"เจ้าคิดว่าข้าเป็นพวกเดียวกับขุนอินทร์งั้นหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงหินกระทบกันของชายแปลกหน้าผู้นั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของกล้า แม้เหตุการณ์จะผ่านพ้นไปชั่วอึดใจ แต่ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากแผลเป็นบนมือคู่นั้นยังคงทิ้งร่องรอยความหวาดหวั่นไว้ในใจ ขุนอินทร์ชะงักงันไปเพียงครู่ก่อนจะแค่นหัวเราะแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงคำถามที่กล้าไม่อาจหาคำตอบได้ในยามนี้
ที่ตำหนักหลังเงียบสงัดภายในเขตพระราชฐานชั้นใน แม่หญิงบัวกำลังนั่งก้มหน้าคัดเลือกดอกมะลิเพื่อร้อยมาลัยถวายพระมเหสี แต่นิ้วเรียวงามนั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อนางเห็นจดหมายลับที่ถูกสอดแทรกเข้ามาในห่อใบตอง
"เจ้าทำสีหน้าเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร บัว" เสียงหญิงสูงวัยผู้เป็นหัวหน้านางกำนัลดังขึ้นเบื้องหลัง บัวรีบวางมาลัยลงแล้วก้มกราบอย่างนอบน้อม
"ไม่มีอันใดเจ้าค่ะ เพียงแต่...ข้าแค่คิดถึงเรื่องที่พ่อกล้าเล่าให้ฟังเมื่อวาน" บัวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากสายตายังคงจับจ้องไปที่กลุ่มนางในที่จับกลุ่มคุยกันอยู่มุมห้อง
ในรั้วในวังแห่งนี้ ทุกอย่างไม่ได้มีความหมายเพียงแค่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า การวางมาลัยหนึ่งพวงหรือการต้มน้ำชาหนึ่งกานั้นซ่อนเร้นด้วยความสัมพันธ์ของเหล่าขุนนางภายนอก บัวรู้ดีว่านางกำลังเล่นกับไฟ การสืบข่าวเรื่องการเปลี่ยนถ่ายรัชกาลไม่ใช่สิ่งที่สตรีตัวเล็กๆ พึงกระทำ แต่หากปล่อยให้ขุนอินทร์ก้าวขึ้นไปสู่อำนาจเบ็ดเสร็จ อยุธยาที่พ่อของนางรักคงไม่พ้นต้องกลายเป็นสมรภูมิเลือด
"แม่นวล..." บัวเรียกนางกำนัลคนสนิทที่ใกล้ชิดกับฝ่ายเครื่องต้น "เมื่อคืนข้าเห็นคนของขุนอินทร์แอบเอาของกำนัลไปส่งให้เจ้ากรมคลังหลังพระตำหนัก จริงหรือไม่ที่เขาเริ่มรวบรวมทองคำเข้าตุนไว้?"
นวลชะงักมือก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูบัว "แม่หญิง อย่าได้เอ่ยเรื่องนี้ดังไป... ข้าได้ยินมาว่ามิใช่แค่ทอง แต่เป็นชื่อบัญชีรายชื่อขุนนางที่คัดค้านการย้ายราชธานี ทุกรายชื่อถูกส่งไปถึงมือชายที่มีรอยแผลเป็นที่มือซ้ายแล้วเจ้าค่ะ"
บัวใจกระตุกวูบ ภาพชายคนนั้นที่กล้าเล่าให้ฟังซ้อนทับเข้ามาทันที ชายผู้นั้น... เขาเป็นใครกันแน่? ฝ่ายขุนอินทร์ หรือเป็นมือที่สามที่รอฉกฉวยโอกาสในความโกลาหล
ในขณะเดียวกัน กล้าที่กำลังนั่งฝนหมึกอยู่ในเรือนสมุดก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ชายแปลกหน้าคนเดิมปรากฏตัวขึ้นที่หน้าต่างเรือน เขาไม่ได้พกอาวุธ แต่แววตาที่จ้องมองกล้านั้นเปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าอย่างประหลาด
"เจ้าเขียนหนังสือสวย แต่สิ่งที่เจ้าเขียนลงในพงศาวดารนั่น...มันเป็นเพียงคำโกหกที่คนชนะเขียนขึ้นเพื่อกลบฝังความจริง" ชายคนนั้นกล่าว
"ท่านเป็นใคร และท่านต้องการอะไรจากข้า" กล้าถามพลางกำด้ามปากกาคอแร้งไว้แน่น
"ข้าคือคนที่อยุธยาพยายามลบชื่อออกจากประวัติศาสตร์" ชายคนนั้นวางถุงผ้าใบเล็กไว้บนโต๊ะ เมื่อกล้าเปิดออกดูก็พบว่าเป็นตราประทับโบราณที่สลักขึ้นด้วยหยกสีเลือด ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของรัชกาลก่อนที่ถูกลือว่าสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว "เจ้าหญิงบัวกำลังตกอยู่ในอันตราย หากเจ้าอยากช่วยนาง จงเลิกเขียนสิ่งที่ขุนอินทร์ต้องการ แล้วเริ่มเขียนความจริงที่อยุธยาต้องจดจำ"
