“ข้าถามว่าเจ้าเป็นใคร เหตุใดถึงมีตราประทับนี้!”
เสียงของขุนอินทร์ดังก้องจนแทบจะกลบเสียงจิ้งหรีดเรไรยามค่ำคืน แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคืออาการสั่นที่ปลายนิ้วของขุนนางผู้เหี้ยมโหดผู้นี้ กล้ายืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของเหล่าทหารองครักษ์ หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองศึกในอก แสงไฟจากคบเพลิงวูบไหวสะท้อนบนใบหน้าซีดเผือดของขุนอินทร์ที่กำลังจับจ้องไปยังชายปริศนาในชุดคลุมสีเข้มผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ชายปริศนาผู้นั้นไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูเยือกเย็นและแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ขุนอินทร์ต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“ท่านขุน... บางเรื่องรู้มากไป ชีวิตอาจจะหาไม่นะขอรับ” เสียงของชายปริศนาทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนทหารในวงล้อมถึงกับชะงักงัน
ในจังหวะที่ขุนอินทร์กำลังเพลี่ยงพล้ำและทหารทุกนายต่างพุ่งความสนใจไปที่ชายผู้นั้น มือเรียวเล็กของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของกล้าแล้วกระชากให้หลบเข้าไปในตรอกมืดข้างกำแพงวัดอย่างรวดเร็ว
“อย่าส่งเสียง!” เสียงกระซิบที่คุ้นเคยทำเอาลมหายใจของกล้าติดขัด
บัว... นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
บัวในชุดห่มสไบสีมืดกลืนไปกับเงามืดของพุ่มไม้ ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความตื่นตระหนกแต่ก็ยังคงความหนักแน่นไว้ได้ เธอพาเขาแทรกตัวผ่านพงหญ้ารกชัฏลัดเลาะไปตามทางลับที่นางมักใช้แอบออกนอกจวนบ่อยครั้ง กล้าได้ยินเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดของขุนอินทร์ดังไล่หลังมา คาดว่าขุนนางผู้นั้นคงรู้ตัวแล้วว่าเหยื่อของตนหลุดมือไป
“ท่านบัว... เหตุใดถึงเสี่ยงทำเช่นนี้” กล้าถามเมื่อพวกเขาทั้งสองหยุดหอบหายใจอยู่หลังศาลาเก่าท้ายวัด
บัวไม่ได้ตอบทันที นางยกนิ้วขึ้นแตะปากเป็นเชิงห้าม ก่อนจะมองย้อนกลับไปทางที่จากมา สายตาของนางที่มองกล้านั้นมีความกังวลฉายชัด “กล้า... เจ้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าเพิ่งทำอะไรลงไป ตราประทับที่อยู่กับชายผู้นั้นไม่ใช่ของที่ขุนนางธรรมดาจะถือครองได้ และถ้าขุนอินทร์เห็นมันแล้ว ชีวิตของเจ้าหลังจากนี้จะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขอีกต่อไป”
“มันคือตราของใครกันขอรับ” กล้าถามด้วยความฉงน พลางนึกถึงความรู้สึกเย็นวาบเมื่อเห็นท่าทีของขุนอินทร์
“ตราของฝ่ายใน... ฝ่ายที่คอยเก็บกวาดความสกปรกให้ราชสำนัก” บัวตอบเสียงสั่น “ข้าเฝ้าดูเจ้าอยู่ห่างๆ ตั้งแต่ตอนที่ขุนอินทร์ล้อมเจ้าไว้ ข้าเกรงว่าหากข้าไม่ลงมือ เจ้าคงไม่รอดพ้นคืนนี้แน่”
กล้ามองหญิงสาวตรงหน้า เขาพบว่าความกล้าหาญของนางในค่ำคืนนี้เหนือกว่าชายชาตรีหลายคน นางมิใช่เพียงธิดาขุนนางที่วันๆ เอาแต่นั่งร้อยมาลัย แต่คือสตรีที่เข้าใจกระดานหมากการเมืองของอยุธยาอย่างถ่องแท้
“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อขอรับ ในเมื่อพวกมันรู้ตัวแล้วว่าข้าหนีมา”
บัวนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะหยิบจดหมายม้วนเล็กๆ ออกจากชายพกส่งให้กล้า “นี่คือรายชื่อขุนนางที่สมคบคิดกับขุนอินทร์ ข้าขโมยมาได้จากห้องทำงานของท่านพ่อเมื่อเย็นนี้ เจ้าต้องเอาไปให้ถึงมือเจ้าพระยาจักรี... ไม่เช่นนั้น อยุธยาที่เจ้าเคยรู้จักจะเปลี่ยนไปตลอดกาล”
กล้ารับม้วนกระดาษมาด้วยมือที่สั่นเทา เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าตนไม่ได้เป็นเพียงช่างเขียนลายมืออีกต่อไป แต่เขากลายเป็นหมากตัวสำคัญที่ถือชะตาบ้านเมืองไว้ในกำมือ
ทว่า ในขณะที่ความเงียบเข้าปกคลุม เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจำนวนมากก็ดังขึ้นรอบตัวศาลาแห่งนั้น กล้าและบัวสบตากันด้วยความตกใจ พวกเขาไม่ได้หนีมาเพียงลำพัง... พวกเขาถูกล้อมไว้แล้ว!
“คิดหรือว่าจะหนีข้าพ้น” เสียงของขุนอินทร์ดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับคบเพลิงนับสิบที่จุดขึ้นล้อมรอบศาลาจนสว่างวาบ
ขุนอินทร์เดินก้าวเข้ามาในแสงไฟ สีหน้าของเขาบัดนี้ไม่ได้มีความหวาดกลัวตราประทับอีกต่อไป หากแต่เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ดูน่าขนลุก “ขอบคุณแม่หญิงบัวนะ ที่อุตส่าห์นำทางหนูตัวน้อยให้ข้าถึงที่... ข้าตามหาจดหมายฉบับนี้มานานนัก”
กล้ากระชับจดหมายในมือแน่น พลางขยับตัวยืนบังบัวไว้ข้างหลัง เขาตัดสินใจแล้วว่าต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายหญิงสาวผู้นี้ หรือทำลายความหวังสุดท้ายของอยุธยาไปได้
แต่ทว่า... เมื่อแสงจากคบเพลิงส่องกระทบใบหน้าของชายชุดดำที่เดินขนาบข้างขุนอินทร์ออกมา กล้าถึงกับเข่าอ่อนจนแทบยืนไม่อยู่ ชายผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนเดียวกับคนที่ถือตราประทับปริศนาผู้นั้น... และตอนนี้ เขากำลังถืออาวุธหันปลายแหลมมาทางบัว!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกแห่งอยุธยาในทุกๆ ตอนนะครับ
รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน•ตอนที่ 12
การช่วยชีวิต
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งอยุธยา: ลิขิตชีวิตสามัญชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!