ความจริงที่ข้าเพียรพยายามคัดลอกมาตลอดหลายเดือนก็มลายหายไปด้วย ข้าไม่ได้กล่าวหาท่านโดยตรง แต่ข้าถามถึงความเป็นไปได้... เพราะนอกจากท่าน ก็ไม่มีใครในอยุธยาที่อยากให้ประวัติศาสตร์บทนี้ถูกลบเลือนไปมากกว่ากันอีกแล้ว” ขุนอินทร์ก้าวเข้ามาใกล้จนกล้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่ฉุนและไอกลิ่นอายของอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวชายผู้นี้ “โลกนี้ไม่มีความจริงแท้หรอกกล้า มีแต่ความจริงที่ผู้ชนะเป็นคนเขียนขึ้น เจ้าเป็นเพียงช่างเขียนตัวเล็กๆ ที่หวังจะไขว่คว้าเงาในน้ำ จงระวังเถิด ประวัติศาสตร์ไม่ได้แค่ถูกจารึก แต่บางครั้งมันก็ถูกฆ่าให้ตายไปพร้อมกับผู้ที่ถือครองมัน” ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะขาดผึง เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นดังมาจากมุมมืดของชั้นหนังสือ แม่หญิงบัวก้าวออกมาจากเงามืดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าในมือของนางกลับถือม้วนกระดาษเก่าๆ ม้วนหนึ่งไว้แน่น “ท่านขุนอินทร์กล่าวถูกเรื่องหนึ่ง” บัวเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่แฝงไปด้วยคมดาบ “ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องของผู้ชนะ แต่ท่านคงลืมไปว่า ในอยุธยาแห่งนี้... มิได้มีแค่พวกท่านที่เป็นผู้เล่นในกระดาน” กล้ามองเห็นมือของบัวที่สั่นเล็กน้อยแต่นางพยายามสะกดกลั้นไว้สุดชีวิต “แม่หญิง... เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา?” “ข้าอยู่ที่ที่คนโง่เขลาอย่างท่านขุนอินทร์มองข้ามไปเสมอ” บัวก้าวไปหยุดข้างกายกล้า ก่อนจะคลี่ม้วนกระดาษในมือออก “จารึกแผ่นที่หายไปไม่ได้ถูกขโมยออกไปนอกหอสมุดหรอกท่านขุน แต่มันถูกฝังลงไปในผนังปูนที่กำลังบูรณะใหม่ต่างหาก... และคนที่ทำเช่นนั้น ก็เพื่อให้เศษซากของความจริงแผ่นนี้ถูกฉาบปูนปิดตายไปตลอดกาล” ขุนอินทร์ชะงัก สีหน้าของเขามีร่องรอยของความตกใจเพียงครู่เดียว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหยียดหยัน “เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดนักหรือแม่หญิงบัว? การที่เจ้าเผยความลับนี้ออกมา ไม่ได้ช่วยให้พวกเจ้ามีชีวิตรอดไปถึงพรุ่งนี้หรอก” “ใครบอกว่าเรามาที่นี่เพื่อเอาตัวรอด?” กล้าถามพลางหยิบมีดพกที่ใช้สำหรับเหลาปากกาออกมาจากแขนเสื้อ เขาไม่ได้หันคมมีดไปที่ขุนอินทร์ แต่หันไปทางประตูทางเข้าหอสมุดที่บัดนี้มีเงาดำของทหารรักษาพระองค์กลุ่มหนึ่งยืนปิดล้อมอยู่ ทว่า... เสียงฝีเท้าที่ดังตามมาด้านหลังของเหล่าทหารเหล่านั้น กลับไม่ใช่เสียงของคนที่มาเพื่อจับกุม แต่เป็นเสียงเคาะไม้เท้าที่จังหวะหนักแน่นและคุ้นเคยอย่างประหลาด กล้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นชายชราในชุดจีวรเก่าคร่ำคร่าเดินผ่านกลุ่มทหารเข้ามาโดยไม่มีใครกล้าขวางทาง ชายผู้นี้คือหลวงตาที่เคยสอนกล้าคัดลายมือสมัยยังเด็ก แต่ในมือนั้นกลับถือตราประทับสีแดงฉานของกรมมหาดเล็กที่ควรจะสูญหายไปนานแล้ว “ขุนอินทร์...” หลวงตาเอ่ยเรียกเสียงเรียบ “เจ้าบอกว่าประวัติศาสตร์เป็นของคนชนะ... แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ว่า ตราบใดที่จารึกยังไม่ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ ความผิดบาปในอดีตย่อมไม่มอดดับไปตามกาลเวลา” ขุนอินทร์หน้าถอดสีทันทีที่เห็นตราประทับในมือชายชรา ขณะที่กล้าและแม่หญิงบัวต่างยืนนิ่งงันด้วยความตกตะลึง เพราะสิ่งที่อยู่ในมือชายชราไม่ใช่แค่ตราประทับ แต่มันคือพินัยกรรมลับที่แท้จริงของพระมหากษัตริย์องค์ก่อน... พินัยกรรมที่พวกเขาทุกคนต่างตามหามาตลอดชีวิต ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงกรีดร้องของบ่าวไพร่ดังมาจากด้านนอกหอสมุด พร้อมกับเปลวเพลิงที่เริ่มลุกลามเข้ามาตามผ้าม่านพู่ห้อย ผนังหอสมุดที่บัวบอกว่าซ่อนจารึกเอาไว้ เริ่มแตกร้าวจากการถูกไฟเผา และสิ่งที่หลุดร่วงออกมาจากรอยร้าวนั้นไม่ใช่เพียงแค่แผ่นหินจารึก... แต่มันคือหัวกะโหลกมนุษย์ที่สวมมงกุฎจำลองอันคุ้นตา! กล้าทรุดเข่าลงเมื่อมองเห็นรอยสลักที่หน้าผากของหัวกะโหลกนั้น... มันคือชื่อของบิดาเขาที่ตายในสงครามเมื่อสิบปีก่อน! ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางค้นหาความจริงในหน้าประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%