รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 41

การเดินทางไปต่างเมือง

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
"เจ้าจะเลือกทางไหน กล้า... จะตายเยี่ยงกบฏที่สมคบคิดวางยาพิษ หรือจะรอดชีวิตไปกับข้าในฐานะทาสรับใช้ที่ต้องพิสูจน์ความจงรักภักดีด้วยเลือด?" ปลายดาบเหล็กน้ำพี้เย็นเยียบจรดอยู่ที่ลำคอของแม่หญิงบัว จนผิวเนียนละเอียดนั้นปรากฏรอยแดงช้ำ ขุนอินทร์ไม่ได้เร่งเร้า แต่แววตาของเขานั้นดุจงูพิษที่รอคอยการขดตัวฉกเหยื่อ กล้ากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน ความเย็นเยียบของคมดาบในมือทหารที่จ่ออยู่ที่หลังของเขาไม่ได้ทำให้ความแค้นในอกลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เขาสบตาแม่หญิงบัว—ดวงตาคู่นั้นไม่ได้แสดงความหวาดกลัว แต่มันกำลังส่งสัญญาณบางอย่าง... สัญญาณที่บอกให้เขา 'ยอมจำนน' เพื่อรอวันสะสาง "ข้าขอไปกับท่าน" กล้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นดั่งหินผา ขุนอินทร์หัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ "การตัดสินใจที่ดี กล้า... การเดินทางไกลไปหัวเมืองเหนือในครั้งนี้ ข้าต้องการ 'ลายมือ' ที่สวยงามของเจ้าไว้เขียนสาส์นลับถึงพวกกบฏแดนไกล อย่าได้คิดตุกติกเชียว เพราะถ้าเจ้าพลาดเพียงตัวอักษรเดียว แม่หญิงบัวผู้นี้แหละจะเป็นคนแรกที่ได้รับโทษทัณฑ์แทนเจ้า" ทหารสองนายกระชากแขนกล้าไปทางขบวนม้าที่เตรียมไว้ บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอฝนที่กำลังตั้งเค้า ขุนอินทร์หันไปกำชับสมุนด้วยเสียงอันดัง "จงจับตาดูมันไว้ทุกฝีก้าว หากมันคิดหนี ให้ตัดเส้นเอ็นเท้ามันทิ้งเสีย ส่วนแม่หญิงบัว... มัดมือมัดเท้าให้นางนั่งอยู่บนหลังม้าตัวท้ายสุด ข้าอยากให้เห็นนักว่า ความหวังของนางจะแตกสลายอย่างไรเมื่อถึงหัวเมืองเหนือ" การเดินทางเริ่มต้นขึ้นภายใต้ท้องฟ้าสีตะกั่ว กล้ากวาดสายตามองไปรอบตัว เขาพบว่าขบวนของขุนอินทร์ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ทหาร แต่ยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างแปลกตาที่สะพายย่ามหนังดูไม่เหมือนคนในพระนคร นี่คือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ขุนอินทร์ไม่ได้แค่กำลังเดินทางไปตรวจราชการ แต่เขากำลัง 'ขนถ่าย' อะไรบางอย่างที่สำคัญยิ่ง ตลอดระยะเวลาหลายวันในเส้นทางมุ่งหน้าสู่หัวเมืองเหนือ กล้าต้องจดบันทึกบัญชีลับตามคำสั่งของขุนอินทร์ มือของเขาคัดลายมือด้วยความบรรจงตามแบบฉบับช่างเขียนที่ฝึกฝนมา แต่นัยน์ตาเขากลับลอบสังเกตความเคลื่อนไหวของขบวนอย่างไม่ลดละ เขาเริ่มตระหนักว่าขุนอินทร์กำลังนำทางไปยังจุดที่อดีตขุนนางเก่าแก่กบดานอยู่ การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกักขัง แต่มันคือการเดินทางไปสู่ 'สมรภูมิที่มองไม่เห็น' ในคืนหนึ่งที่พักแรมอยู่กลางป่าดิบชื้น