"เจ้าจะบอกว่า พี่ชายของเจ้า... คือคนที่เพิ่งจะเงื้อดาบหมายเอาชีวิตเจ้าเมื่อครู่หรือ?"
เสียงของแม่หญิงบัวสั่นพร่าขณะที่นางรวบชายสไบแน่น มืออีกข้างกุมแขนของกล้าไว้มั่นท่ามกลางความมืดมิดในท้องเรือสำปั้นที่กำลังพายตัดผ่านกระแสน้ำวนของแม่น้ำลพบุรี กล้าไม่ได้ตอบทันที เขาจ้องมองไปยังเงาร่างของชายชุดดำที่หายลับไปในความมืดริมฝั่ง ก่อนจะก้มลงมองรอยสักรูปจระเข้ขบที่ข้อมือของตนเอง ซึ่งตอนนี้มันดูเด่นชัดขึ้นมาอย่างน่าประหลาดภายใต้แสงจันทร์สลัว
"ข้าจำไม่ได้ว่ามีพี่ แต่รอยสักนี้... ขุนอินทร์เคยบอกว่ามันเป็นเพียงรอยแผลเป็นจากคราวสงครามที่ข้าสูญเสียครอบครัวไป" กล้าเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเขายังคงหอบถี่จากการวิ่งหนีเอาชีวิตรอด "แต่สายตาของคนผู้นั้น มันไม่ใช่สายตาของคนที่จะฆ่าศัตรู แต่มันเป็นสายตาของคนที่จะ... ตัดขาด"
อยุธยามิได้หลับใหลอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ ยิ่งในยามวิกาลเช่นนี้ บนผืนน้ำกว้างใหญ่ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของพระนคร เสียงฝีพายไม้กระทบผิวน้ำดังก้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผสมไปกับเสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านเรือนแพริมน้ำ กล้าสังเกตเห็นทหารยามบนเรือตรวจการณ์หลวงแล่นผ่านไปไม่ไกลนัก เขาจึงรีบดึงแม่หญิงบัวให้หมอบราบลงกับพื้นเรือที่เปียกชื้นด้วยละอองน้ำ
"หากเขาเป็นพี่ชายของท่านจริง เหตุใดขุนอินทร์ถึงต้องปิดบัง?" แม่หญิงบัวกระซิบถามพลางเบี่ยงสายตาไปมองเรือสินค้าลำใหญ่ที่จอดทอดสมออยู่เบื้องหน้า "ขุนอินทร์เป็นคนเจ้าเล่ห์ เขาอาจจะใช้ท่านเป็นหมากตัวหนึ่งมาตลอดเวลา โดยที่ท่านไม่รู้เลยว่าหมากตัวนี้มีเชื้อสายที่เขาต้องคอยสกัดกั้น"
กล้านิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจที่เต้นรัวเริ่มกลับมาสงบลง เขาจ้องมองสายน้ำที่มืดมิดเบื้องหน้า อยุธยาในยามนี้ดูแตกต่างจากยามกลางวันที่เต็มไปด้วยผู้คนและแสงสี เสียงน้ำกระทบแคมเรือดูประหนึ่งคำเตือนจากบรรพบุรุษที่ล่วงลับ
"ข้าเคยคิดว่าชีวิตของข้าเป็นเพียงเส้นด้ายที่ขาดสะบั้นจากสงคราม แต่ยิ่งข้าเข้าใกล้ความลับของขุนอินทร์มากเท่าไหร่ เส้นด้ายเส้นนั้นกลับยิ่งดูถักทอเข้ากับรอยจารึกในหอหลวงที่ข้าเคยคัดลอกเสียเหลือเกิน" กล้าเอ่ยพลางขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง สายตาจับจ้องไปยังท่าเรือที่ห่างออกไป "บัว... หากข้าต้องตายในคืนนี้ ขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าทุกตัวอักษรที่ข้าเขียนให้เจ้า มันคือความจริงใจเพียงอย่างเดียวที่ข้ามีในชีวิตที่จอมปลอมแห่งนี้"
"อย่าได้พูดเป็นลางเช่นนั้น!" แม่หญิงบัวสวนกลับทันควัน แววตาที่เคยมั่นคงของนางไหววูบ "ขุนอินทร์ต้องการแผ่นดิน ส่วนข้าต้องการเพียงให้ท่านมีชีวิตรอดเพื่อไปพิสูจน์ความจริงที่ว่า... ท่านไม่ใช่เพียงสามัญชนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างที่ใครเขาปรามาสกัน"
เรือสำปั้นขนาดเล็กเลี้ยวเข้าสู่ช่องแคบระหว่างคลองข้างวัดหน้าพระเมรุ กระแสน้ำบริเวณนี้ไหลเชี่ยวผิดปกติ เรือโครงเครงไปมาจนกล้าต้องใช้ไม้พายคัดท้ายอย่างสุดกำลัง ในขณะที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม บรรยากาศรอบข้างกลับดูวังเวงขึ้นเป็นทวีคูณ จนกระทั่งพวกเขาได้ยินเสียงฝีพายจากเรืออีกลำหนึ่งที่กำลังไล่ตามมาจากด้านหลังอย่างกระชั้นชิด
"พายให้เร็วขึ้นอีก กล้า!" เสียงของแม่หญิงบัวเต็มไปด้วยความตระหนก "นั่นไม่ใช่เรือตรวจการณ์ของหลวง ข้าจำตราประทับที่หัวเรือนั่นได้... มันเป็นเรือของขุนอินทร์!"
