รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 17

การตามล่าเริ่มขึ้น

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
"ถอนคำพูดของเจ้าเสียเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะเมตตาให้ตายอย่างเป็นสุข" ขุนอินทร์กระซิบข้างหู ชายร่างสูงในชุดผ้าไหมราคาแพงกดปลายมีดเล่มคมกริบลงบนลำคอของกล้าจนเลือดซึมออกมาเป็นเส้นบางๆ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมกับกลิ่นกำยานในห้องทำงานลับที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดฝาผนัง กล้าไม่ขยับกายแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาสงบนิ่งประหนึ่งผิวน้ำในยามไร้ลม แม้ในอกจะเต้นรัวราวกับกลองศึกก็ตาม "ท่านขุน... ท่านก็รู้ดีแก่ใจ" กล้าเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่ามั่นคง "รหัสที่ท่านต้องการ หากข้าส่งมอบให้ไป วันที่ท่านอ่านออก คือวันเดียวกับที่หัวของข้าต้องหลุดจากบ่า ชีวิตของข้าในเวลานี้ จึงมีค่าแค่กระดาษแผ่นเดียวที่ท่านอยากได้เท่านั้น" ขุนอินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นเยียบจนคนฟังขนลุก "ฉลาดนักนะไอ้ช่างเขียน แต่เจ้าลืมไปอย่างหนึ่ง... ข้าไม่จำเป็นต้องให้เจ้าเป็นคนเฉลยรหัสหรอก แค่เจ้าหายไปจากอยุธยา ข้าก็มีวิธีจัดการของข้า" ทันทีที่ขุนอินทร์สะบัดมือ สมุนฉกรรจ์สองคนก็พุ่งเข้ามารวบตัวกล้าจากด้านหลัง กล้าอาศัยจังหวะที่ขุนอินทร์ชะงักเพราะแรงเหวี่ยง สับศอกเข้าที่ลิ้นปี่ของคนทางขวาอย่างแรงจนอีกฝ่ายจุกตัวงอ ก่อนจะอาศัยความชำนาญพื้นที่ในห้องลับกระโจนเข้าหาหน้าต่างบานเล็กที่เผยให้เห็นแสงไฟวับแวมของเมืองหลวงในยามวิกาล "จับมันไว้! อย่าให้มันหลุดไปถึงมือใครได้ ถ้าจับเป็นไม่ได้ ก็เอาหัวมันมาให้ข้า!" เสียงตะโกนก้องของขุนอินทร์ดังไล่หลังมา กล้าไม่รอช้า เขาตัดสินใจกระโดดลงจากห้องชั้นบนสู่พุ่มไม้หนาด้านล่าง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนไล่ล่าที่กำลังกรูกันออกมาจากเรือนพักก็ทำให้เขาต้องกัดฟันยันกายขึ้นวิ่งสุดกำลัง อยุธยาในยามค่ำคืนไม่ได้เงียบสงัดอย่างที่คนนอกมองเห็น ตามตรอกซอกซอยแคบๆ ที่กล้ากำลังวิ่งผ่าน เต็มไปด้วยร่องรอยของการดำรงชีวิตของสามัญชน เขาวิ่งผ่านร้านบะหมี่ที่ยังเหลือคนนั่งดื่มสุราพิงขอบโต๊ะ ผ่านเรือนที่เปิดไฟตะเกียงริบหรี่ แต่ละก้าวที่เขาวิ่งไป คือการเดิมพันด้วยลมหายใจ ในขณะเดียวกัน ที่เรือนรับรองของแม่หญิงบัว นางกำลังนั่งประคองถ้วยน้ำชาอุ่นๆ ทว่ามือกลับสั่นเทา สายตาจับจ้องไปที่เอกสารการค้าที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ใจกลับลอยไปไกลถึงชะตากรรมของชายหนุ่มผู้กุมความลับของแผ่นดิน "เจ้าทิ้งรอยเท้าไว้หรือเปล่านะ กล้า..." นางพึมพำกับตัวเอง เสียงฝีเท้าของบ่าวรับใช้คนสนิทที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขัดจังหวะความคิด "แม่หญิงเจ้าคะ! มีข่าวจากตลาดมืดว่า... คนของขุนอินทร์ออกตรวจเข้มทุกประตูเมืองแล้ว บอกว่าเป็นนักโทษหลบหนีคดีร้ายแรง" บัววางถ้วยชาลงเสียงดัง กริยานั้นสง่างามแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด "กวาดล้างขนาดนี้แสดงว่าขุนอินทร์ร้อนใจมาก ข่าวที่ข้าได้มาคงเป็นเรื่องจริง... รหัสลับนั่นต้องเกี่ยวข้องกับการสืบราชสมบัติแน่ เตรียมหีบของข้าไว้ ข้าจะออกไปที่วัดป่ามืดคืนนี้" "แต่มันอันตรายเกินไปนะคะ!" บ่าวคนสนิทค้าน "หากข้าไม่ไป กล้าตาย และความลับนั้นก็ตายไปกับเขา แล้วอยุธยาจะเป็นอย่างไรต่อไป เจ้าเคยคิดบ้างไหม?" บัวมองบ่าวด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว นางรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงสตรีในรั้วในวัง แต่ในยุคสมัยที่อำนาจเปลี่ยนมือผ่านปลายปากกาและรอยเลือด การนิ่งเฉยก็เท่ากับการฆ่าตัวตายเช่นกัน ขณะที่กล้ากบดานอยู่ใต้สะพานไม้เก่าๆ ริมน้ำ เสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินผ่านไปด้านบน เขาพยายามผ่อนลมหายใจให้เบาที่สุด มือของเขาหยิบแผ่นกระดาษที่ซ่อนอยู่ในสาบเสื้อออกมา มันคือรหัสที่ขุนอินทร์ตามล่า แต่มันไม่ใช่รหัสลับธรรมดา มันคือรายชื่อขุนนางที่คบคิดกับอริราชศัตรู... และหนึ่งในชื่อที่ปรากฏอยู่ กลับเป็นชื่อของบิดาที่ล่วงลับไปแล้วของเขาเอง! กล้าตกตะลึงจนตัวสั่น สิ่งที่เขาพยายามรักษาไว้กลับเป็นดาบสองคมที่กำลังทิ่มแทงหัวใจตนเอง ทันใดนั้น แสงคบเพลิงจากกลุ่มคนไล่ล่าก็ส่องเข้ามายังจุดที่เขาซ่อนตัวอยู่ กล้าเงยหน้าขึ้นมองเห็นชายชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด "หาตัวเจอจนได้นะ... ท่านพี่" ชายชุดดำคนนั้นคือใครกันแน่ และเหตุใดถึงเรียกเขาว่าพี่ ทั้งที่กล้าเติบโตมาเพียงลำพังตลอดชีวิต? ความลับที่ขุนอินทร์ซ่อนไว้ดูจะลึกซึ้งกว่าที่เขาจินตนาการไว้หลายเท่านัก ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยจารึกแห่งประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%