กล้าเงยหน้าขึ้นจะถามต่อ แต่เงาร่างนั้นกลับหายไปในความมืดประหนึ่งไอหมอก สิ่งที่เหลืออยู่คือตราหยกสีเลือดที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
ที่พระราชฐานชั้นใน บัวกำลังเดินผ่านระเบียงทางเดินที่ทอดตัวยาวสู่หอพระ นางพบกับขุนอินทร์ที่ยืนรออยู่ตรงมุมมืด ขุนอินทร์ไม่ได้ดูเกรงกลัวกฎมณเฑียรบาลแต่อย่างใด เขายกยิ้มที่ทำให้บัวรู้สึกสะอิดสะเอียน
"แม่หญิงบัว... การเป็นหนอนในวังนั้นสนุกหรือไม่?" ขุนอินทร์ก้าวเข้ามาใกล้จนบัวสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่ฉุนกึกจากตัวเขา "ข้าไม่ได้ต้องการทำลายอยุธยา ข้าแค่ต้องการสร้างมันใหม่ด้วยมือของข้า และคนอย่างเจ้า... ควรจะอยู่ข้างที่ชนะ ไม่ใช่ฝ่ายที่กำลังจะกลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง"
"ท่านหมายความว่าอย่างไร" บัวพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
"หมายความว่า... คืนนี้ ในเวลาเที่ยงคืนตรง เจ้าจะได้เห็นว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้คุมเกมจริงๆ" ขุนอินทร์กระซิบก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้บัวยืนเคว้งคว้างอยู่กลางระเบียงที่ลมพัดผ่านจนเย็นเยียบ
บัวตัดสินใจรวบรวมความกล้า นางแอบเข้าไปในห้องเก็บเอกสารลับที่นางสังเกตเห็นว่าขุนอินทร์มักจะสั่งให้คนนำเอกสารไปซ่อนไว้ที่นั่นทุกคืนค่ำ แสงเทียนสลัวๆ เผยให้เห็นรายชื่อขุนนางนับร้อยที่ถูกคาดทับด้วยหมึกแดง
"นี่มัน..." บัวอุทานออกมาเมื่อเห็นชื่อพ่อของนางอยู่ในลำดับแรกของรายชื่อผู้ที่จะถูกกำจัด!
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนเดินตรงมาที่ห้องเก็บเอกสาร บัวรีบซ่อนตัวหลังตู้ไม้ขนาดใหญ่ หัวใจของนางเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับเสียงสนทนาที่ทำให้บัวต้องกลั้นหายใจจนสุดชีวิต
"ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วหรือ? ท่านพี่" เสียงหญิงสาวที่บัวจำได้แม่นว่าเป็นพระสนมเอกผู้เป็นพันธมิตรคนสำคัญของขุนอินทร์
"พร้อมแล้ว... คืนนี้เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น เราจะบุกเข้าพระตำหนัก และข้าจะแสดงให้คนในอยุธยาเห็นว่า ตราหยกสีเลือดที่พวกเขากลัวนักหนานั้น มันไม่มีอำนาจเหนือกว่าปลายดาบของข้า"
บัวเบิกตากว้างเมื่อเห็นขุนอินทร์เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับชายที่มีแผลเป็นบนมือคนนั้น เขาทั้งสองยืนมองหน้ากันก่อนที่ชายแผลเป็นจะควักดาบสั้นออกมาจ่อที่คอหอยของขุนอินทร์!
"เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าทำตามแผนโง่ๆ นี่หรือ... ขุนอินทร์" ชายแผลเป็นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยเจ้า แต่ข้ามาที่นี่เพื่อทวงคืนสิ่งที่ตระกูลเจ้าปล้นไปจากข้าเมื่อยี่สิบปีก่อน"
ขุนอินทร์หน้าถอดสี ดาบสั้นที่จ่อคอหอยนั้นเปื้อนไปด้วยคราบเลือดเก่ากรังที่ดูเหมือนจะยังไม่แห้งสนิท บัวที่ซ่อนอยู่หลังตู้พยายามเอื้อมมือไปหยิบเศษเครื่องปั้นดินเผาบนพื้นเพื่อใช้ป้องกันตัว แต่ทว่า... มือของนางกลับไปปัดโดนแจกันจนตกลงมาแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องที่เงียบสงัด!
สายตาของทั้งขุนอินทร์และชายแผลเป็นหันขวับมาทางจุดที่บัวซ่อนตัวอยู่ทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์ไปกับกล้าและแม่หญิงบัวนะครับ
รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 23
สายลับในวัง
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!