กล้ากัดฟันแน่น กล้ามเนื้อแขนเกร็งจนเห็นเส้นเลือด เขาพายเรืออย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนว่าฝ่ามือจะถลอกจนเลือดซึมออกมาเพียงใด เสียงตะโกนจากเรือลำหลังเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คำสั่งให้หยุดเรือดังสะท้อนก้องทั่วคุ้งน้ำ แต่กล้าไม่มีวันหยุด เขาต้องรู้ให้ได้ว่าคนชุดดำนั้นคือใคร และความลับเรื่องพี่น้องมันเกี่ยวข้องกับแผนการชิงอำนาจของขุนอินทร์อย่างไร
ทันใดนั้นเอง ชายชุดดำคนเดิมก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง! ไม่ใช่บนเรือ แต่เขายืนตระหง่านอยู่บนสะพานไม้เก่าๆ ที่ทอดข้ามคลองเบื้องหน้า มือของเขาถือคันธนูที่ง้างสายจนสุด สายตาที่คมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองมาที่กล้าเพียงผู้เดียว
"หยุดพายซะ ไอ้คนเขลา!" ชายชุดดำตะโกนก้อง เสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย "หากเจ้าพายผ่านใต้สะพานนี้ไป เจ้าจะไม่มีวันได้กลับมาเป็นมนุษย์ที่จดจำชื่อตนเองได้อีกเลย!"
กล้าชะงักไม้พาย เรือที่ไร้แรงส่งเริ่มลอยละล่องไปตามกระแสน้ำเข้าหาตัวสะพานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ลูกธนูอาบยาพิษถูกเล็งมาที่ลำคอของเขาพอดี ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะตัดสินใจหันเรือกลับ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานสะพาน—มันคือตราประทับรูปจระเข้ขบเช่นเดียวกับที่ข้อมือของเขา แต่มันสลักลงบนศิลาจารึกที่กำลังสั่นไหวและเผยให้เห็นช่องลับใต้ดินที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
ชายชุดดำลดธนูลงช้าๆ พลางส่งสัญญาณด้วยมือที่ทำให้กล้าต้องเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมา... เขากำลังบอกให้กล้า "กระโดดลงน้ำ" ไปยังช่องลับนั้น ไม่ใช่เพื่อหนีจากขุนอินทร์ แต่เพื่อ "เริ่มต้น" สิ่งที่เขาถูกลิขิตให้ทำมาโดยตลอด
กล้าหันไปสบตาแม่หญิงบัวด้วยความลังเลชั่วครู่ ก่อนจะคว้ามือของนางไว้แน่น "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ อย่าปล่อยมือข้า..."
เขาสูดหายใจเข้าลึก ตัดสินใจทิ้งไม้พายแล้วพุ่งตัวลงสู่ผืนน้ำเย็นเฉียบพร้อมกับแม่หญิงบัวในวินาทีที่เรือของขุนอินทร์พุ่งเข้าชนเรือของเขาจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ท่ามกลางเสียงตะโกนด้วยความโกรธแค้นของศัตรูที่ดังไล่หลังมาติดๆ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นไปกับตัวละครของผมนะครับ หวังว่าท่านผู้อ่านจะยังคงติดตามชะตากรรมของกล้าและแม่หญิงบัวในตอนหน้าครับ
รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 18
หนีลงเรือ
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!