"จงพลิกดูบัญชีรายการเครื่องเสวยย้อนหลังไปสามวัน... อย่าให้ตกหล่นแม้แต่ชิ้นเดียว!"
เสียงคำรามของขุนอินทร์ดังก้องไปทั่วท้องพระโรงที่บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มจางลง แต่ความตึงเครียดกลับทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว กล้ากำมือแน่นจนเส้นเลือดที่แขนปูดโปน เขาสังเกตเห็นแววตาของขุนอินทร์ที่จ้องมองมายังเหล่าข้าหลวงในห้องเครื่องด้วยสายตาที่ไม่ได้ค้นหาคนผิด แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังบีบให้เหยื่อจนมุม
แม่หญิงบัวขยับกายเข้ามาใกล้กล้า สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากฝ่ามือของเขา นางกระซิบผ่านไรฟัน "กล้า... อย่าเพิ่งออกหน้า เรื่องนี้ขุนอินทร์ต้องการแพะรับบาปไม่ใช่ความจริง"
กล้าไม่ตอบ แต่ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายจัดเครื่องเสวย ผู้ชายคนนั้นตัวสั่นเทา มือที่ถือสมุดข่อยสั่นระริกจนแทบจะร่วงหล่น กล้าตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้า ท่ามกลางสายตาของเหล่าทหารที่ยืนล้อมกรอบ
"ท่านขุนครับ หากจะหาคนร้าย การอ่านรายการเครื่องเสวยเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ" กล้าเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ขุนอินทร์หันขวับมามอง เขาฉีกยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกสะอิดสะเอียน "อ้อ... ไอ้ช่างเขียนหน้าโง่ มีอะไรจะอวดรู้อีกรึ"
กล้าไม่สนใจคำดูถูก เขาเดินไปที่โต๊ะวางเครื่องคาวหวาน หยิบสมุดข่อยเล่มนั้นมาเปิดดูอย่างช้าๆ ภายใต้ความเงียบงันที่กดดันประหนึ่งพายุใหญ่กำลังจะก่อตัว บันทึกเหล่านี้คือหัวใจของอยุธยา เพราะอาหารมิใช่เพียงสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต แต่คือ 'พิษ' ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รสชาติอันโอชา
"ในรายการนี้เขียนว่ามีการปรุง 'แกงคั่วหอยขม' เมื่อวานนี้ในช่วงยามสอง" กล้าใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามตัวอักษร "แต่เหตุใดในตู้เก็บวัตถุดิบ ผมถึงไม่พบเปลือกหอยแม้แต่ชิ้นเดียว และที่สำคัญ... กลิ่นของเครื่องเทศในถ้วยที่เหลืออยู่ กลับมีกลิ่นฉุนของ 'ว่านพิษ' เจือปนอยู่จางๆ หากคนปรุงไม่ได้เป็นคนทำ แล้วใครคือคนที่เข้ามาในห้องเครื่องช่วงยามสอง?"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ขุนอินทร์ขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้กล้า ชายร่างใหญ่ข่มขวัญด้วยความสูงและบารมี "เจ้ากล่าวหาว่ามีคนนอกเข้ามางั้นรึ? ห้องเครื่องแห่งนี้มีทหารเฝ้ายามแน่นหนา ใครจะอาจหาญทำเช่นนั้นได้ ถ้าไม่ใช่คนใน!"
