รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 25

รุ่งอรุณแห่งความแค้น

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
“ท่านโกหกข้าไม่ได้หรอก ขุนอินทร์... ดวงตาที่ท่านใช้มองข้าในยามนี้ มิใช่ดวงตาของคนที่พูดความจริง แต่เป็นดวงตาของสุนัขจิ้งจอกที่รอเวลาขย้ำเหยื่อ” น้ำเสียงของแม่หญิงบัวราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านอยู่ในลำคอ นางวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะไม้สักจนเกิดเสียงดัง ‘กึก’ กระทบความเงียบงันภายในห้องลับของจวนขุนนางชั้นผู้น้อย ความกดดันในอากาศดูจะหนักอึ้งจนกล้าที่ยืนหลบมุมอยู่ในเงามืดแทบจะกลั้นหายใจ ขุนอินทร์ไม่ได้โกรธเคือง เขาเพียงแต่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกลางฤดูร้อน เขาขยับตัวเข้าใกล้บัวมากขึ้นจนกลิ่นสาบของอำนาจและน้ำมันจันทน์ฟุ้งกระจาย “แม่หญิงบัว... ท่านช่างเป็นดอกไม้ที่ดื้อรั้นเสียจริง หากสิ่งที่เจ้าตามหาตลอดสิบปีคือ ‘ความจริง’ ข้าก็แค่หยิบยื่นมันให้ตามความปรารถนา แต่ถ้าความจริงนั้นมันหนักหนาเกินกว่าที่สตรีตัวเล็กๆ อย่างท่านจะแบกรับไว้ได้... ท่านเตรียมใจไว้หรือยังว่าจะต้องสูญเสียสิ่งใดไปบ้าง?” กล้ากำด้ามปากกาคอแร้งในมือแน่นจนปลายแหลมทิ่มเข้าที่อุ้งมือ ความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยนั้นดึงสติเขาไว้ ข้อมูลที่ได้ยินในวันนี้กำลังจะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ที่เขารู้จักไปโดยสิ้นเชิง หากบิดาของบัวไม่ได้สิ้นชีพในสนามรบอย่างที่ตราตั้งระบุไว้ แต่ถูกสังหารด้วยคำสั่งของคนในเรือนเบี้ยนี้... ความแค้นที่เขาสั่งสมมาจากการสูญเสียครอบครัวในคราวนั้น ก็ดูจะจืดชืดไปถนัดตา “กล้า” บัวไม่ได้หันมามองคนในเงามืด แต่นางพูดผ่านความเงียบนั้น “ออกมาเถิด ประตูบานนี้ถูกปิดตายไว้แล้ว ไม่มีใครเข้ามาได้นอกจากเรา” กล้าก้าวออกมาจากมุมมืด ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ขุนอินทร์ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เขารู้ดีว่าหากเปิดเผยตัวตนไปในเวลานี้ ชีวิตของเขาและบัวอาจดับสูญไปพร้อมกับความลับที่ถูกฝังไว้ แต่นี่คือจุดสิ้นสุดขององค์ที่หนึ่ง ความอดทนที่เขาสั่งสมมานานนับปีเริ่มแตกสลาย “ท่านขุน...” กล้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่หนักแน่น “ท่านอาจจะถือไพ่เหนือกว่าในกระดานนี้ แต่ท่านลืมไปอย่างหนึ่ง... ประวัติศาสตร์มิได้เขียนด้วยน้ำหมึกเพียงอย่างเดียว แต่มันเขียนด้วยเลือดของผู้ที่ถูกท่านเหยียบย่ำ” ขุนอินทร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองกล้าด้วยสายตาเหยียดหยาม “ไอ้ช่างเขียนลายมือสวย... เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครถึงกล้ามาต่อรองกับข้า? เจ้าคิดหรือว่าลำพังแค่ปากกาด้ามเดียวของเจ้า จะเปลี่ยนชะตาแผ่นดินที่กำลังจะเปลี่ยนถ่ายรัชกาลนี้ได้?” “ข้าอาจจะเปลี่ยนชะตาแผ่นดินไม่ได้” กล้าขยับยิ้มที่มุมปาก