รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 12

การช่วยชีวิต

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
“ข้าถามว่าเจ้าเป็นใคร เหตุใดถึงมีตราประทับนี้!” เสียงของขุนอินทร์ดังก้องจนแทบจะกลบเสียงจิ้งหรีดเรไรยามค่ำคืน แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคืออาการสั่นที่ปลายนิ้วของขุนนางผู้เหี้ยมโหดผู้นี้ กล้ายืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของเหล่าทหารองครักษ์ หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองศึกในอก แสงไฟจากคบเพลิงวูบไหวสะท้อนบนใบหน้าซีดเผือดของขุนอินทร์ที่กำลังจับจ้องไปยังชายปริศนาในชุดคลุมสีเข้มผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ชายปริศนาผู้นั้นไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูเยือกเย็นและแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ขุนอินทร์ต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “ท่านขุน... บางเรื่องรู้มากไป ชีวิตอาจจะหาไม่นะขอรับ” เสียงของชายปริศนาทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนทหารในวงล้อมถึงกับชะงักงัน ในจังหวะที่ขุนอินทร์กำลังเพลี่ยงพล้ำและทหารทุกนายต่างพุ่งความสนใจไปที่ชายผู้นั้น มือเรียวเล็กของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของกล้าแล้วกระชากให้หลบเข้าไปในตรอกมืดข้างกำแพงวัดอย่างรวดเร็ว “อย่าส่งเสียง!” เสียงกระซิบที่คุ้นเคยทำเอาลมหายใจของกล้าติดขัด บัว... นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? บัวในชุดห่มสไบสีมืดกลืนไปกับเงามืดของพุ่มไม้ ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความตื่นตระหนกแต่ก็ยังคงความหนักแน่นไว้ได้ เธอพาเขาแทรกตัวผ่านพงหญ้ารกชัฏลัดเลาะไปตามทางลับที่นางมักใช้แอบออกนอกจวนบ่อยครั้ง กล้าได้ยินเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดของขุนอินทร์ดังไล่หลังมา คาดว่าขุนนางผู้นั้นคงรู้ตัวแล้วว่าเหยื่อของตนหลุดมือไป “ท่านบัว... เหตุใดถึงเสี่ยงทำเช่นนี้” กล้าถามเมื่อพวกเขาทั้งสองหยุดหอบหายใจอยู่หลังศาลาเก่าท้ายวัด บัวไม่ได้ตอบทันที นางยกนิ้วขึ้นแตะปากเป็นเชิงห้าม ก่อนจะมองย้อนกลับไปทางที่จากมา สายตาของนางที่มองกล้านั้นมีความกังวลฉายชัด “กล้า... เจ้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าเพิ่งทำอะไรลงไป ตราประทับที่อยู่กับชายผู้นั้นไม่ใช่ของที่ขุนนางธรรมดาจะถือครองได้ และถ้าขุนอินทร์เห็นมันแล้ว ชีวิตของเจ้าหลังจากนี้จะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขอีกต่อไป” “มันคือตราของใครกันขอรับ” กล้าถามด้วยความฉงน พลางนึกถึงความรู้สึกเย็นวาบเมื่อเห็นท่าทีของขุนอินทร์ “ตราของฝ่ายใน... ฝ่ายที่คอยเก็บกวาดความสกปรกให้ราชสำนัก” บัวตอบเสียงสั่น “ข้าเฝ้าดูเจ้าอยู่ห่างๆ ตั้งแต่ตอนที่ขุนอินทร์ล้อมเจ้าไว้ ข้าเกรงว่าหากข้าไม่ลงมือ เจ้าคงไม่รอดพ้นคืนนี้แน่” กล้ามองหญิงสาวตรงหน้า เขาพบว่าความกล้าหาญของนางในค่ำคืนนี้เหนือกว่าชายชาตรีหลายคน นางมิใช่เพียงธิดาขุนนางที่วันๆ เอาแต่นั่งร้อยมาลัย แต่คือสตรีที่เข้าใจกระดานหมากการเมืองของอยุธยาอย่างถ่องแท้ “แล้วเราจะทำอย่างไรต่อขอรับ ในเมื่อพวกมันรู้ตัวแล้วว่าข้าหนีมา” บัวนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะหยิบจดหมายม้วนเล็กๆ ออกจากชายพกส่งให้กล้า “นี่คือรายชื่อขุนนางที่สมคบคิดกับขุนอินทร์ ข้าขโมยมาได้จากห้องทำงานของท่านพ่อเมื่อเย็นนี้ เจ้าต้องเอาไปให้ถึงมือเจ้าพระยาจักรี... ไม่เช่นนั้น อยุธยาที่เจ้าเคยรู้จักจะเปลี่ยนไปตลอดกาล” กล้ารับม้วนกระดาษมาด้วยมือที่สั่นเทา เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าตนไม่ได้เป็นเพียงช่างเขียนลายมืออีกต่อไป แต่เขากลายเป็นหมากตัวสำคัญที่ถือชะตาบ้านเมืองไว้ในกำมือ ทว่า ในขณะที่ความเงียบเข้าปกคลุม เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจำนวนมากก็ดังขึ้นรอบตัวศาลาแห่งนั้น กล้าและบัวสบตากันด้วยความตกใจ พวกเขาไม่ได้หนีมาเพียงลำพัง... พวกเขาถูกล้อมไว้แล้ว! “คิดหรือว่าจะหนีข้าพ้น” เสียงของขุนอินทร์ดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับคบเพลิงนับสิบที่จุดขึ้นล้อมรอบศาลาจนสว่างวาบ ขุนอินทร์เดินก้าวเข้ามาในแสงไฟ สีหน้าของเขาบัดนี้ไม่ได้มีความหวาดกลัวตราประทับอีกต่อไป หากแต่เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ดูน่าขนลุก “ขอบคุณแม่หญิงบัวนะ ที่อุตส่าห์นำทางหนูตัวน้อยให้ข้าถึงที่... ข้าตามหาจดหมายฉบับนี้มานานนัก” กล้ากระชับจดหมายในมือแน่น พลางขยับตัวยืนบังบัวไว้ข้างหลัง เขาตัดสินใจแล้วว่าต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายหญิงสาวผู้นี้ หรือทำลายความหวังสุดท้ายของอยุธยาไปได้ แต่ทว่า... เมื่อแสงจากคบเพลิงส่องกระทบใบหน้าของชายชุดดำที่เดินขนาบข้างขุนอินทร์ออกมา กล้าถึงกับเข่าอ่อนจนแทบยืนไม่อยู่ ชายผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนเดียวกับคนที่ถือตราประทับปริศนาผู้นั้น... และตอนนี้ เขากำลังถืออาวุธหันปลายแหลมมาทางบัว! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกแห่งอยุธยาในทุกๆ ตอนนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%