แม่หญิงบัวก้าวออกมาประชันหน้ากับขุนอินทร์ "หากเป็นคนในจริง ไฉนสมุดบันทึกรายการอาหารเล่มนี้ถึงมีการฉีกหน้ากระดาษทิ้งไปหนึ่งหน้าในคืนก่อนเกิดเหตุล่ะคะท่านขุน... อ๊ะ ขออภัย ผมหมายความว่า 'ขอรับ' ท่านขุนโปรดดูนี่" นางชี้ให้เห็นรอยฉีกที่มุมสมุดซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนด้วยการเย็บปกใหม่
กล้ารู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัว นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างถูกวางแผนมาอย่างรอบคอบ แต่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของมนุษย์ย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ เขาหันไปมองพนักงานฝ่ายเครื่องเสวยคนนั้นอีกครั้ง ชายผู้นั้นไม่ได้มองที่สมุด แต่มองไปที่นิ้วมือของขุนอินทร์ที่มีคราบน้ำมันสีเหลืองจางๆ ติดอยู่ ซึ่งเป็นคราบเดียวกันกับที่กล้าพบในถ้วยยาพิษ
"กล้า" แม่หญิงบัวกระซิบ "มองไปที่เข็มขัดของพนักงานคนนั้นสิ"
กล้ามองตาม พบว่าที่เหน็บเข็มขัดมี 'ถุงผ้าขนาดเล็ก' ที่ปักลวดลายประหลาด ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของ 'กรมพระตำรวจนอก' ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้อำนาจของขุนอินทร์โดยตรง ความจริงเริ่มกระจ่างชัดขึ้นทีละน้อย คนร้ายไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นสมุนในบังคับบัญชาของคนที่กำลังแสร้งทำเป็นสืบหาความจริงผู้นี้เอง!
"ท่านขุนครับ" กล้าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "หากจะพิสูจน์ความจริง ผมขออาสาพิสูจน์สิ่งนี้ด้วยตัวเอง เพียงแค่นำของในถุงที่พนักงานท่านนี้เก็บไว้มาตรวจพิสูจน์ หากมันมิใช่สมุนไพรสำหรับพระโอสถ ความจริงคงไม่ต้องให้ใครมาตีความอีกต่อไป"
ขุนอินทร์หน้าเปลี่ยนสีไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว "เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครถึงมาออกคำสั่งกับข้า? ทหาร! ลากตัวไอ้พวกสอดรู้สอดเห็นนี่ออกไปกักบริเวณ!"
ทหารสองนายก้าวเข้ามาจับแขนของกล้าไว้แน่น แต่ในจังหวะนั้นเอง พนักงานฝ่ายเครื่องเสวยที่ถูกกล่าวถึงกลับทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าขุนอินทร์ มือที่สั่นเทาควักถุงผ้าออกมาหมายจะโยนลงในเตาไฟที่ยังคุโชนอยู่ แต่กล้าเร็วกว่า เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือชายผู้นั้นไว้ได้ทันท่วงที
"อย่านะ!" กล้าตะโกน
วินาทีที่ถุงผ้าหลุดจากมือชายคนนั้นและร่วงลงสู่พื้น ปากถุงเปิดออกเผยให้เห็นผงสีขาวละเอียดที่ส่งกลิ่นฉุนกึกออกมา แต่ทว่า... สิ่งที่ร่วงลงมาพร้อมกับผงสีขาวนั้น กลับไม่ใช่สมุนไพรอย่างที่ทุกคนคาดคิด แต่มันคือ 'ตราประทับประจำตัว' ที่มีอักษรย่อของแม่หญิงบัวสลักไว้!
ทุกคนในห้องเครื่องต่างหยุดชะงัก สายตาของขุนอินทร์เบิกกว้างก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
"อ้าว... นี่มันตราประจำตัวของแม่หญิงบัวไม่ใช่รึ?" ขุนอินทร์หัวเราะลั่นท้องพระโรง "กล้า... ดูเหมือนว่าคนที่ข้าต้องจับเข้าคุก มิใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เจ้ากำลังปกป้องอยู่ข้างๆ นี่เอง!"
แม่หญิงบัวตัวแข็งทื่อ นางหันมามองกล้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง เพราะนางจำได้แม่นว่าตรานี้หายไปจากเรือนของนางตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องสงครามคราวก่อน
ความหวังที่จะเปิดโปงขุนอินทร์พังทลายลงในพริบตา กล้าถูกทหารรุมล้อมไว้ทุกทิศทาง ในขณะที่ขุนอินทร์ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้แม่หญิงบัวพร้อมกับชักดาบออกมาจากฝักช้าๆ "คราวนี้... ใครกันแน่ที่จะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องพระโอสถพิษนี้ ระหว่างข้าผู้จงรักภักดี กับแม่หญิงผู้ทรยศแผ่นดิน?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์ไปกับข้าพเจ้าในตอนนี้ครับ
รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 40
เบาะแสจากห้องเครื่อง
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!