"เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าสิ่งที่อยู่ในถ้วยยาถวายพระโอสถนั่น... มิใช่สมุนไพรที่ท่านหมอหลวงจัดเตรียมไว้"
กล้าถามพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องเครื่องหลวงที่เงียบเชียบ ปราศจากเสียงผู้คนในช่วงยามดึกสงัด มีเพียงเสียงกระเพื่อมของน้ำในหม้อต้มยาที่เดือดปุดๆ อยู่เพียงลำพัง เขาขยับกายหลบเข้ามุมมืดหลังชั้นวางสมุนไพรแห้ง ในมือยังกำม้วนกระดาษบันทึกลายลักษณ์อักษรที่เพิ่งคัดลอกเสร็จไว้แน่น
แม่หญิงบัวที่ยืนอยู่ข้างกายสั่นสะท้านเล็กน้อย นางปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากก่อนจะกระซิบตอบด้วยเสียงที่เบาหวิว "ข้าเห็นกับตาตอนที่ขุนอินทร์แอบย่องเข้ามาที่นี่เมื่อครู่ มันหยิบซองยาผงสีขาวปนเทาเทลงในโถยาประจำพระองค์... กลิ่นของมันมิใช่กลิ่นยาสมุนไพรทั่วไป แต่มันคือกลิ่นของ 'ดอกราตรีพิษ' ที่มีฤทธิ์กัดกร่อนหลอดลมหากรับเข้าไปเพียงน้อยนิด"
กล้าขมวดคิ้วแน่น ปมในใจเรื่องสงครามที่เคยทำลายครอบครัวของเขาดูจะเทียบไม่ได้เลยกับเหตุการณ์ตรงหน้า หากพระมหากษัตริย์ทรงพระประชวรด้วยยาพิษในยามที่บ้านเมืองกำลังระส่ำระสายเช่นนี้ อยุธยาคงมิพ้นต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของขุนอินทร์เป็นแน่
"ขุนอินทร์วางแผนจะเปลี่ยนถ่ายอำนาจคืนนี้เลยหรือ" กล้าถามต่อ สายตายังคงจ้องเขม็งไปยังถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่วางอยู่บนถาดไม้เตรียมพร้อมรอการนำไปถวาย
"หากพระองค์เสวยยาถ้วยนี้เข้าไป ขุนอินทร์จะฉวยโอกาสกราบทูลว่าพระองค์สวรรคตด้วยโรคประจำตัว และจะรีบเร่งจัดการเรื่องผู้สืบทอดที่มันบงการไว้หลังฉาก" บัวแค่นยิ้มขมขื่น "ข้ามิคิดว่ามันจะอำมหิตได้ถึงเพียงนี้"
กล้าไม่รอช้า เขาตัดสินใจถอดผ้าพันแผลที่มือออกแล้วพันทับที่นิ้วชี้และนิ้วกลางเพื่อลดเสียงขณะปีนป่าย "ข้าจะไปเปลี่ยนถ้วยยานั่น เจ้าคอยดูต้นทาง หากมีใครมาให้ส่งสัญญาณเคาะไม้สามครั้ง"
"กล้า! เจ้าทำเช่นนั้นไม่ได้ หากถูกจับได้เจ้าจะโดนโทษประหารเจ็ดชั่วโคตรนะ!" บัวคว้าแขนเขาไว้ ดวงตาของนางวูบไหวด้วยความกังวล
กล้าหันมามองหญิงสาวที่เขาแอบมีใจให้ด้วยสายตาที่มั่นคง "บัว... แผ่นดินนี้คือที่ที่ครอบครัวข้าหลับใหล หากวันนี้ข้ายอมเพิกเฉยต่อความตายขององค์เหนือหัว ชีวิตที่เหลืออยู่ของข้าก็คงไร้ความหมายไม่ต่างจากเศษดิน"
เขาค่อยๆ คลานออกจากที่ซ่อน อาศัยจังหวะที่เวรยามเดินตรวจตราผ่านไป ร่างของกล้าเคลื่อนไหวราวกับเงา เขาพุ่งตัวไปที่โต๊ะวางถาดยา หัวใจเต้นรัวจนแทบจะได้ยินเสียงสะท้อนในหู มือของเขาค่อยๆ เลื่อนถ้วยยาของจริงที่ตนเตรียมมาสลับกับถ้วยที่ปนเปื้อนพิษ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบขึ้นหน้าประตูห้องเครื่องหลวง
"ข้าว่าข้าเห็นเงาคนเดินผ่านแถวนี้... รื้อตรวจให้หมด อย่าให้เหลือ!"
เสียงของขุนอินทร์ดังแทรกผ่านความมืดเข้ามา กล้าก้มตัวต่ำลงซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะไม้หนา ใจเขาสั่นสะท้านเมื่อเห็นปลายรองเท้าหนังของขุนอินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ถาดยาที่เขาสลับไปเมื่อครู่ ขุนอินทร์หยุดยืนตรงนั้น ความเงียบงันเข้าครอบงำจนแทบหยุดหายใจ
ชายผู้ทะเยอทะยานยกมือขึ้นสัมผัสถ้วยยาเบาๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา "ดูเหมือนว่า 'หนู' ที่แอบเข้ามาคงจะไม่ได้หวังดีอะไร... แต่ช่างเถิด ในเมื่อยาถ้วยนี้ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ก็นำไปถวายได้เลย"
กล้าเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง ขุนอินทร์ไม่ได้เฉลียวใจเลยหรือว่ายาถูกสลับไปแล้ว หรือว่า... มันรู้อยู่แล้วว่าเขาจะทำเช่นนี้?
จังหวะที่ขุนอินทร์กำลังจะหมุนตัวเดินจากไป ขุนนางผู้นั้นก็ชะงักและหันกลับมามองยังมุมมืดที่กล้าซ่อนตัวอยู่ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของมันเบนมาจ้องเขม็งราวกับจะทะลุผนังไม้ "ออกมาเสียเถิด ไอ้หนุ่มลายมือสวย... ข้ารู้ว่าเจ้ายังอยู่ในห้องนี้ และข้าเองก็รู้ว่าในถ้วยยานั่น เจ้าใส่อะไรลงไปแทนที่พิษของข้า"
กล้าตัวแข็งทื่อ เมื่อขุนอินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับชักกริชเล่มงามออกมาจากเอว "เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังทำลายแผนการของข้า แต่น่าเสียดาย... เจ้ากลับกำลังทำแผนการของเจ้าพังทลายลงด้วยมือของตัวเอง เพราะยาที่เจ้าสลับมานั่นแหละ คือสิ่งที่ข้าจะใช้สังหารพระองค์ แล้วโยนความผิดให้เจ้า... ในฐานะกบฏที่ลอบวางยาพิษ"
ขุนอินทร์ฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะตะโกนขึ้นสุดเสียง "ทหาร! จับตัวไอ้คนร้ายที่ลอบวางยาพระโอสถเข้ามาในนี้เดี๋ยวนี้!"
ทุกท่านครับ การเดินทางในบทนี้เป็นเพียงจุดเริ่มของพายุลูกใหญ่ที่กำลังโหมกระหน่ำอยุธยา ขอบพระคุณที่ร่วมติดตามอ่านมาถึงตรงนี้ครับ
รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 39
การลอบวางยา
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!