กล้าอาศัยจังหวะที่ขุนอินทร์ออกไปคุยกับชายแปลกหน้าใกล้กองไฟ ค่อยๆ คลานเข้าไปใกล้แม่หญิงบัวที่ถูกมัดอยู่หลังพุ่มไม้หนา "ทำไมเจ้าถึงยอมให้เขาพามา?" กล้ากระซิบ แววตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม แม่หญิงบัวเงยหน้าขึ้น แม้ใบหน้าจะมอมแมมไปด้วยฝุ่นดิน แต่แววตาของนางยังคงฉายความเด็ดเดี่ยว "เพราะถ้าเราอยู่ที่เดิม เราก็เป็นได้เพียงเบี้ยที่รอวันถูกฆ่าตัดตอน กล้า... จดหมายที่ข้าให้เจ้าส่งในตอนนั้น ขุนอินทร์ไม่ได้เป็นคนได้รับหรอก ข้าส่งมันไปถึงมือแม่ทัพใหญ่แห่งหัวเมืองเหนือแล้ว การเดินทางครั้งนี้คือการต้อนขุนอินทร์เข้าสู่กับดักที่เขาสร้างขึ้นเอง" กล้าชะงัก "เจ้าหมายความว่า..." "ใช่" บัวกระซิบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ขุนอินทร์คิดว่าเขากำลังจะไปรวบรวมกำลังกบฏ แต่เขาไม่รู้หรอกว่า กองกำลังที่เขากำลังไปหานั้น คือ 'คนของพระเจ้าแผ่นดิน' ที่ปลอมตัวมาเพื่อรอจับกุมเขาทั้งขบวนที่ชายแดนเหนือ" ทว่า ก่อนที่กล้าจะได้เอ่ยปากถามรายละเอียด จู่ๆ ขุนอินทร์ก็เดินกลับมาพร้อมกับดาบที่ยังไม่เก็บเข้าฝัก เขามองลงมาที่ทั้งสองคนด้วยสายตาที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ "กระซิบกระซาบอะไรกัน? ความรักท่ามกลางความตายมันช่างน่าเวทนาเหลือเกิน..." ขุนอินทร์หยิบสาส์นฉบับล่าสุดที่กล้าเพิ่งคัดเสร็จขึ้นมาดู แววตาของเขาเปลี่ยนจากเย้ยหยันเป็นความฉงน "เจ้าเขียนชื่อเมืองผิด... กล้า เจ้าเขียนชื่อเมืองด่านเหนือเป็นรหัสลับที่ข้าไม่เคยให้เจ้าเขียน" บรรยากาศโดยรอบนิ่งสนิทลงทันที ทหารรอบกองไฟหยุดมือจากการลับดาบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่กล้า ขุนอินทร์แสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะชักดาบออกมาจนสุดเสียง "ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้เป็นแค่ทาสที่จงรักภักดีเสียแล้ว... หรือว่าเจ้าได้วางแผนอะไรบางอย่างไว้จริงๆ?" ขุนอินทร์เดินตรงเข้ามา ชี้ปลายดาบเข้าที่หน้าอกของกล้าแล้วกดลงแรงๆ จนกล้าต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "บอกข้ามา... ใครคือคนที่สั่งให้เจ้าเปลี่ยนตัวอักษรในสาส์นฉบับนี้? ถ้าเจ้าไม่ตอบ ตอนนี้... ในวินาทีนี้... ข้าจะเริ่มหั่นนิ้วมือของเจ้าทีละนิ้ว จนกว่าเจ้าจะยอมคายความลับออกมา!" กล้าสบตาขุนอินทร์อย่างไม่เกรงกลัว ในขณะที่เงาร่างของใครบางคนพุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดของพุ่มไม้ด้านหลังขุนอินทร์ พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคย "ข้าเอง... ที่สั่งให้เขาเขียน" ขุนอินทร์ชะงัก กราดเกรี้ยวหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น แต่เมื่อเขาเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นชัดๆ เขาก็ถอยกรูดด้วยความตกตะลึงจนดาบเกือบหลุดมือ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%