ยิ้มที่ทำให้ขุนอินทร์รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลอย่างประหลาด “แต่ข้ามีจดหมายฉบับหนึ่ง... ฉบับที่ลายมือบนนั้น ไม่ใช่ลายมือของคนตายอย่างที่ท่านพยายามปิดบังมาตลอดสิบปี” สีหน้าของขุนอินทร์เปลี่ยนไปชั่วขณะหนึ่ง แม้จะเพียงเสี้ยววินาทีแต่มันชัดเจนพอที่จะทำให้บัวรู้ว่านางมาถูกทางแล้ว ความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยจารึกแห่งอยุธยา กำลังจะถูกกระชากออกมาเผชิญหน้ากับแสงสว่างของความจริง บรรยากาศภายในห้องเริ่มบีบคั้น รอยร้าวในแผนการของขุนอินทร์เริ่มปรากฏชัดเมื่อกล้าหยิบกระดาษแผ่นเก่าที่ซ่อนอยู่ในสาบเสื้อออกมา “นี่คือต้นฉบับลายมือของท่านเจ้าคุณบิดาข้า” กล้าเอ่ยต่อ “และท่านคงจะจำได้ดีว่ามันมีค่ามากเพียงใดหากมันไปถึงมือของพระหัตถ์เบื้องบนในเพลานี้” ขุนอินทร์ชักดาบสั้นออกมาจากข้างเอว ทันใดนั้นประตูห้องลับก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มองครักษ์ดังสะท้อนเข้ามา กลิ่นธูปในห้องถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสนิมของคมดาบ บัวหันไปมองหน้ากล้าด้วยความตกใจ แต่นัยน์ตาของเขากลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไร้กระแสลม “จบสิ้นกันเสียที” ขุนอินทร์คำราม “ในเมื่อพวกเจ้าเลือกที่จะรู้... ก็จงไปจารึกความตายของพวกเจ้าในนรกเสียเถิด!” ทว่าก่อนที่คมดาบจะพุ่งเข้าถึงตัวกล้า เสียงระฆังจากวัดหลวงที่ดังกังวานก้องไปทั่วพระนครก็แทรกเข้ามาขัดจังหวะ ทุกคนหยุดชะงักลงโดยมิได้นัดหมาย ขุนอินทร์หน้าถอดสีเมื่อได้ยินเสียงประกาศิตจากภายนอก เป็นเสียงที่เขาสั่งการไว้ให้เงียบงันที่สุด... เสียงแห่งการตื่นรู้ของราษฎรที่กำลังลุกฮือขึ้นที่หน้ากำแพงเมือง กล้ามองสบตาบัว ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับขุนอินทร์ที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว “ท่านขุน... ท่านลืมไปแล้วหรือว่าอยุธยามิได้มีเพียงพวกท่านที่เฝ้ามองหมากกระดานนี้ แต่ยังมีวิญญาณของคนบริสุทธิ์นับพันที่รอเวลาทวงถามความเป็นธรรมอยู่” ขุนอินทร์กัดฟันแน่น มือที่ถือดาบเริ่มสั่นไหว เมื่อเสียงฝีเท้าของทหารรักษาพระองค์กลุ่มใหญ่กำลังกรูเข้ามาล้อมจวนนี้ไว้อย่างแน่นหนา และในจังหวะที่ความโกลาหลกำลังจะปะทุขึ้นนั่นเอง ร่างของบุรุษปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากเงามืดหลังฉากกั้นไม้ฉลุ เขาผู้นั้นไม่ได้มาเพื่อช่วยใคร แต่กลับวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ... กระดาษที่ทำให้ทั้งกล้า บัว และขุนอินทร์ต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ เพราะนั่นคือตราประทับของ ‘ผู้ที่ควรจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว’ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นนี้ไปกับผม หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ท่านวางไม่ลงยิ่งกว่าเดิมนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%